วันนี้มีประชุมที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เลยถือโอกาสทำเรื่องสำคัญ

บริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่


ตัดสินใจจะบริจาคไว้สองแห่ง คือ ที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.อ. สงขลา กับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

เคยไปติดต่อที่ ม.อ. ไว้ก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่ก็เปลี่ยนใจด้วยเหตุผลข้างล่าง

ตั้งแต่จบแพทย์และหมอเฉพาะทางมา ผมกลับมาทำงานที่ม.อ. สงขลาเกือบ ๓๐ ปี ที่นี่เป็นทั้งบ้านและที่ทำงาน จนรู้สึกผูกพันไม่น้อยไปกว่าศิษย์เก่าของโรงเรียนแพทย์แห่งนี้ ผมทำงานให้ ม.อ.ตามกำลังความสามารถเท่าที่จะทำได้ และยังคงมีโอกาสจะได้ทำต่อไปอีกสักระยะ

แต่สำหรับที่จุฬาฯ ตั้งแต่จบมา ผมก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรตอบแทนกลับให้เลย อาจจะมาบรรยายบ้าง แต่ก็นับครั้งได้ จึงเกิดความคิดว่า ทำไมตอนตายแล้ว ไม่กลับมาเป็นอาจารย์ใหญ่ที่นี่ เพื่อทดแทน..พระคุณของแหล่งเรียนมา

อีกอย่างคือ เพื่อนโต๊ะกรอส ที่ร่วมเรียนจากอาจารย์ใหญ่วิชากายวิภาคด้วยกันทั้ง ๔ คนรวมทั้งผม ต่างก็กลายมาเป็นอาจารย์ในโรงเรียนแพทย์ทั้งหมด ตั้งแต่ รศ.นพ.วันล่า กุลวิชิต อาจารย์สาขาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ ผศ.นพ.พรชัย กิ่งวัฒนกุล อาจารย์สาขาโรคไตเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ทั้งสองคนนี้สอนอยู่ที่จุฬาฯ อีกคน คือ ศ.นพ.รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์ ข้ามแม่น้ำกลายไปเป็นอาจารย์สาขาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ส่วนผมก็มาเป็นอาจารย์อยู่ที่ ม.อ. สงขลา มันคงจะสนุกพิลึก ถ้าเรามาบริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ กลับมาสอนนิสิตแพทย์ด้วยกัน ตอนตายไปแล้ว

วันนี้ผมมาติดต่อที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ชั้น ๔ อาคารแพทยพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งสร้างขึ้นในตำแหน่งที่เคยเป็นตึกกรอสสมัยที่ผมยังเรียนกันอยู่ จึงทราบจากพี่ถาวร เพชรอุดม ว่า ผู้ประสงค์จะบริจาคร่างกาย ไม่ต้องมาลงทะเบียนทำบัตรไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว เพียงแต่บอกญาติเอาไว้ว่า เวลาตายให้ติดต่อมาที่ศูนย์รับบริจาคที่หมายเลข ๐๘ ๓๘๒๙ ๙๙๑๗ ได้ตลอด ๒๔ ชม.เลย สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด ก็สามารถเอาศพขึ้นรถพยาบาลนำส่งที่ศูนย์ อย่าให้เกิน ๒๐ ชม.หลังเสียชีวิต

ผมนำมาแจ้งให้ทุกท่านทราบ ณ ที่นี้ว่า หากผมเสียชีวิต ช่วยกรุณาดำเนินตามความประสงค์ของผมที่จะอุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาให้ที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามหมายเลขโทรศัพท์ข้างบนด้วย ขอบคุณครับ




living will ที่เขียนไว้เดิม

https://www.gotoknow.org/posts/442467