สมัยก่อนผมไม่ออกกำลังกายอยู่พักใหญ่ ทิ้งขาดไปเลย

พักใหญ่นี่คือราวสิบกว่าปี

ช่วงนั้นรู้สึกว่าตัวเองขี้โรคมาก แต่ก็ไม่ได้เฉลียวใจ คิดว่าร่างกายตัวเองยังมีกำลังวังชาอยู่ ไม่เป็นไรมั้ง

คำว่า มั้ง นี่ราคาแพงใช้ได้

ต่อมาผมล้มป่วย หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็กลับมาออกกำลังกาย

คือการเดินครับ

เดินรอบอ่างน้ำ มอ รอบนึง ระยะทางประมาณ 700 เมตร

ตอนกลับมาเริ่มเดินครั้งแรกสุด เดินได้รอบเดียวนี่ลิ้นห้อย

ผมก็ใช้วิธีว่า ตอนเริ่ม ก็เดินเท่าที่ยังรู้สึกไหวแบบสบาย ๆ

เหนื่อยก็เลิก กลับที่พักไปเลย ไม่ได้รู้สึกเสียหน้าอะไรที่เดินได้เพียงครึ่งรอบ

วันต่อ ๆ มาก็ค่อย ๆ ยืดไปทีละนิด

ผ่านไปสักเดือนหรือกว่านั้นหน่อย สามารถเดินรอบอ่างได้หลายรอบแบบสบาย ๆ โดยไม่มีอาการลิ้นห้อยอีก

ล่าสุด ไปราชการที่กรุงเทพ วันนั้นอากาศเย็นสบาย ไปกับเพื่อนร่วมงานอีกคนที่เขาเล่นกีฬาตลอด ตัดสินใจเดินกันเป็นหลักในรายการที่อยู่ในวิสัยพอจะเดินได้ วันนั้นได้ 8 กิโลเมตรกว่า ก็รู้สึก'กำลังดี' คือเมื่อยได้ที่ แต่ไม่เหนื่อย

อีกกรณีนึง สมัยวัยรุ่น เคยไปเที่ยวภูที่เลยกันเป็นกลุ่ม

เช้านั้นผมท้องเสีย ไม่กล้าเดินเร็ว เพื่อนเดินจ้ำกันล่วงหน้าแบบไม่เห็นฝุ่น ผมเดินแบบเนิบนาบขึ้นภู พยายามเดินช้ากว่าปรกติ ไม่เร่ง แต่ก็ไม่แวะ ปรากฎว่าผมแซงทุกรายที่ล่วงหน้ามาก่อนตอนใกล้ถึงยอดภูซึ่งนั่งพักหน้าเขียวหน้าเหลืองกันเป็นแถว

ดูเหมือนว่านิทานกระต่ายกับเต่าแฝงด้วยข้อคิดที่ล้ำลึกกว่าที่เรามองเห็นตามปรกติ เพราะจะนำไปใช้กับวิธีดำเนินชีวิตและการจัดการได้ด้วย เช่น การลดน้ำหนัก การออม การเริ่มทำกิจกรรมใหม่ ๆ ฯลฯ

ผมมีข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องการออกกำลังกาย

คนในเมืองที่มาเดินรอบอ่าง บางคนคงมีฐานะดีมาก เวลาจับกลุ่มกันคุยล้งเล้ง ถ้าเดินตาม เราอาจจะได้ยินเขาคุยกันว่าเมื่อวานขายหุ้นไปสิบล้าน หายไปแสนนึง แต่วันก่อนได้มาสองแสน อะไรประมาณนั้น

แล้วก็จะมีคนที่รู้จักหรือสนิท (ประเภททางกฎหมาย: มนุษย์เงินเดือน) ที่เขามักประกาศ (ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้) ว่ากำลังจะออกกำลังกายแล้วนะ สามารถตื่นมาดูได้ เขาจะเริ่มออกกำลังกายตีสี่ หรือจะเริ่มไปเฮลธ์ คลับ

เป็นภาพที่แปร่งประหลาด ที่รวยระดับเจ้าของเฮลธ์คลับมาเดินเล่นริมอ่างน้ำใน มอ. แล้วมนุษย์เงินเดือนที่พักอยู่ริมอ่างน้ำก็แห่เข้าไปใช้บริการเฮลธ์คลับ เพื่อปรับสมดุลทางสังคม

กลุ่มหลังนี่ หลังจากโผล่มาออกกำลังกายแบบเต็มยศได้วันเดียว ก็มักประกาศ "วางมือชั่วคราว" จากการออกกำลังกาย ซึ่งเอาเข้าจริง มักหายไปนานมาก

แต่..ไม่เป็นไร...เดี๋ยวเอาใหม่ !?

(ปีหน้าเป็นอย่างเร็ว !) 

มันส์มั้ย ?

กลุ่มหลังนี้ไม่รู้เป็นไง มักเป็นกลุ่มที่ชอบให้ความรู้คนอื่นว่าออกกำลังกายแล้วดีสารพัด ชนิดที่ใครมาจาก สสส. ได้ยินเข้า คงเคลิบเคลิ้มจนเรือนร่างอ่อนระทวย แทบประเคนทุนสนับสนุนกิจกรรมให้ถึงมือเลยแหละ

แปลกคน !

แต่ผมก็ชินอ๊ะ