อีกทางหนึ่งในการสร้างความปรองดองระดับท้องถิ่น

การสร้างความปรองดองระดับท้องถิ่น

อีกทางหนึ่งในการสร้างความปรองดองระดับท้องถิ่น

ทางนั้นคือการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้เข้าสู่ระบบ one person, one vote

จาก พระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕
แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา 6 ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ผู้สมัครได้ไม่เกินจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่จะพึงมีในเขตเลือกตั้ง

ปรับเปลี่ยนเป็น
มาตรา 6 ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ผู้สมัครสมาชิกสภาท้องถิ่นได้เพียง หนึ่งเสียง

ก็จะเกิดการปรองดอง ขึ้นและลดความขัดแย้งลงได้มาก
การเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่จะทำให้ท้องถิ่นปรองดองกันได้เป็นอย่างดี นั้นสามารถใช้การเลือกตั้งที่ถูกต้องในสหกรณ์ขั้นปฐมที่ถูกต้อง ได้เป็นอย่างดี https://www.gotoknow.org/posts/595951

จะไม่เกิดปัญหา การหวังให้คะแนนเยอะ ๆ เพื่อชัยชนะก้าวเข้ามาเป็นผู้แทนสมาชิกสหกรณ์ (ผู้แทนเจ้าของสหกรณ์) เพราะ การเข้าเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น เพื่อชัยชนะก้าวเข้ามาเป็นผู้แทนประชาชนในท้องถิ่น (ผู้แทนเจ้าของประเทศ)
การเข้าเป็นผู้แทนนั้นเพื่อเสียสละ ประโยชน์สุขส่วนตน เข้ามาทำประโยชน์ให้ส่วนรวม เป็นการอาสาสมัครใจเข้ามาทำให้เกิดประโยชน์สุขแก่ท้องถิ่นหรือสหกรณ์ของตน ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อศักดิ์ศรี หรือเพื่อชัยชนะส่วนบุคคล หรือกลุ่ม

ผู้เขียนคิดว่า ประเทศไทย น่าจะก้าวข้ามยุคของการสันนิษฐานว่า ประชาชนคนสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น เป็นเหล่าร้ายที่จะเข้ามา โกงการเลือกตั้ง ซื้อเสียง มากอบโกยผลประโยชน์จากท้องถิ่นได้แล้ว

ในอันที่จริงแล้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น เป็น คนดี เป็นผู้เสียสละ มุ่งหวังเข้ามาทำประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมที่ตนเองเป็นอยู่ แทบทั้งสิ้น ช่วยออกกฎหมายมาเพื่อรองรับ ผู้ที่เสียสละเข้ามาบริหารท้องถิ่น ที่จะเข้ามาทำประโยชน์ จะทำให้ประชาชนมีความสุขความเจริญ

เพราะประเทศไทย มีคนดี เสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าผู้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ตั้งมากมาย มาตั้งแต่โบราณการมาแล้ว สร้างกฎหมายและเงื่อนไข ให้พวกเค้าเหล่าคนดีนั้นได้มีโอกาสเข้าทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติให้มากขึ้นดีกว่า

พีระพงศ์ วาระเสน ( Bobbie)
10 มกราคม 2559

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความคิดของ Peeraphong Varasen



ความเห็น (0)