๑๕. จากเพลงพวงมาลัย...ถึงเพลงฉ่อย

”โรงเรียนบ้านหนองผือ..แม้จะเป็นโรงเรียนเล็กๆ แต่มีกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อม และแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง....” ถ้ามีเวลาอยากให้ผอ.แต่งบทร้องและฝึกวซ้อมให้เด็กไว้ เกี่ยวกับคุณค่าของน้ำนมแม่..จะให้ไปร้องเพลงฉ่อยให้แม่ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล.ได้รับฟัง.

ครูฝน..คุณครูคนใหม่ บอกผมว่า นักเรียนชั้นป.๖ แต่งเพลงพื้นบ้านได้แล้ว ผมยิ้ม.. ก่อนจะบอกครูฝนว่า..เป็นเรื่องปกติธรรมดา เมื่อเด็กเขาร้องจนเคยชิน ได้แสดงออกด้านหน้าเวทีบ่อยๆ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาแล้ว เขาจะถ่ายทอดออกมาได้เอง อย่างไม่ต้องรู้สึกฝืนใจ

ผมอยู่โรงเรียนบ้านหนองผือมา ๙ ปีเศษ จำได้อย่างแม่นยำว่า เคยให้นักเรียนร้องเล่นเพลงเรือในงานลอยกระทงเพียงครั้งเดียว เพลงเกี่ยวข้าวและเต้นกำรำเคียวอย่างละ ๒ ครั้ง ที่เหลือเป็นเพลงพวงมาลัยทั้งหมด ซึ่งเล่นบ่อยมาก จนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาของเขตพื้นที่และชุมชนท้องถิ่น สร้างชื่อให้โรงเรียน ว่ามีเอกลักษณ์ด้านเพลงพื้นบ้าน..

ปีการศึกษา ๒๕๕๘ ผมตัดสินใจตั้งแต่เปิดภาคเรียน หลังจากเรียนรู้ด้วยตนเองบ้าง และ ด้วยการสังเกตคำร้องและดนตรี จากการแสดงของน้าโย่ง น้านงและน้าพวง ในรายการคุณพระช่วย ดูไปด้วยบันทึกไปด้วย เพื่อหาลักษณะถ้อยคำที่สัมผัสคล้องจอง เสียงสูงเสียงต่ำ ขึ้นต้นบทร้องและท่อนจบเป็นอย่างไร ตลอดจนบุคลิกท่าทางและคำพูดของคนร้อง ในขณะที่โต้ตอบกัน...

พอจับจุดได้ ผมก็มีความกล้าพอที่จะแต่งบทร้อง ส่งมอบให้นักเรียนฝึกซ้อม ผมเลือกหัวข้อเรื่อง ค่านิยม ๑๒ ประการ เป็นเนื้อร้องสำหรับฉ่อย ให้..ไก่กับโก้..(เด็กชายศักดิ์ดรินทร์กับเด็กชายศรายุท) เป็นคู่ประเดิมร้องฉ่อย เป็นเนื้อร้องค่านิยมข้อที่ ๑ - ๒ ส่วนข้ออื่นๆ ผมก็เลือกนักเรียน ป.๕ – ๖ ร้องกันเป็นคู่ แต่ละคู่จะว่าด้วยค่านิยมเพียง ๒ ข้อ ว่ากันไปจนถึงข้อ ๑๒

แต่งเสร็จ นักเรียนเริ่มฝึกซ้อมทันที ซ้อมกันแล้ว แต่ก็ไม่มีเวทีให้ไปแสดงที่ไหน ร้องกันเองฟังกันเอง พอให้ขำๆกันไป ข้างฝ่ายมือกลอง ก็บอกว่าไม่ยากเลย เมื่อต้องให้จังหวะกลองประกอบเพลงฉ่อย แต่คนร้องหลายคนแทบจะลืมเพลงพวงมาลัย และบอกว่าเล่นเพลงฉ่อยสนุกกว่า สนุกที่ได้หยอกล้อกัน

สัปดาห์ต่อมา..คุณหมอจากโรงพยาบาล...พร้อมด้วยคณะกรรมการมาประเมินโครงการส่งเสริมสุขภาพ ตามเกณฑ์มาตรฐานฯ ซึ่งทางโรงเรียนเคยได้ระดับทองมาแล้ว กรรมการจะประเมินว่า โรงเรียนยังรักษาและคงสภาพที่ได้มาตรฐานอยู่หรือไม่ ปรากฏผลการประเมินออกมาว่า ทั้ง ๑๐ มาตรฐาน..โรงเรียนได้ระดับดีมาก..ทุกข้อ

ข้อที่น่าสนใจ...เป็นหัวข้อมาตรฐานเกี่ยวกับกีฬา และนันทนาการ คุณหมอถามว่า..โรงเรียนนี้มีกิจกรรมนันทนาการอะไรบ้าง..ผมตอบว่า..มีกายบริหารมือเปล่า แม่ไม้มวยไทย ดนตรีไทย กลองยาวและเพลงพื้นบ้าน...เพลงพวงมาลัยกับเพลงฉ่อย ครับ

คุณหมอ..หนึ่งในคณะกรรมการให้ความสนใจเพลงพื้นบ้านเป็นพิเศษ และอยากให้นักเรียนสาธิตให้ดู..ผมรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ ที่นึกไม่ถึงว่า กรรมการจะประเมินเข้มขนาดนี้ ผมจึงให้เด็กชายโก้..ร้องทำนองเพลงพื้นบ้าน เนื้อหาว่าด้วย..โรคไข้เลือดออก..มีกลองให้จังหวะ และโก้ก็ออกท่าทางได้อย่างสะใจ รอดไปกิจกรรมหนึ่ง...จากนั้นคุณหมอก็อยากดูเพลงฉ่อยขึ้นมาอีก...แต่ไม่เป็นไร ซ้อมกันไว้บ้างแล้ว.....

ผมเลือกไก่กับโก้ออกมาโชว์ เพลงฉ่อย เรื่องค่านิยม ๑๒ ประการ เลือกเฉพาะข้อ ๑ – ๒ คณะกรรมการทุกคนฟังไก่โก้ อย่างตั้งอกตั้งใจ ถ่ายภาพและยิ้มอย่างมีความสุข สนุกไปกับบทร้องและท่าทางของเด็กทั้งสอง

ก่อนที่คณะกรรมการจะกลับ..มีคำพูดที่ฟังแล้วชื่นใจเหลือเกิน ผมจำได้ ถ้อยคำที่คุณหมอท่านหนึ่งพูดว่า...”โรงเรียนบ้านหนองผือ..แม้จะเป็นโรงเรียนเล็กๆ แต่มีกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อม และแหล่งเรียนรู้ที่เกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง....” ถ้ามีเวลาอยากให้ผอ.แต่งบทร้องและฝึกวซ้อมให้เด็กไว้ เกี่ยวกับคุณค่าของน้ำนมแม่..จะให้ไปร้องเพลงฉ่อยให้แม่ที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล.ได้รับฟัง.น่ะค่ะ..”

ประโยคหลังนี้..โดนใจผมมาก แสดงให้เห็นว่า นักเรียนร้องได้น่าฟัง หมอจึงสนใจ ผมจึงเริ่มมั่นใจตั้งแต่วันนั้นว่า..เพลงฉ่อย..น่าจะเป็นเพลงพื้นบ้าน ที่จะไปได้ดี..ในอนาคต

วันรุ่งขึ้น..ผมใช้เวลา ๓ ชั่วโมง เขียนบทร้อง..ว่าด้วยน้ำนมแม่ ความยาว ๑๔ บรรทัด วันต่อมาก็ให้ไก่กับโก้..เริ่มซ้อมทันที เพียง ๓ วัน เด็กสองคนก็ร้องได้ขึ้นใจ ออกท่าทางได้โดยไม่เคอะเขิน..

ใครจะไปคิดว่า..ไก่กับโก้..จะได้เกิดอย่างรวดเร็ว เด็กทั้งสองไม่ได้เกิดที่โรงพยาบาล เพราะคุณหมอยังไม่มีหนังสือเชิญให้ไปทำการแสดง แต่ผมหาเวทีให้กับนักเรียนด้วยตัวผมเอง...

วันนั้น..ผมไปประชุมเพื่อรับทราบกำหนดการของมูลนิธิเด็ก ที่จะจัดค่ายเยาวชนรักการอ่าน ที่อุทยานแห่งชาติถ้ำธารลอด อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม ๓๐ โรงเรียน ให้โควต้าโรงเรียนละ ๕ คน ครูผู้ควบคุม ๑ คน

มูลนิธิเด็กขอการแสดงของนักเรียน ภาคกลางคืน มีโรงเรียนที่อาสาจัดการแสดง ๒ โรงเรียน หนึ่งในนั้นมีโรงเรียนบ้านหนองผืออยู่ด้วย ผมส่งไก่กับโก้พร้อมด้วยนักเรียนป.๖ อีก ๓ คน เข้าร่วมกิจกรรมค่าย..และบอกว่า..อย่าลืมโชว์เพลงฉ่อยในช่วงนันทนาการ...นะ

ผมไม่ได้ไปด้วย แต่รอรับทราบผลการฉ่อยอย่างเป็นทางการครั้งแรกด้วยใจจดจ่อ..แล้วก็ไม่ผิดหวัง..ครูฝนกลับมารายงานว่า..ผู้ชมปรบมือชอบใจ และการแสดงถูกใจคณะกรรมการของมูลนิธิเด็ก

ครับ...เพลงฉ่อยของโรงเรียนบ้านหนองผือ ก็สดใสร่าเริงมาเป็นลำดับ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เริ่มจาก..ฉ่อยป๋วยร้อยปี ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ...งานของ สสส.ลดละเลิกบุหรี่ที่เมืองกาญจน์ (งานนี้ต้องยกเลิกเพราะไก่ไม่สบายโก้เลยไม่มีคู่) ..งานกฐินสามัคคีที่วัดเขาวัง ของท่านเจ้าคณะอำเภอ...งานที่รออยู่ข้างหน้า ที่จะให้ไก่โก้ไปโชว์เพลงฉ่อยก็มี งาน ๕ ธันวามหาราช ของเทศบาลตำบลเลาขวัญ... ต้นเดือนมกราคม งานโคบาล งานประจำปีของอำเภอ...และทางมูลนิเด็กก็แจ้งข่าวมาว่าเตรียมตัวไว้ด้วย ๑๓ มกราคม ๒๕๕๙ งานส่งเสริมการอ่าน จัดที่เซ็นทรัลเวิร์ล กรุงเทพฯ

ถึงแม้ไก่กับโก้..จะก้าวไกลเพียงใด..แต่ก็ไม่ทิ้งการเรียน ขยันอ่านขยันเขียน เด็กทั้งสองคนเรียนได้เกรดเฉลี่ย ๔ ทั้งสองคนครับ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ด้วยรักและศรัทธา พัฒนางาน..ชีวิต เส้นทางผลสัมฤทธิ์ บันทึกไว้..ให้รื่นรมย์



ความเห็น (0)