ปลายทาง

   หากผมเจ็บป่วยด้วยสาเหตุใดก็ตาม จนไม่สามารถรักษาให้หายกลับมามีชีวิตปกติได้อีก และสติสัมปชัญญะของผมเสียไปจนไม่สามารถตัดสินใจเรื่องการดูแลรักษาได้แล้ว ผมขอรับการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานต่างๆ การดูแลความสะอาดของร่างกายซึ่งผมใส่ใจมาก และถ้าไม่เป็นการรบกวนคนในครอบครัวจนเกินไป ผมขอกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน บนเตียงของผม เตียงที่ใกล้หน้าต่างซึ่งเปิดเห็นสวนต้นไม้ในบ้าน

   และเมื่อถึงวาระสุดท้าย ขอให้ช่วยนำระฆังที่ผมวางอยู่หน้าหิ้งพระ เคาะนำทางผมเป็นจังหวะไปเรื่อยๆโดยไม่ต้องกล่าวนำอะไรทั้งสิ้น เคาะเบาๆก็พอนะครับ ผมไม่อยากตกใจตื่นขึ้นมาอีก

   ถ้าหัวใจผมหยุดเต้น หยุดหายใจ ผมขอไม่รับการกระตุ้นฟื้นคืนชีพ การใส่ท่อช่วยหายใจ เพื่อยืดการตายของผมออกไปอีก ขอให้ผมได้เสียชีวิตโดยธรรมชาติ

   ผมมีความประสงค์จะบริจาคร่างกายให้กับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อใช้สำหรับการศึกษาของนิสิตแพทย์ เมื่อผมเสียชีวิตกรุณาโทรศัพท์แจ้งที่ ๐๘๓-๘๒๙๙๙๑๗ ได้ตลอด ๒๔ ชม.​และช่วยเอาศพขึ้นรถพยาบาลส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ภายใน ๒๐ ชม.

   ขอขอบพระคุณทุกๆคนในครอบครัว แพทย์ บุคลากรสุขภาพที่ให้การดูแลรักษาผมตลอดมาด้วยความเมตตากรุณา และเคารพเจตจำนงนี้ของผม ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ทุกคน

   เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี

   ฮอสพิสวางานูอี
   ๓ เมษายน ๒๕๕๑

   ปรับปรุง ๑​ มกราคม ๒๕๖๒

๓ เมษายน ๒๕๕๑  ๑๔.๔๐ น.
ฮอสพิสวางานูอี วางานูอี เกาะเหนือ นิวซีแลนด์


   คีธขับรถวนรอบเมืองวงใหญ่ ก่อนจะกลับบ้านเพื่อรับประทานอาหารเที่ยงตามนัด เราสามคนช่วยกันเตรียมอาหารและจัดโต๊ะรับรองแขกพิเศษกันที่ลานหน้าบ้าน ท่ามกลางสวนดอกไม้และแสงแดดอันอบอุ่น

   คุณหมอโจนาธานและภรรยามารับประทานอาหารและพูดคุยอย่างสนิทสนม หลังอาหารเที่ยง โจนาธานก็ขับรถกลับไปส่งภรรยาที่บ้าน ก่อนพาผมไปที่สถานดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย..ฮอสพิส ที่เขาทำงาน ฮฮสพิสวางานูอี

   ที่นี่ตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศเหนือของเมือง อยู่ในบริเวณเดียวกับโบสถ์ทางคริสตศาสนาและชุมชนชาวเควกเกอร์ส (Quakers)* ซึ่งสะดวกในการมาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนไข้ที่ฮอสพิสแห่งนี้มาก

   ฮฮสพิสที่นี่เล็กกระทัดรัด มีเตียงรับคนไข้เพียง ๕ เตียง มีหมอ ๒ คนเท่านั้น จุดเด่นของที่นี่คือ สถานที่ ห้องของคนไข้สามารถเปิดประดูบานใหญ่ออกไปยังเนินเขาด้านนอกที่ไม่มีรั้วกั้นได้ทุกห้อง และหากเรานอนอยู่บนเตียง ก็จะมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกนี้ได้อย่างชัดเจน ตามภาพบนสุด บางวันก็จะเห็นน้องแกะมาและเล็มหญ้าอยู่ใกล้ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศแบบนิวซีแล้นด์..นิวซีแลนด์

   ด้านข้างก็จะมีสนามหญ้าขนาดใหญ่รวมทั้งสนามเด็กเล่น ไว้รองรับกิจกรรมของครอบครัวที่มาเยี่ยมคนไข้ ตามสองรูปข้างล่าง

   ผมเดินตามโจนาธานที่นำชมสถานที่ เดินออกห้องนั้นเข้าห้องนี้ ทักทายและแนะนำผมกับบุคลากรอย่างเป็นกันเอง มันเหมือนเดินอยู่ในบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ความรู้สึกของผมเหมือนผมเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่การมาดูงาน

   แว๊บหนึ่งในสมอง.. เราอยากมาตายที่นี่จัง แต่..มันไกลบ้านไปนะ ไม่เอาดีกว่า ขอเปลี่ยนเป็น..อยากจะตายในที่ๆคล้ายแบบนี้ดีกว่า ก็ที่บ้านเราเองไง...

   ผมเกิดความคิดอยากจะเขียนเจตจำนงเรื่องการดูแลรักษาตนเองเมื่อเจ็บหนักถึงชีวิตขึ้นมาทันที คืนนี้ผมจะเขียน

๓ เมษายน ๒๕๕๑  ๑๔.๓๘ น.
ฮอสพิสวางานูอี วางานูอี เกาะเหนือ นิวซีแลนด์

   โจนาธานพาผมกลับมาส่งที่บ้านของคีธตอนเย็น ผมยกมือไหว้เขาแบบไทยๆ ขอบคุณสิ่งดีๆที่เขามอบให้ผมวันนี้ สิ่งที่ผมจะไม่มีวันลืมในชีวิต

   ตกเย็น คีธและอลิสันพาผมไปงานเลี้ยงวันเกิดลูกชายคนโตของเขา..ริชาร์ด ที่ร้านอาหารในเมือง ต้องเรียกว่าเป็นงานรวมญาติครั้งใหญ่ของครอบครัวเลยทีเดียว มีตั้งแต่ผู้สูงอายุอย่างคีธ อลิสัน วัยกลางคนอย่างผมและลูกๆของทั้งสองคน แล้วก็บรรดาเด็กวัยรุ่นไปจนถึงเด็กน้อยอีกเป็นสิบ ความน่าสนใจคือ ตัวริชาร์ดเอง เคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อ ๑๕ ปีก่อน หลังจากรักษากันยาวนาน ก็ยังไม่สมบูรณ์เหมือนคนทั่วไป แต่เขาสามารถทำงานเล็กๆน้อยๆพึ่งตัวเองได้ ก็แยกตัวออกไปมีครอบครัว ไม่ได้ให้พ่อแม่เลี้ยงดูเหมือนครอบครัวไทย ผมรู้สึกว่าคีธและอลิสันก็ภูมิใจในความเป็นนักสู้ของลูกชายคนนี้มาก


* เควกเกอร์ส (Quakers) หรือ The Religious Society of Friends อาจจะเรียกเป็นนิกายหนึ่งหรือมีจุดเริ่มต้นจากคริสตศาสนาในประเทศอังกฤษ มุ่งเน้นการปฏิบัติเพื่อความสงบภายในมากกว่าพิธีกรรม เป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทในการรณรงค์ต่อต้านสงคราม สร้างสันติภาพ การเลิกทาส และการดูแลผู้ต้องขังและคนไข้  เควกเกอร์คนหนึ่งที่ผมรู้จัก คือ จอห์น เอ แมคคอร์แนล (John A McConnell) ชาวอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันหันมาสนใจพุทธศาสนา และเป็นวิทยากรเรื่องการใช้หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเยียวยาความขัดแย้งและการ เจ็บป่วย จอห์นเคยเตือนผมว่า เวลาเอ่ยปากเรียกเควกเกอร์ส ห้ามเรียกผิดเป็นแควกเกอร์สเด็ดขาด เพราะ quacker แปลว่า คนหลอกลวง