GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

งานชิ้นที่ 3

ฟังค์ชันของexcel
การคำนวนหาฟังค์ชันของexcel
  • การคำนวณทางคณิตศาสตร์อย่างง่าย
    การคำนวณ ใน Excel ทำได้ โดยการป้อนตัวเลขเข้าไปในช่อง cell แต่ละช่อง จากนั้น จึงกำหนดให้นำตัวเลขในแต่ละช่อง มา บวก ลบ คูณ หาร กัน ลองดูตัวอย่าง และทำตามต่อไปนี้
การบวกเลข 1. คลิกที่ ช่อง A12. พิมพ์เลข 20 3. แล้วกด Enter เคอร์เซอร์ จะเลื่อนมาที่ ช่อง cell A2 (ถ้าไม่เลื่อนลงมาตรง ๆ แสดงว่ามีการไปตั้งค่า ทิศทางการกด Enter ให้ท่านตั้งค่าใหม่ได้ 4. คลิกที่ช่อง A2 และพิมพ์เลข 30 แล้วกด Enter 5. เคอร์เซอร์ จะเลื่อนมาที่ช่อง A3 ให้พิมพ์ =A1+A2 6. เครื่องหมายเท่ากับ ข้างหน้า เป็นการบอก Excel ว่า กำลังใช้สูตร ไม่ใช่เป็นการพิมพ์ข้อความธรรมดา และจะสังเกตสีของ ข้อความ A1 และ A2 แตกต่างไปจากสีธรรมดา และเมื่อขณะพิมพ์ A1 จะมีกรอบเกิดขึ้นที่ช่อง A1 ด้วย และขณะพิมพ์ A2 ก็จะมีกรอบเกิดที่ช่อง A2 แสดงขอบเขตที่ถูกเลือก7. เมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Enter กรอบจะเลื่อนไปยังตำแหน่ง A4 และจะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 50 ในช่อง A3 การลบ 1. คลิกที่ ช่อง C1 2. พิมพ์เลข 30 3. แล้วกด Enter เคอร์เซอร์ จะเลื่อนมาที่ ช่อง cell C2 4. คลิกที่ช่อง C2 และพิมพ์เลข 20 แล้วกด Enter 5. เคอร์เซอร์ จะเลื่อนมาที่ช่อง C3 ให้พิมพ์ =C1-C2 6. เมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Enter กรอบจะเลื่อนไปยังตำแหน่ง C4 และจะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 10 ในช่อง C3 การคูณ 1. คลิกที่ ช่อง E1 2. พิมพ์เลข 3 3. แล้วกด Enter เคอร์เซอร์ จะเลื่อนมาที่ ช่อง cell E2 4. คลิกที่ช่อง E2 และพิมพ์เลข 2 แล้วกด Enter 5. เคอร์เซอร์ จะเลื่อนมาที่ช่อง E3 ให้พิมพ์ =E1*E2 6. เมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Enter กรอบจะเลื่อนไปยังตำแหน่ง E4 และจะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 6 ในช่อง E3 การหาร 1. คลิกที่ ช่อง G1 2. พิมพ์เลข 30 3. แล้วกด Enter เคอร์เซอร์ จะเลื่อนมาที่ ช่อง cell G2 4. คลิกที่ช่อง G2 และพิมพ์เลข 5 แล้วกด Enter 5. เคอร์เซอร์ จะเลื่อนมาที่ช่อง G3 ให้พิมพ์ =G1/G2 6. เมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Enter กรอบจะเลื่อนไปยังตำแหน่ง G4 และจะได้ผลลัพธ์เท่ากับ 6 ในช่อง G3 การใช้ AutoSum
 เครื่องหมาย AutoSum บน เมนูบาร์ ใช้สำหรับการบวกตามแนว คอร์ลัมน์ โดยอัตโนมัติ ซึ่งมี2.วิธีการใช้ ดังนี้ 1.. ไปที่ ช่อง H1 2.. พิมพ์ 5 แล้วกด Enter 3. พิมพ์ 5 แล้วกด Enter 4. พิมพ์ 5 แล้วกด Enter 5. ขณะนี้ เคอร์เซอร์ จะมาอยู่ที่ช่อง H4 6. คลิกปุ่ม บนเมนูบาร์ จะเห็นว่า ช่อง H1 ถึง H3 ถูกเลือก7. ให้กดปุ่ม Enter เพื่อตอบตกลง จะได้ผลออกมา    การหาค่าต่างๆของ excel คีย์ลัดในการป้อนวัน/เวลา
  • วันปัจจุบัน กดปุ่ม CTRL+;
  • เวลาปัจจุบัน กดปุ่ม CTRL+SHIFT+;
  • วัน/เวลาปัจจุบัน กดปุ่ม CTRL+; แล้วกดปุ่ม SPACE จากนั้นกดปุ่ม CTRL+SHIFT+;
 
    • Average ค่าเฉลี่ย
    • Count นับจำนวน รวมเซลล์ข้อความ
    • Count Nums นับจำนวนเฉพาะเซลล์ตัวเลข
    • Max ค่าสูงสุด
    • Min ค่าต่ำสุด
    • Sum ผลรวม
  การคำนวณค่า โปรแกรม Microsoft Excel มีความสามารถเด่นในด้านการคำนวณ ซึ่งมีลักษณะการคำนวณ 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่
  • การคำนวณด้วยสูตร (Formula)
  • การคำนวณด้วยฟังก์ชันสำเร็จรูป (Function)
  การคำนวณด้วยสูตร (Formula)
  • เลื่อน Cell Pointer ไปไว้ ณ เซลล์ที่ต้องการวางผลลัพธ์
  • สร้างสูตรการคำนวณแล้วกดปุ่ม <Enter> โดยสูตรจะมีรูปแบบดังนี้
  ค่าที่ 1 เครื่องหมาย ค่าที่ 2 ... ค่าที่ใช้ในการคำนวณ  
  • ค่าคงที่ เช่น 500
  • ตำแหน่งเซลล์ เช่น A5 จะหมายถึงนำค่าที่ถูกเก็บไว้ในเซลล์ ณ ตำแหน่งแถวที่ 5 คอลัมน์ A มาคำนวณ
เครื่องหมายการคำนวณ   ลำดับความสำคัญของเครื่องหมายการคำนวณ การคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ จะมีรูปแบบที่แน่นอนเฉพาะตัว โดยอาศัยลำดับความสำคัญของเครื่องหมายการคำนวณ   ตัวอย่างสูตรการคำนวณ =500*2% หมายถึง เอา 2 หารด้วย 100 แล้วนำผลลัพธ์ไปคูณกับ 500=5+5*8 หมายถึง เอา 5 คูณ 8 แล้วนำผลลัพธ์ไปบวกกับ 5=(5+5)*8 หมายถึง เอา 5 บวกกับ 5 แล้วนำผลลัพธ์ไปคูณกับ 8=A2/100 หมายถึง เอาค่าในเซลล์ A2 หารด้วย 100=A2+A3+A4+A5 หมายถึง เอาค่าในเซลล์ A2 บวกด้วยค่าในเซลล์ A3 บวกด้วยค่าในเซลล์ A4 บวกด้วยค่าในเซลล์ A5โดยปกติการคำนวณใน Excel จะใช้แบบที่ 2 คือ  
  • สูตรแบบใช้ค่าคงที่ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ให้อัตโนมัติ เมื่อค่าใดค่าหนึ่งเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนผลลัพธ์จะต้องไปแก้ไขที่สูตรด้วยตนเอง
  • สูตรแบบใช้ตำแหน่งเซลล์ จะมีการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ให้โดยอัตโนมัติ เมื่อค่าใดค่าหนึ่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลดีที่สุด
  การคำนวณด้วยฟังก์ชัน โปรแกรม Microsoft Excel มีความสามารถเด่นในด้านการคำนวณ ซึ่งมีลักษณะการคำนวณ 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่
  • การคำนวณด้วยสูตร (Formula)
  • การคำนวณด้วยฟังก์ชันสำเร็จรูป (Function)
  การใช้งาน
  • เลื่อน Cell Pointer ไปไว้ ณ เซลล์ล์ที่ต้องการวางผลลัพธ์
  • สร้างฟังก์ชันการคำนวณแล้วกดปุ่ม <Enter> โดยฟังก์ชันจะมีรูปแบบดังนี้
=ชื่อฟังก์ชัน(ค่า)  ค่าที่ใช้ในการคำนวณ  ค่าที่นำมาใช้ในการคำนวณ อาจจะเป็นค่าคงที่ เช่น 500 หรืออาจจะเป็นตำแหน่งเซลล์ เช่น A5 จะหมายถึงนำค่าที่ถูกเก็บไว้ในเซลล์ล์ ณ ตำแหน่งแถวที่ 5 คอลัมน์ A มาคำนวณนอกจากนี้ บางฟังก์ชัน ก็ไม่จำเป็นต้องมีค่ากำกับ เช่นฟังก์ชันวันที่ปัจจุบัน ใช้เป็น =NOW() ได้เลย เป็นต้นสูตรในการเชื่อมข้อมูล คือ ="ค่าคงที่"&ตำแหน่งเซลล์&ตำแหน่งเซลล์&"ค่าคงที่"&...โดยค่าคงที่ คือ ค่าใดๆ ก็ได้ที่ต้องการให้แสดงโดยจะต้องกำหนดให้เครื่องหมายคำพูด เช่น ช่องว่าง ก็ให้กำหนดเป็น " " หรือคำว่า คุณ ก็ให้กำหนดเป็น "คุณ" เครื่องหมาย & เป็นเครื่องหมายกระทำของ Excel เพื่อใช้ในการเชื่อมข้อมูล  การปรับแต่งข้อมูลวันที่เป็นวันที่แบบไทย กระทำได้โดย
  • กำหนดช่วงข้อมูลที่ต้องการ (จากตัวอย่างคือ I2:J6)
  • เลือกเมนูคำสั่ง "Format, Cells..."
  • เลือกบัตรรายการ Number
  • เลือก Category ชื่อ Custom
  • กำหนดรูปแบบวันที่แบบไทย ในรายการ Type เป็น d ดดดด bbbb
 d ดดดด bbbb เป็นรูปแบบวันที่แบบไทย โดย
  • d แสดงตัวเลข "วัน" ของเดือน ด้วยเลขอารบิก แบบตัวเลขหลักเดียว
  • ดดดด แสดงชื่อเดือนไทย แบบเต็ม
  • bbbb แสดงผลปี พ.ศ. ด้วยเลขอารบิก
  ฟังก์ชันสุ่มค่าตัวเลข การสุ่มค่าตัวเลขด้วย Excel สามารถกระทำได้ง่าย และสะดวกด้วยฟังก์ชัน Random ซึ่งมีรูปแบบการใช้ฟังก์ชันคือการสุ่มค่าตัวเลขด้วย Excel สามารถกระทำได้ง่าย และสะดวกด้วยฟังก์ชัน Randomโดยฟังก์ชันนี้จะแสดงผลลัพธ์เป็นค่าทศนิยม ระหว่าง 0 - 1 ดังนั้นถ้าต้องการแสดงผลด้วยค่าที่มากกว่า 1 สามารถนำ 10 หรือ 100 หรือ 1000 มาคูณ ดังนี้ อย่างไรก็ตามค่าที่ได้ ก็จะมีผลลัพธ์เป็นค่าเลขทศนิยมด้วย ดังนั้นถ้าต้องการค่าเลขจำนวนเต็ม สามารถใช้ฟังก์ชันปัดเศษทศนิยมมาใช้ร่วมกัน ดังนี้สำหรับการสุ่มตัวเลขระหว่างค่าใด ให้ใช้สูตร=RAND()*(b-a)+aเช่น สุ่มระหว่างค่า 3 - 5 ให้ใช้สูตร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ฟังค์ชันของexcel
หมายเลขบันทึก: 59785
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)