ธุรกิจครอบครัว คือ ธุรกิจที่หุ้นของกิจการมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเจ้าของโดยสมาชิกของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง หรือธุรกิจที่มีการสืบทอดมาสู่ลูกหลานอีกรุ่นหนึ่ง
ประโยชน์ของธุรกิจครอบครัว
1.มีมุมมองเดียวกัน ทุกคนมีส่วนร่วมในอุดมการณ์และความเชื่อในสิ่งที่ควรทำเหมือนๆ กัน ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกพิเศษที่มุ่งมั่นและภาคภูมิใจ ที่เป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจ
2.สามารถทุ่มเทกับการทำงานได้อย่างเต็มที่ ในการทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้จำเป็นต้องใช้เวลาและความพยายามสูง ซึ่งในกรณีของธุรกิจครอบครัว จะมีความเข้าอก เข้าใจเป็นพิเศษสำหรับวิธีการทำงานที่ทำให้แต่ละคนสามารถมีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลามากขึ้น
3.ความซื่อสัตย์ ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่เข้มข้น หมายถึง การที่ทุกคนในครอบครัวจะยึดติดกันไว้แม้ในยามยาก รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้
4.ความมั่นคง ความเป็นธุรกิจครอบครัวทำให้ทุกคนตระหนักดีว่าจะต้องเก็บธุรกิจนี้ไว้ให้รุ่นลูกหลานสืบต่อไป ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความคิด การวางแผนให้ธุรกิจเติบโต และประสบความสำเร็จในระยะยาว
5.ต้นทุนลดลง สมาชิกของครอบครัวบางครั้งอาจยอมสละผลประโยชน์ทางการเงินบางส่วนเพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้ ตัวอย่างเช่น การยอมรับค่าจ้างที่ต่ำกว่าการไปทำงานที่อื่น หรือยังไม่รับเงินเดือนในช่วงที่เกิดปัญหาทางการเงิน เป็นต้น
ที่มา : http://familyfa.blogspot.com/2013/08/family-busine...
ก่อนที่จะเริ่มประกอบธุรกิจครอบครัวผู้บริหารควรที่จะทำความเข้าใจในวัฎจักรของธุรกิจครอบครัวจะทำให้ผู้บริหาร สมาชิกครอบครัว มีความเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจครอบครัวมากขึ้น และสามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงวัฏจักรที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่สุด
โดยทั่วไปวัฎจักรของธุรกิจครอบครัวแบ่งเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ ดังนี้
ช่วงที่ 1 ผู้ก่อตั้ง (Founders) เป็นช่วงที่ธุรกิจอยู่ในความควบคุมการบริหารงานของผู้ก่อตั้งหรือเจ้าของคนเดียว (Controlling owner) ถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจของรุ่นพ่อแม่ที่มีอายุประมาณ 25-35 ปี อายุของลูกประมาณ 0-10 ปี และจะมีอายุของธุรกิจประมาณ 0-5 ปี ช่วงนี้ธุรกิจจะเติบโตเร็ว เนื่องจากต้องทุ่มเทและใช้เวลามาก เพื่อทำให้ธุรกิจอยู่รอดและประสบความสำเร็จ ในช่วงนี้องค์กรจะมีขนาดเล็กและคล่องตัว ผู้ก่อตั้งมีอำนาจการตัดสินใจเพียงผู้เดียว มีหลักการบริหารเน้นการลงทุนมากกว่าได้กำไร มีระบบการใช้จ่ายเงินเท่าที่ต้องการเพื่อมุ่งให้ธุรกิจอยู่รอด และมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือธุรกิจประสบความสำเร็จ
ช่วงที่ 2 หุ้นส่วนพี่น้อง (Sibling Partnership) เป็นช่วงที่ธุรกิจครอบครัวอยู่ในการบริหารงานร่วมกันของพี่น้องในฐานะหุ้นส่วน ซึ่งธุรกิจอยู่ในช่วงเติบโตและพัฒนา โดยจะมีอายุของรุ่นพี่น้องประมาณ 45-50 ปี อายุของลูกประมาณ 15-25 ปี และจะมีอายุของธุรกิจประมาณ 10-20 ปี ช่วงนี้ธุรกิจเริ่มเข้าที่ เป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนขึ้น เน้นการตัดสินใจร่วมกับพี่น้อง และอาจจะนำระบบบริหารแบบมืออาชีพมาใช้ในองค์กร ส่วนเจ้าของหรือผู้บริหาร มีความต้องการควบคุมและมั่นคง มีการวางแผนล่วงหน้าในการหาคนมาช่วยบริหารหรือสืบทอดธุรกิจต่อ มีการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการศึกษามุ่งเน้นเป้าหมายการนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจ และการพัฒนารุ่นลูกเพื่อบ่มเพาะทายาทธุรกิจ ที่จะเข้ามาสืบทอดกิจการต่อจากรุ่นพ่อแม่
ช่วงที่ 3 สหพันธ์เครือญาติ (Cousins Confederation) เป็นช่วงที่ธุรกิจครอบครัวช่วงธุรกิจเติบโตและอยู่ตัว และนี้จะเป็นการขยายธุรกิจ ซึ่งอายุของรุ่นพ่อแม่ประมาณ 55-70 ปี อายุของลูกประมาณ 30-45 ปี และจะมีอายุของธุรกิจประมาณ 20-30 ปี ในช่วงนี้ธุรกิจต้องการการปรับกลยุทธ์ใหม่และลงทุนใหม่ มีผู้เกี่ยวข้องในครอบครัวและธุรกิจเพิ่มมากขึ้น การตัดสินใจจึงใช้แบบเสียงข้างมาก เน้นการจัดสรรทรัพยากร ดูแล และการลงทุน ตลอดจนมีกลยุทธ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ คือ การสร้างวัฒนธรรมองค์กร การวางตัวผู้สืบทอดธุรกิจ การสร้างความสัมพันธ์กับญาติผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจครอบครัว การประเมินการลงทุน การแสวงหาธุรกิจใหม่เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น และการใช้จ่ายในสาธารณกุศลเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร โดยเป้าหมายสูงสุด คือ ครอบครัวและทุกคนในธุรกิจครอบครัวมีความสามัคคีกัน
ที่มา : http://utcc2.utcc.ac.th/familybusinessopenup/knowledge.php?id=2
ตารางแสดงรายละเอียดของธุรกิจครอบครัวในแต่ละช่วง
|
ผู้ทำกิจการ |
ช่วงที่ 1 ผู้ก่อตั้ง (Founders) |
ช่วงที่ 2 หุ้นส่วนของพี่น้อง (Sibling Partnership) |
ช่วงที่ 3 สหพันธ์เครือญาติ (Cousins Confederation) |
|
อายุของธุรกิจ |
0 - 5 ปี |
10 – 20 ปี |
20 – 30 ปีขึ้นไป |
|
อายุของพ่อแม่ |
25 – 35 ปี |
40 – 50 ปี |
55 - 70 ปี |
|
อายุของลูก |
0 – 10 ปี |
15 – 20 ปี |
30 – 45 ปี |
|
ลักษณะของธุรกิจ |
โตเร็ว |
ทุ่มเทเวลามาก ธุรกิจเริ่มเข้าที่ |
ต้องปรับกลยุทธ์และลงทุนใหม่ |
|
ลักษณะขององค์กร |
เล็กแต่คล่องตัว |
ใหญ่และซับซ้อน |
เริ่มคงที่ |
|
แรงจูงใจของเจ้าของ |
ทำให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จ |
ต้องการควบคุมและมั่นคง |
หาธุรกิจใหม่เพื่อเติบโต |
|
การใช้จ่ายเงินของครอบครัว |
ต้องการเพิ่มขึ้น |
ต้องการความมั่นคงของค่าใช้จ่าย |
ด้านสาธารณกุศล |
|
เป้าหมายของครอบครัว |
ธุรกิจประสบผลสำเร็จ |
การเติบโตของธุรกิจ |
ครอบครัวสามัคคีกันและพัฒนาสู่รุ่นลูก |
|
การตัดสินใจ |
ตัดสินใจผู้เดียว |
ตัดสินใจร่วมกับพี่น้อง |
ตัดสินใจแบบเสียงข้างมาก |
|
การบริหารให้อยู่รอด |
นำการบริหารแบบมืออาชีพมาใช้ |
เน้นจัดสรรทรัพยากร |
เน้นการลงทุน |
|
กลยุทธ์ธุรกิจ |
ใช้กลยุทธ์เจริญเติบโต |
ปรับกลยุทธ์ใหม่ |
สร้างวัฒนธรรมขององค์กร การสืบทอดผู้บริหาร การประเมินการลงทุน และสร้างความสัมพันธ์กับญาติผู้ถือหุ้น |
แหล่งที่มาของตาราง : The Next Generation of Family Business(ธนกฤต วงศ์มหาเศรษฐ์-มหาวิทยาลัยกรุงเทพ)