วันนี้...ได้มีโอกาสต้อนรับนักเรียนคนที่ ๘๐..ของโรงเรียน ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ซึ่งก็ย่างเข้าสู่ปลายปีการศึกษาแล้ว..เธอชื่อ..เด็กหญิงสุภลักษณ์ ส่ำประเสริฐ..ย้ายมาเรียนชั้นอนุบาล ๒ มาจากโรงเรียนในอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม..
ครับ..เป็นเด็กนักเรียนที่เคยเรียนชั้นอนุบาล ๑ เมื่อปีการศึกษาที่แล้ว เรียนได้ ๒ เดือน..แม่ก็มาหาผม ขอย้ายลูกออกไป ผมถามเหตุผล..ผู้เป็นแม่บอกว่า...อยากกลับบ้าน..
ครูประจำชั้น..ทราบจากเพื่อนบ้านว่า ผู้เป็นแม่ของเด็ก..มาเป็นสะใภ้ของครอบครัวสามี..อยู่อย่างไม่มีความสุข..เหมือนไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร จึงขอพาลูกกลับบ้านที่นครปฐม พ่อของเด็ก ต้องทำมาหากินช่วยเหลือพ่อแม่ นานๆ ถึงจะไปเยี่ยมลูกสักครั้ง...
ผมบอกตามตรง ว่าจำเด็กหญิงสุภลักษณ์..ไม่ได้..เธอย้ายกลับมา ผมก็ดีใจ...วันนี้..เธอมาเรียนวันแรก ผมจึงขอสัมภาษณ์ เพื่อให้รู้จักคุ้นเคยกันก่อน...
“หนูสุภลักษณ์ ชื่อเล่นชื่ออะไรครับ..” “ชื่อ...น้ำอิงค่ะ..”
“เมื่อเช้ามายังไง ครับ” “ปู่มาส่งค่ะ...”
“น้ำอิง..อ่านหนังสือได้หรือยัง” “อ่านได้แล้วค่ะ”
“ขอครูดูกระเป๋าหน่อยซิ” น้ำอิงส่งกระเป๋าหนังสือให้ผม
กระเป๋าหนังสือของน้ำอิงเบามาก ผมควานหาหนังสือกับสมุด..ไม่พบอะไรเลย ดินสอก็ไม่มี ผมมองดูใบหน้าของ..น้ำอิง..ให้ชัดๆ ดูสีหน้าของเธอไม่ค่อยจะสดชื่นเลย..
"น้ำอิง..กินข้าวเช้ามาหรือเปล่า” “กินค่ะ”
วันนี้ พ่อให้ตังค์มากินขนมหรือเปล่าครับ” “ปู่ให้ค่ะ” “เท่าไหร่ครับ” น้ำอิงหยุดคิดอยู่นาน แต่ก็ไม่ตอบ..คำถามของผมคงจะยากเกินไปสำหรับเธอ...
“พ่อของน้ำอิง..ทำงานอะไรครับ...” “ตัดอ้อย ค่ะ”
“แล้วแม่..ล่ะครับ..” น้ำอิงไม่ตอบ ผมก็เลยตอบแทน...”แม่ก็ต้องช่วยพ่อตัดอ้อย..น่ะสิ”
“พ่อกับแม่..เลิกกันแล้ว.. แม่แต่งงานใหม่แล้วค่ะ” “ ...........”
ผมพูดอะไรไม่ถูกเลย ไม่อยากถามอะไรอีกแล้ว...อยากจะอุ้มน้ำอิงไว้แนบอก ...ความรู้สึกสงสารเธอ วิ่งผ่านมาที่หัวใจอย่างรวดเร็ว...ทำได้เพียงจูงมือ..น้ำอิง..ไปเข้าห้องเรียนชั้นอนุบาล ๒..
ครับ...ปู่กับย่า พอรู้ว่าแม่ของน้ำอิง..ไปแต่งงานใหม่..ก็เลยรีบไปรับหลานกลับมา สู่อ้อมอกของผู้เป็นพ่อ..และเข้ามาสู่รั้วแห่งรักอันอบอุ่น..ของโรงเรียนบ้านหนองผือ.....น้ำอิง..ครูจะดูแลเธอเอง
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
น้ำตาจิไหล ก็ตรงที่ครูบอกว่า .น้ำอิง..ครูจะดูแลเธอเอง
น้ำอิง ปลอดภัยแล้ว
สภาพครอบครัวแบบน้ำอิง หาดูได้มากมาย
โดยเฉพาะในโรงเรียนชนบท และนับวันจะ
มีเพิ่มขึ้น....นี่แหละ ...สถบันที่เล็กที่สุด
ของสังคมและประเทศชาติ
สถาบันครอบครัว...ล่มสลาย...
มันเป้นตัวบ่งชี้ อนาคตของสังคมไทย
ได้อย่างชัดเจนว่า ...จะเป็นไปในทิศทางใด
ชีวิตจริง..ยิ่งกว่าละคร..นะครับ