สวัสดีครับ

เห็นหัวเรื่องก็คงนึกถึงซีรี่ส์ละครเกาหลี นี่มันคงดีจนกระทั่งมีถึงปีที่ ๖ แล้วหรือ

อันที่จริงมันก็คือการเรียนของนักศึกษาที่สงขลานครินทร์ ที่มาถึงช่วงเวลาหนึ่ง ทุกคนก็จะต้องออกไปบำเพ็ญประโยชน์ คราวนี้ หากให้ออกไปเฉยๆก็คงจัดการกันลำบาก ทางมหาวิทยาลัยและคณะต่างๆต้องจัดกิจกรรมขึ้นมา ปีนี้ก็เป็นปีที่ ๖ ที่ผมรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้กับเด็กๆ

ลองมาดูกันครับ ว่าปีนี้เขาจะไปทำอะไรกัน (อันที่จริงมันก็เกิดขึ้นรล่วงเลยมานานราวเดือนเมษายน ๒๕๕๘ นี้ แต่ผมก็ยุ่งเสียจนลืมงานชิ้นดีๆชิ้นนี้ของเด็กๆไปได้ เห็นทีจะต้องสะสางให้จบก่อนปีใหม่ จึงได้โอกาสเอามาลงใน G2K เพื่อการบันทึกและร่วมกันเรียนรู้ต่อไป


โครงการ สร้างสุขสู่เย็นศิระ

คำนำ

“โครงการสร้างสุขสู่เย็นศิระ” ดำเนินการโดยนักศึกษาแพทย์ปีที่ 2 กลุ่ม PBL17 ถูกจัดขึ้นตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ในรายวิชากิจกรรมเสริมหลักสูตรของชั้นปีที่ 2 หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้นักศึกษาได้ตั้งโครงการและดำเนินการเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมรู้และตระหนักถึงคุณค่าของกิจกรรมร่วมกัน

สำหรับกลุ่มของพวกเราดำเนินโครงการภายใต้การดูแลของ ผศ.นพ.ธนพันธ์ ชูบุญ โครงการสร้างสุขสู่เย็นศิระมีวัตถุประสงค์เพื่อการให้แก่ผู้อื่น โดยมีรูปแบบเป็นการให้ด้วยเวลาเพื่อพูดคุยและสร้างกำลังใจให้แก่คนไข้ที่มาพักที่อาคารเย็นศิระ

หากรายงานโครงการฉบับนี้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ผู้จัดทำขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย

นักศึกษาแพทย์กลุ่ม PBL 17
ชั้นปีที่ 2 ปีการศึกษา 2557

บทคัดย่อ

โครงการสร้างสุขสู่เย็นศิระ ดำเนินโครงการโดยนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 กลุ่ม PBL17 ถูกจัดตั้งขึ้นตามวัตถุประสงค์ของรายวิชากิจกรรมเสริมหลักสูตร ชั้นปีที่ 2 หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมี ผศ.นพ.ธนพันธ์ ชูบุญ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา วัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น โดยการให้เวลาเพื่อพูดคุยและให้กำลังใจแก่คนไข้ที่มาพักที่อาคารเย็นศิระ

การดำเนินโครงการเริ่มด้วย ทางกลุ่มผู้จัดทำโครงการมีความคิดที่จะทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น จึงได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาให้มาทำกิจกรรมกับผู้ป่วยที่อาคารเย็นศิระ มีรูปแบบกิจกรรมเป็นการพูดคุยและให้กำลังใจคนไข้ โดยทำเป็นกิจกรรมที่มีลักษณะต่อเนื่องติดตามคนไข้ระยะเวลาหนึ่ง โดยผู้ดำเนินโครงการจะแบ่งกันเป็นคู่ หนึ่งคู่ต่อคนไข้หนึ่งคน เน้นการพูดคุยเป็นหลัก โดยเฉลี่ยทุกคู่จะได้ไปพบกับคนไข้ประมาณ 4-5 ครั้ง การพูดคุยกับคนไข้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังใจและทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเหงา

มีการประเมินโดยให้ผู้ดำเนินโครงการทำบันทึกสะท้อนคิดจากการไปพูดคุยกับคนไข้ ได้พบว่าคนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเต็มใจและยินดีที่พวกเราไปพูดคุยด้วย รวมทั้งผู้ดำเนินโครงการก็ได้รับข้อคิดและทัศนคติที่ดีจากคนไข้เช่นกัน นอกจากนี้ก็ได้ฝึกทักษะการสื่อสารและการมีปฏิสัมพันธ์กับคนไข้

หลักการและเหตุผล

อาคารเย็นศิระ เป็นอาคารที่พักสำหรับคนไข้และญาติที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยตั้งอยู่ในวัดโคกนาว ถนนกาญจนวณิชย์ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
จุดประสงค์ของการก่อตั้งอาคารแห่งนี้ เพื่อเป็นที่พักแก่คนไข้และญาติ ซึ่งอาจจะเดินทางมาไกลจากต่างจังหวัด ไม่สะดวกในการเดินทาง ทั้งยังมีฐานะยากจนไม่มีเงินจ่ายค่าที่พักราคาหลายร้อยบาท ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่คนไข้และญาติสามารถมาพักในขณะรอทำการรักษา โดยคิดค่าใช้จ่ายคืนละ 5 บาทต่อคน พร้อมทั้งมีอาหารเลี้ยง 2 มื้อ มีเครื่องนอนกับของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นให้ และยังมีบริการรถรับส่งไปกลับโรงพยาบาล คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาพักที่นี่ส่วนใหญ่มักจะเป็น ผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง ต้องได้รับการให้เคมีบำบัดและฉายแสงหลายครั้ง ซึ่งการพักที่อาคารเย็นศิระจะเป็นการช่วยลดความลำบากและค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากบ้านมายังโรงพยาบาล
หลังจากได้รับคำแนะนำให้ไปทำกิจกรรมที่อาคารแห่งนี้ ผู้ดำเนินโครงการได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมอาคารเย็นศิระ เห็นความเป็นอยู่ของคนไข้ และได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ คณะผู้ดำเนินงานจึงมีความคิดที่จะทำกิจกรรมกับคนไข้ที่อาคารแห่งนี้ โดยมีรูปแบบเป็นการพูดคุยและให้กำลังใจคนไข้เพราะผู้ดำเนินโครงการตระหนักว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ แต่มักถูกมองข้ามทั้งๆที่เป็นสิ่งที่ทุกคนมีและสามารถมอบให้แก่กันได้ ดังนั้นการให้ที่แสนเรียบง่ายแต่มีค่าก็คือการให้เวลา การพูดคุยเป็นการช่วยบำบัดจิตใจ ถ้าหากมีสุขภาพจิตดีก็นำไปสู่การมีสุขภาพกายดีได้ ผู้ดำเนินโครงการจึงเห็นว่าการพูดคุยจะเป็นการสร้างกำลังใจและทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเหงาระหว่างที่พักที่อาคารเย็นศิระ

วัตถุประสงค์

  • พูดคุยกับเพื่อให้กำลังแก่ผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ที่อาคารเย็นศิระ
  • เพื่อให้ผู้ป่วยได้รู้สึกสบายใจที่มีคนคอยรับฟังสิ่งที่เขาอยากจะพูดสิ่งที่เขารู้สึก
  • เพื่อให้ผู้ป่วยไม่เหงารู้สึกมีความสุขและมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป
  • เพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้ที่จะเสียสละและเป็นผู้ให้
  • เพื่อสร้างจิตสาธารณะให้แก่นักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • เพื่อเรียนรู้ที่จะสร้างมนุษยสัมพันธ์กับผู้ป่วยและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพแพทย์ในอนาคต

เป้าหมายของโครงการและผลที่คาดว่าจะได้รับ

เป้าหมายเชิงคุณภาพ

1.ผู้เข้าร่วมโครงการตระหนักถึงผลประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
2.ผู้เข้าร่วมโครงการเรียนรู้ที่จะสร้างมนุษยสัมพันธ์กับผู้ป่วย
3.ผู้ป่วยมีความสุขเพิ่มขึ้น รู้สึกสบายใจ ดีใจที่มีเพื่อนคุยและมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป

เป้าหมายเชิงปริมาณ

1.นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 PBL 17 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 9 คน
2.บันทึกสะท้อนคิดจำนวน 1 เล่ม
3. นักศึกษา 1 กลุ่ม ต่อผู้ป่วย 1 คนรวมทั้งหมด ผู้ป่วย 4 คน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. ผู้ป่วยมีความรู้สึกดีให้กับนักศึกษา
2. ผู้ป่วยกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป
3. ผู้ป่วยรู้สึกมีความสุข และเพลิดเพลินกับการพูดคุยกับนักศึกษา
4. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน
5. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความสุขกับการให้ มีจิตสาธารณะ รวมทั้งมีความเข้าใจในตัวผู้ป่วยมากขึ้น
6. ผู้เข้าร่วมโครงการตระหนักและเห็นคุณค่าสำคัญของการดูแลสภาพจิตใจของผู้ป่วย

การดำเนินโครงการ

  • ไปอาคารเย็นศิระ เพื่อไปดูว่าอาคารเย็นศิระเป็นอย่างไร มีอะไรที่พวกเราสามารถทำได้บ้าง
  • ปรึกษา ผศ.นพ.ธนพันธ์ ชูบุญ เกี่ยวกับโครงการที่จะทำ และได้ข้อสรุปว่า จะทำโครงการสร้างสุขสู่เย็นศิระ
  • ไปอาคารเย็นศิระอีกครั้ง เพื่อดูว่ามีผู้ป่วยคนไหนบ้างที่พวกเราสามารถเข้าไปหาได้ โดยรับคำปรึกษาจากพี่นุช พยาบาลที่อาคารเย็นศิระ
  • แบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่มกลุ่มละ 3 คน 1 กลุ่ม และ กลุ่มละ 2 คน 3 กลุ่ม ไปสัมภาษณ์คนไข้ 4 คน ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหมด
  • แต่ละกลุ่มแบ่งกันไปอาคารเย็นศิระ ในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยว่าง และพวกเราว่าง โดยไปอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อพูดคุยกับคนไข้ซึ่งวันเวลาอาจปรับเปลี่ยนได้ หากผู้ป่วยเสร็จการรักษาก่อนโครงการจบ
  • เขียนบันทึกสะท้อนคิด

ผลการดำเนินโครงการ

จากการที่แต่ละกลุ่มไปพูดคุยกับผู้ป่วย เฉลี่ยกลุ่มละ 5 ครั้ง ทำให้พวกเราได้ให้เวลากับคนไข้ เป็นการช่วยให้ผู้ป่วยได้ระบายความเครียด ความกังวล ยิ่งไปกว่านั้นการที่พวกเราได้ไปพูดคุยกับคนไข้ ทำให้พวกเราได้มุมมองใหม่ๆ ได้เข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยมากขึ้น

การประเมินโครงการ

เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน
บันทึกสะท้อนคิดของนักศึกษา

รูปแบบการประเมิน

ในการทำกิจกรรมเสริมหลักสูตรในครั้งนี้ ได้มีการประเมินความสัมฤทธิ์ผลของการดำเนินโครงการ โดยอาศัยเครื่องมือหลักคือ บันทึกสะท้อนคิด ซึ่งเป็นบันทึกที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ป่วยแต่ละคน รวมทั้งความรู้สึก ทัศนคติและสิ่งที่นักศึกษารวมทั้งผู้ป่วยแต่ละคนได้รับจากการทำกิจกรรมครั้งนี้

วัตถุประสงค์ของการประเมิน
1.เพื่อแสดงถึงประสิทธิภาพของในการดำเนินงาน
2.เป็นตัวชี้วัดความรู้สึกของผู้เข้าร่วมโครงการที่มีต่อโครงการ
3.เพื่อสะท้อนผลที่ได้รับจากการทำโครงการ

สรุปผลของการประเมิน

นักศึกษาแต่ละคนเขียนบันทึกสะท้อนคิดถึงประสบการณ์และสิ่งต่างๆที่ตนได้รับรวมทั้งความรู้สึกต่อโครงการเป็นจำนวนอย่างน้อยคนละ 1 หน้ากระดาษ

สรุปผลการดำเนินโครงการ

จากการดำเนินโครงการสร้างสุข สู่เย็นศิระ ผลปรากฏว่านักศึกษาทุกคนมีทัศนคติต่อผู้ป่วยไปในทางที่ดีขึ้น ได้รับรู้ความรู้สึกของคนเมื่อยามเจ็บป่วย ได้เห็นการดำเนินชีวิตและการใช้ชีวิตของผู้ป่วยแต่ละคนทั้งนี้นักศึกษาทุนคนมีความรู้สึกที่อยากจะทำโครงการดีๆอย่างนี้อีก ในการทำโครงการครั้งนี้ก็ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ทุกข้อ กล่าวคือ นักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นผู้ให้ มีความสุขที่ได้ทำประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์ในด้านของผู้ป่วย จากการที่แต่ละคนได้พูดคุยกับผู้ป่วยคนหนึ่งในฐานะที่เราเป็นนักศึกษาธรรมดาๆคนหนึ่งจะเห็นได้ว่า มีความสนิทสนมกับผู้ป่วยมากขึ้นเริ่มจากที่เราเป็นผู้ให้ ไปให้เวลาให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยเมื่อการพูดคุยผ่านไปสักระยะหนึ่งก็กลายเป็นการสนทนาถึงชีวิตประจำวัน บอกเล่าถึงประสบการณ์ชีวิต หลักการในการดำเนินชีวิตเสียมากกว่าจนในครั้งสุดท้ายที่ได้ไปพูดคุยก็มีความรู้สึกถึงการจากลาที่เราต้องลาผู้ป่วยเพราะการคุยแต่ละครั้งที่ผ่านๆมา ก็ทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยกันมากขึ้นและรู้สึกเหมือนว่าผู้ป่วยเองก็ได้ให้บางสิ่งบางอย่างแก่เรากลับมาด้วยเช่นกันนอกจากนี้โครงการยังช่วยเสริมสร้างความสามัคคีและการทำงานร่วมกันของกลุ่มนักศึกษา ร่วมมือช่วยเหลือกันทำงาน เสนอความคิดเห็นและแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินโครงการ และส่วนที่สำคัญที่สุด คือ โครงการได้ปลูกฝังนักศึกษาให้รู้จักคุณค่าของการเป็นผู้ให้และการมีจิตสาธารณะ รู้จักการทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น รวมทั้งช่วยเหลือสังคมในอนาคต ดั่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก บิดาทางการแพทย์ของไทยว่า “ให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นกิจที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภทรัพย์และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์”


แค่นี้ก็พอจะนึกภาพรวมออกแล้วใช่ไหมครับ

เดี๋ยวจะทยอยนำบทความสะท้อนของลูกศิษย์แต่ละคนมาลงนะครับ

โปรดอดใจรอ


ธนพันธ์ ชูบุญรู้สึกว่าต้องรีบสะสางงาน

๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๘