เพื่อนโง่

หลังจากกินเลี้ยงพบปะ ปรารภการเรียนจบของเทพ พวกเราคือ ผม เอี้ยง แหบ เทพและภรรยา ไปส่งอาจารย์ประมวลที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ส่วนพี่จิมขอตัวกลับก่อน หลังจากส่งอาจารย์ขึ้นรถ เราจึงแยกย้ายกันกลับที่พักของแต่ละคน

ระหว่างทางจากถนนบรมราชชนนี มาอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมกับเอี้ยงมีเวลาคุยกันพอสมควร บรรดาเรื่องที่คุยนั้น มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมจะบันทึกไว้ในนี้ โดยผมตั้งชื่อเรื่องว่า "เพื่อนโง่"

เอี้ยงเล่าให้ฟังว่า สิ่งหนึ่งที่เขาถือมากในการบริหารงานคือ จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคอรัปชั่นเด็ดขาด เพราะคิดว่า เงินที่ได้มานั้นไม่ใช่สิ่งสะอาด เหมือนน้ำเลือดน้ำหนอง เอามาไว้ที่บ้านก็ส่งผลเสียต่อลูกและภรรยา เขาจะไม่ยอมให้ลูกเมียต้องกินน้ำเลือดน้ำหนองเหล่านี้ เขายกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง มีการก่อสร้างอาคารราคา ๒๐ ล้าน ทางผู้รับเหมา เข้ามาคุยกับเอี้ยงโดยจะแบ่งให้เอี้ยง ๕ เปอร์เซ็นต์ (ผมคิดในใจว่า แค่ ๕ เปอร์เซ็นต์เองหรือ ปกติมากกว่านี้นะ) เอี้ยงไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็บอกไปว่า "จะให้หรือไม่ให้ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ถ้าจะให้ผม ผมไม่ขอรับ หากยืนยันจะให้จริง ก็ขอให้กับมหาวิทยาลัย โดยจะมีกรรมการรับ" ทางฝ่ายผู้รับเหมายืนยันที่จะให้เปอร์เซ็นต์จากงบการสร้าง เอี้ยงจึงเสนอตั้งกรรมการรับ หลวงพ่อรองอธิการบดีทราบเรื่องนี้ จึงพูดกับเอี้ยงว่า "คุณนี่โง่จริงๆ เขาให้ฟรีๆ ก็ไม่รับ" (เป็นคำพูดเชิงหลอกล้อ แต่แอบพึงพอใจที่ได้ผู้ช่วยแบบนี้) เอี้ยงยังยืนยันความเชื่อเดิม เอี้ยงเล่าให้ฟังเพิ่มอีกว่า "บางรายถูกผมปฏิเสธ เขาไม่ได้ยืนยันจะให้เปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง แต่เขาบอกว่าหากมีอะไรจะให้ช่วยก็บอก" สุดท้ายเมื่อมหาวิทยาลัยต้องการความช่วยเหลือ บุคคลเหล่านี้มาช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆเลย และดูเหมือนสิ่งที่เขาช่วยเหลือมานั้นมากกว่าเงินที่เขาจะให้มาอีก ผมคิดในใจว่า "นี่น่าจะเป็นตัวอย่างของความซื่อสัตย์" คนแบบนี้น่าจะเป็นผู้นำในหน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆเยอะๆ เราจะได้มีผู้นำแห่งความซื่อสัตย์เยอะๆ

จากข้อความที่หลวงพ่อรองอธิการพูดว่า "คุณนี่โง่จริงๆ..." ทำให้เห็นว่า "หรือว่า เพื่อนเอี้ยงของเราโง่จริงๆ ที่ไม่รู้จักรับของที่เขาให้มาเหมือนกับหลายๆคน" หวนนึกถึงข้อความที่ปรากฎในธรรมบท ตอนที่นายอุปติสส์ (สารีบุตร) และนายโกลิต (โมคคัลลาน) ไปหาอาจารย์สัญชัย เพื่อชักชวนให้ไปศึกษาเรียนรู้ในสำนักของพระพุทธเจ้า อาจารย์สัญชัยถามทั้งสองว่า "ในโลกนี้ คนโง่หรือคนฉลาดมีมากกว่ากัน" ทั้งสองตอบว่า "คนโง่มีมากกว่า" อาจารย์สัญชัยจึงบอกทั้งสองว่า "ถ้าอย่างนั้น คนฉลาดจงไปสำนักของสมณโคดม (พระพุทธเจ้า) ส่วนคนโง่จงมาสู่สำนักของเราเถิด"

"คนโง่" ในข้อความของหลวงพ่อรองอธิการกับอาจารย์สัญชัยนั้นต่างกัน คนโง่ของอาจารย์สัญชัยนั้นจะหมายถึง โง่ในความดีงาม โง่ในการยกระดับจิตให้สูงขึ้น แต่คนโง่ของหลวงพ่อรองอธิการนั้น จะหมายถึง ไม่ฉลาดแกมโกง ในการให้ได้มาซึ่งลาภสักการะ อย่างไรก็ตาม คนโง่ที่ไม่ฉลาดแกมโกง อาจฉลาดเมื่อมองถึงผลเสียในเชิงสังคมที่จะตามมาหลังจากฉลาดแกมโกง ก็เป็นได้


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โอโห...มโนสาเร่



ความเห็น (0)