715. สมองวีรบุรุษ (The Hero's Brain)

เรียนรู้ศาสตร์ OD ผ่าน "สามก๊ก" (ตอนที่ 45)

ตัวละครในสามก๊ก ที่ผมนับถือที่สุดอย่างสุดใจก็คือ “จูล่ง” สุภาพบุรุษแห่งเสียงสาน ผู้เป็นหนึ่งในขุนพลคนสำคัญของจ๊กก๊ก ถ้าความสำเร็จไม่เกี่ยวกับตำแหน่งและอำนาจแล้ว ผมว่าจูล่งเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ จูล่งดูเป็นคนที่คนยุคนี้จะบอกว่ามี Passion ในอาชีพ คือีความหลงใหล รักในความเป็นทหารมากๆ เรียกว่าอยู่ในสายเลือด จนวันสุดท้ายของชีวิต ยังไม่พอดูมีจุดประสงค์ในชีวิต คือเหมือนกับเป็นคนที่เกิดมารู้ว่าจะใช้ชีวิตไปเพื่ออะไร (Purpose) จะเห็นชัดว่าจูล่งไม่ได้อยู่ไปวันๆ แต่พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายและ พิทักษ์ราชวงค์ จะว่าไปดูเหมือนความสำเร็จของจูล่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของ Passion และ Purpose

Passion ความหลงใหลในอาชีพนักรบ เกิดขึ้นมาในตัวจูล่งก่อนมาเป็นทหารเสียอีก Passion ในอาชีพทำให้จูล่งพัฒนาฝีมือตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง คุณเคยเห็นคนที่รักในสิ่งที่ตนเองทำมากๆไหมครับ ไม่ว่าใครที่เกิดความรักในสิ่งที่ตนเองทำ เขาจะพัฒนาฝีมือตนเองจนเป็นระดับเทพไปเลย ตรงข้ามผมเคยเห็นเพื่อนร่วมงานที่ดูทำงานตามหน้าที่ ดูไม่รัก ชัดมาก ไม่ทุ่มเท ไม่ศึกษาพัฒนาฝีมือตัวเอง ก็ไปไม่ถึงไหน

Purpose ตัวนี้มันเหมือนทิศทางในชีวิตครับ ว่าคุณจะอยู่เพื่ออะไร แนวคิดง่ายๆคือคุณจะใช้ Passion ของคุณไปสร้างประโยชน์ให้กับโลก หรืออย่างน้อยให้กับคนอื่นในแง่มุมไหน แนวคิดคือคุณจะเอาความเชี่ยวชาญ ความสามารถของคุณไปสร้างประโยชน์ให้ใคร หรือให้โลกในแง่มุมไหน ถ้าคุณไม่มีแง่มุมตรงนี้ คุณอาจหากินไม่ได้เลย หรือหากหากินได้ ประโยชน์ที่โลก และสังคมจะได้รับนี่จะน้อยมากๆ เรียกว่าเกิดมาเป็นโมฆะบุรุษ จูล่งนี่เป็นอะไรที่ชัดมากๆ เขาเกิดมาเพื่อเป็นนักรบ เขาชอบรบ และเอาความสามารถมารบกับเหล่าร้าย และพิทักษ์ราชวงค์แห่งคุณธรรม จูล่งทำเพื่อโลกเลย (ตอนนั้นโลกของคนจีนมีเท่านั้น)

มาถึงตอนนี้เลยเริ่มเข้าใจว่าทำไมจูล่งจึงกลายเป็นหนึ่งในคนที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ จูล่งมีทั้ง Passion และ Purpose แต่นี่ไม่พอ

ที่ทำให้ดังก้องไปในประวัติศาสตร์ก็คือ Passion และ Purpose ของจูล่งสอดคล้องกัน ส่งเสริมกัน

จินตนาการสิครับ จูล่งคงไม่เกิดหาก Passion ของจูล่งเป็นการรบ แต่เกิดเชื่อเมีย ที่แนะนำว่าทำนาแล้วรวยกว่า อย่ารบเลย กลัวพี่อายุสั้น คุณคงเห็นจูล่งสับสนในชีวิต เหมือนคนที่เราเห็นส่วนใหญ่ทุกวันนี้ คงเป็นทุกข์ และไม่เปล่งประกาย และคงจมหายไปกับสายธารแห่งประวัติศาสตร์ เหมือนคนจำนวนมากที่เราเห็นเกือบทั้งโลก ที่ขอโทษบางทีก็ไม่ชอบสิ่งที่ตังเองทำ แถมไม่ได้พยายามสร้างสรรค์อะไรให้ใครด้วย

เอาอย่างนี้ดีกว่าเราจะทำอย่างไร เราจะค้นหามันอย่างไร เจ้า Passion และ Purpose นี่ คุณ Porter Gale แนะนำไว้ดังนี้ครับ

1.ทำ Funnel Test (การตีกรอบความคิดจนค้นพบข้อสรุป) โดยเริ่มหา Passion หรือสิ่งที่คุณหลงใหลก่อน อะไรที่ทำแล้วมีพลัง ด้วยการตอบคำถามสามข้อ ข้อแรกคือคุณชอบใช้เวลาหมดไปกับเรื่องอะไรมากที่สุด ข้อสอง กิจกรรมอะไรที่คุณทำได้ดีกว่าคนอื่น และความสัมพันธ์กับใครที่นำมาซึ่งความสุข ถ้าจูล่งมาทำ Test นี้จูล่งจะบอกว่า สิ่งที่ผมชอบใช้เวลาให้หมดไปมากที่สุดก็คือเรื่องการรบ กิจกรรมอะไรที่จูล่งทำได้ดีครับ จูล่งจะบอกว่าการพาทหารลุยรบ นำหน้าทหาร ลุยเดี่ยว สุดท้าย ความสัมพันธ์กับใครที่นำมาซึ่งความสุข จูล่งบอกตั้งแต่แรกครับ เขาชอบนายที่มีคุณธรรม คบหากับคนมีคุณธรรม นี่ได้ไปเต็มๆ เขาเทิดทูนเล่าปี่มาก ตอนหลังมาเจอกวนอู ขงเบ้งอีกนี่ “ผมสุขจนล้นเลยครับ”

2. หา Passion ที่มันสอดคล้องกัน ตรงนี้เราเรียกว่า Sweet Spot ตรงนี้เราต้องหางาน หรือกิจกรรมอะไรที่สามารถรวมเอา Passion อย่างน้อยสองอย่างเข้าด้วยกัน ตรงนี้เท่าที่เห็นจูล่ง “ข้าเป็นนักรบ ที่ทำงานให้กับนายและเหล่านักรบผู้มีคุณธรรม” นี่ชัดครับ ไม่แปลกที่จูล่ง จะรบแบบรัวๆ มาทั้งชีวิต แต่ก็ดูมีความสุข และเก่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะเส้นทางอาชีพของจูล่งวางอยู่บนฐานของความหลงไหลในอาชีพและวิถีชีวิต ที่สอดคล้องกลมกลืนเป็นหลึ่งเดียว นับว่าทรงพลังนัก

3 ยังไม่พอครับ เรา้องเริ่มกลับไปมองที่ Funnel Test ว่ามันออกไปทางไหน (Tone) เราเห็นแนวโน้มอะไร ตรงนี้สามารถเป็นแนวไหนก็ได้ เช่นดูแลครอบครัว สร้างความรู้อะไรก็ได้ ตัว Tone นี้จะช่วยให้คุณเห็นทิศทางการของ Purpose คุณว่าจะไปในแนวใด จูล่งเมื่อมาดูแบบฝึกหัดนี้ท่านอาจเริ่มบอกพวกเราว่า “แนวโน้มไปลุย”

4. เรามาหา Purpose ต่อไป ..อะไรที่คุณอยากเห็นในช่วงชีวิตของคุณ อะไรที่ก่อนตายเมื่อคุณได้นึกถึงคุณจะภาคภูมิใจมากๆ จูล่งคงตอบว่า “ข้าๆเห็นว่ากู้ราชวงค์ฮั่นสำเร็จ เห็นบ้านเมืองสงบสุข” ดังนั้น Purpose ที่พัฒนามาจาก Passion ของจูล่งจะเป็น... “เพื่อใช้ความสามารถในการรบของข้าๆ ไปทำงานร่วมกับผู้มีคุณธรรม ในการกอบราชวงค์ฮั่นจนสำเร็จ บ้านเมืองสงบ มีสันติภาพ”

Funnel Test ของงจูล่งเป็นดังนี้ครับ

ได้แล้วครับทั้ง Passion และ Purpose แต่จูล่งก็ต้องตอบคำถามนี้อีก เพื่อตรวจสอบหน่อย

ต้องเช็คนี้ว่า Purpose ของเราตอบโจทย์ชีวิตเราได้หรือไม่ คุณก็ทำได้ด้วยชุดคำถามต่อไปนี้

  1. Purpose นี้จะนำมาซึ่งความสุขในชีวิตหรือไม่...ผ่าน
  2. เราจะเลี้ยงชีพได้หรือไม่...ผ่าน
  3. Purpose ของเราขัดแย้งกับ Passion เราหรือไม่..ผ่าน
  4. Purpose ของเรามีส่วนช่วยโลกใบนี้หรือไม่ หรือช่วยทำให้คนอื่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่...ชัดมาก..ผ่าน
  5. เราต้องปรับเปลี่ยนอะไรให้เราสามารถใช้ชีวิตตาม Purpose เราหรือไม่ ...ตัวชัดครับ นายคนเดิมของจูล่งไม่ฉลาด ไม่มีคุณธรรม ที่สุดจูล่งมองไม่เห็นใครนอกจากเล่าปี่.. นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของวีรบุรุษผู้โด่งดังที่สุดในโลก

จินตนาการสิครับเมื่อคนเราได้ทำกิจกรรมที่เราทำได้ดีที่สุด ได้ใช้เวลาทำสิ่งที่เราชอบที่สุด มีสายสัมพันธ์กับคนที่จะนำความสุขมาให้เรา นี่สุดยอดไหมครับ นี่คือนิยามของคำว่า Passion คุณจะเก่งขึ้น ดีขึ้น กำลังใจคุณจะมากขึ้น สุดยอดไหมครับ

ถ้าคุณไม่คิดเรื่องนี้ดีๆ คุณเอาแค่คุณเก่ง แต่คุณอยู่ไม่ถูกที่ ยังไงชีวิตคุณก็ยาก

แต่หากมี Passion แล้ว แต่ไม่มีจุดหมายระยะไกล ก็เหมือนคุณเป็นคนยิงธนูแม่นที่สุดในโลก ได้อยู่กับทีมที่ชอบกันมาก แต่ไม่เคยคิดว่าจะยิงธนูไปเพื่ออะไร คุณกับเพื่อนก็พากันยิงธนูลงทุ่งนาเล่นๆ ชีวิตก็คงไม่ไปไหน จริงไหมครับ มันต้องมองต่อว่าคุณจะเอาความสามารถไปทำอะไร

เช่นวันนสองวันนี้คุณจะได้ยินข่าวช๊อกโลกว่ามาร์ค ซุคเคอร์เบิร์ก CEO ของ FACEBOOK ประกาศมอบหุ้น 99% เพื่อจะยกระดับการศึกษา วิทยาการ ความยากจนของคนรุ่นต่อไป เขาอยากให้ลูกสาวเขาอยู่ในโลกที่ดีกว่ารุ่นของเรา สุดยอดไหมครับ คุณจะเห็นว่าคนคนนี้มีทั้ง Passion และ Purpose ...คนแบบนี้ครับที่โลกต้องการ

ในขณะที่ก็มีข่าวช๊อกอีกว่าผู้บริหารบริษัทดังของไทยที่รวยกันแล้วรวยกันอีกที่ดูมี Passion ในชีวิต ออกทีวีก็บ่อย เรียกว่าหล่อรัวๆ มหาลัยเชิญมาสอน..กลับรวมหัวกันใช้ข้อมูลวงในซื้อหุ้น เอาเปรียบคนทั่วไป (ผมก็มีหุ้นที่นั่นครับ) ที่สุดถูกจับได้ คุณจะเห็นว่าคนพวกนี้มีแค่ Passion แต่ไม่มี Purpose ชีวิตมีเป้าหมายแต่ไม่รู้ว่าเกิดมาเพื่ออะไร จะทำอะไรให้โลก เป็นโมฆบุรุษชัดๆ

เราไม่ว่าใคร เอาเป็นว่าเราเองก็ต้องมี ไม่งั๊นเราก็อยู่ไปวันๆ หายใจทิ้ง ถูกลืม ไม่ได้พบความสงบสุขในชีวิต แถมไม่สร้างอะไรดีๆ ไว้ให้โลกด้วย

แล้ววันนี้อะไรคือ Passion อะไรคือ Purpose ของคุณ ...ถ้ายังไม่พบ จัดสักเล็กน้อยครับ จะเห็นตัวเราชัดขึ้นมากๆ

คุณจะเต็มที่กับชีวิต เต็มที่กับโลก แม้ตายไม่เสียดายชีวิต

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)