เมื่อ 2 3 วันก่อน  มีโอกาสพบรุ่นพี่จากวิทยาลัยพยาบาลสงขลา  เธอพาสามีซึ่งป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมารักษา  เพื่อให้ยาเคมีบำบัดที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์  พี่จุดได้แวะเยี่ยมพี่และผู้ป่วย  พร้อมรับทราบความรู้สึก  เหตุการณ์  ประสบการณ์การรักษาโรคนี้จากพี่เค้าทั้งสอง  จึงได้ขออนุญาตนำประสบการณ์การรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมาเล่าสู่ให้เพื่อนวิชาชีพสุขภาพ  ตลอดจนผู้สนใจทั้งหลายได้ทราบ  เพื่อเข้าใจผู้ป่วยโรคมะเร็ง และดูแลรักษาพยาบาลด้วยความเมตตา  ใจเย็น  พร้อมหาแนวทางที่จะดูแลท่านทั้งหลายเหล่านี้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  มีความทุกข์ทรมานน้อยที่สุด  ซึ่งพี่ทั้งสองได้อนุญาตให้นำประสบการณ์ที่บอกเล่าไปเผยแพร่ได้  และยินดีที่จะให้ความร่วมมือหรือให้การช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยกัน  พี่จุดขอกราบขอบพระคุณพี่ทั้งสองมา    โอกาสนี้ด้วยค่ะ                 

  ผู้ป่วยเล่าว่า  ทราบว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งเมื่อประมาณเดือนเมษายน 2549 ที่ผ่านมา  ครั้งแรกที่รู้ข่าว  “Shock…….Break down….…รู้สึกมืดมน.........ไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย.........โรคนี้จะเป็นอย่างไร........หาย.........?  จะต้องทำตัวอย่างไร........โอ้ย !  มืดแปดด้าน........รู้แต่เพียงว่าตัวเองเป็นโรคร้าย........  4  เดือนแรกที่รู้ข่าว  แย่มาก  นอนไม่หลับ  เพลียมาก          

         พี่จุดได้กล่าวขอผู้ป่วยช่วยเล่าถึงอาการเริ่มแรกที่ทำให้ผู้ป่วยทราบว่าตัวเองป่วยด้วยโรคนี้  

ผู้ป่วย      อาการเหรอ........รู้สึกว่าตัวเอง ซีด  หลับง่าย  เพลียง่าย  น้ำหนักลด  เป็นหวัดเรื้อรัง ด้วยนะ   เมื่อก่อนไม่เคยเป็น  ระยะหลังเป็นบ่อย ไม่หายซักที  ไอบ่อยขึ้นด้วย  มีอาการเจ็บส้นเท้า จากเดิมไม่เคยมีอาการเลย เจ็บอยู่หลายเดือนนะครับ  รู้ว่าตัวเองผิดปกติ  แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นโรคที่ไม่มีเชื้อ  ผมจึง ใช้จิตสู้ ไม่ได้ไปหาหมอ  ที่ทำงานผม ลูกน้องเค้าทักผมว่า หน้าพี่แถวใต้คางด้านขวารู้สึกบวมนะครับ  ทำไมพี่ผอมจัง   นอกจากนี้ ผมยังมี   อาการถ่ายวันละ  2 3 ครั้ง  บางวันถ่ายเกือบ 20 ครั้ง  อ้อ !  ผมมีเลือดกำเดาออก 2 ครั้งด้วย  คลึงแถว ๆ หน้าท้อง รู้สึกว่าท้องด้านซ้ายจะแข็งเป็นก้อน  ผมจึงเล่าให้ภรรยาฟัง  

ภรรยา     พูดเสริมต่อทันทีว่า  พี่ฟังแล้ว พี่ก็พูดออกมาตรง ๆ ว่า เธอมีสิทธิ์เป็นมะเร็งลำไส้นะ   แล้วพี่ก็พาแฟนพี่ไปหาหมอที่โรงพยาบาล จากการตรวจ Ultrasound  พบว่าแฟนพี่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง   แถวลำไส้  

พี่จุด        พี่ค่ะ  หนูอยากจะให้พี่ช่วยบอกหรือให้คำแนะนำหน่อยนะคะว่า  พวกหนูควรจะดูแลผู้ป่วย         อย่างไร จึงจะตรงตามความต้องการ/และเข้าใจผู้ป่วยได้มากที่สุด  

ผู้ป่วย      ข้อสำคัญที่ผู้ป่วยควรจะได้รับทันทีที่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งคือ  ·       การให้ความรู้ ·       Moral  support   ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ  เป็นกรรมเก่า  ต้องพยายามคุยให้ผู้ป่วยยอมรับมันให้ได้  เมื่อจิตยอมรับว่ามันเกิดได้  ก็ต้องรักษาได้ ·       ข้อสำคัญ  พวกคุณต้อง ประเมินและค้นหาความต้องการ/ความรู้สึกของผู้ป่วยให้ได้   และ ร่วมวางแผนกับผู้ป่วย / ญาติ    เช่น  ในเรื่องอาหาร  การออกกำลังกาย  อารมณ์ ·       สิ่งสำคัญอีกข้อหนึ่งที่ผมว่าช่วยได้อย่างมาก  คือ   การให้ผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคนี้มาร่วมคุย/ให้คำแนะนำด้วย    เหมือนเพื่อนช่วยเพื่อน   ผมคิดว่าข้อนี้ถ้าทำได้จะช่วยผู้ป่วยด้วยกันมากเลยครับ  

ภรรยา     รีบพูดเสริมขึ้นมาทันทีว่า  ข้อนี้สำคัญมากเลยคะ น้องจุด  เพราะพี่พูดและหาทางช่วย/แนะนำต่าง ๆ แต่แฟนพี่ไม่ยอมรับฟังพี่เลย  เค้าจะโทร.หาเพื่อนที่เคยเป็นเป็นประจำ และโทร.คุยกันบ่อยมาก                 ตลอดเวลาที่รักษา  พี่ก็พยายามดูแลและหาวิธีการต่าง ๆ มาช่วยเสริมให้ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ธรรมะ/บทสวดมนต์ให้อ่าน ทำอาหารให้ทานโดยหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ จะทำเป็นพวกอาหาร-  เสริม เช่น น้ำเต้าหู้แต่ผสมด้วยผักต่าง ๆ  พี่จะเอาพวกผักปลอดสารพิษทั้งหลาย เช่น  ผัก               ตำลึง      เพราะขึ้นเองได้ง่าย  ผักโขม  มาล้างให้สะอาด แล้วนำมาปั่น ผสมกับน้ำเต้าหู้  ให้แฟน          พี่ทาน    เป็นอาหารเสริมประจำทุกวัน  

ผู้ป่วย      ผมก็ต้องขอบคุณเค้า  ได้ภรรยานี่แหละที่ช่วยดูแล  ผมจะเน้นใน เรื่องการดูแลตัวเอง มาก  เช่น            อาหาร ภรรยาผมจะดูแลเรื่องอาหารให้อย่างดี  ถ้าไม่ดูแลเรื่องนี้  ผมจะลำบากมากขึ้น  เพราะ           เพลียอยู่แล้ว ผมจะไม่มีแรงในการ ต่อสู้กับโรค เพราะฉะนั้นผมต้องเสริมเรื่องอาหารให้ดี  โชคดีที่ผมไม่มีอาการแพ้  ช่วงที่ได้ยา Chemo 23 ครั้งแรกก็รู้สึกบ้าง ไม่มาก ผมไม่มีรอย Burn ตามเส้นเลือดที่ให้ยา Chemo เลย    ผมก็ไม่ร่วง    ปากก็ไม่เป็นแผล  นอกจากจะมีอาการชาที่ปลายนิ้วบ้างไม่มาก    เล็บก็ไม่ดำ    ยกเว้นหัวแม่มือเท่านั้นเอง                                

การดูแลของผม  นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ก็มีเรื่อง การสวนที่ทวารหนักด้วยน้ำต้มสุก      วันละครั้ง  หลังอาหาร 2 ชม. ไปแล้ว มื้อไหนก็ได้ ใหม่ ๆ ผมก็ใช้กาแฟผสม แต่ตอนระยะหลัง          ไม่ใช้เลย ใช้น้ำต้มสุกอย่างเดียว เพื่อช่วยขับล้างของเสีย/เชื้อโรคที่ตายแล้วให้ออกมา ไม่ให้   สะสมอยู่ในร่างกายผม  ผมไม่ต้องการให้ร่างกายผมดูดซึมของไม่ดีกลับเข้าไป  เพราะฉะนั้น        ผมต้องพยายามลด Toxin  ออก  เมื่อผมเป็นระยะหลัง ๆ  อุจจาระ  ปัสสาวะ  หรือแม้แต่ลม       หายใจของผม จะมีกลิ่นเหม็นมาก  ผมไม่รู้ตัวผมหรอกนะครับว่ามีกลิ่น  แต่ภรรยาของผมจะได้            กลิ่น  เมื่อทำวิธีนี้มันช่วยลดกลิ่นลงได้ครับ  

ภรรยา     เอ้า  พี่เล่าต่อ  ว่าพี่ออกกำลังกายอย่างไร  

ผู้ป่วย      เรื่องการ ออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญ นะครับ  ผมออกกำลังกายโดยใช้วิธีทำโยคะ ด้วยการสูดลมหายใจแรงๆลึกๆ  เพื่อดูดออกซิเจนเข้าไปให้มากที่สุด  กลั้นหายใจสักระยะหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ผ่อนลม        หายใจออกให้หมด  แล้วซูดลมหายใจแรง ๆ ลึก ๆ ใหม่  เพื่อช่วยให้ออกซิเจนกระจายได้ทั่วถึง            การออกำลังกายผมคิดตามประสาผมว่ามันช่วยให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายผมได้ดีขึ้น  

ภรรยา     แล้วทำอะไรอีกล่ะ  เล่าต่อซิ  เรื่องปลูกแปลงผักไง  

ผู้ป่วย      มองหน้าภรรยาแล้วยิ้ม  พร้อมเล่าต่อด้วยสีหน้าสดชื่นเหมือนคนสบายดีว่า  อ้อ  บางเวลาที่ว่างผมก็ ปลูกแปลงผัก   ผมมีกิจกรรมมากหลายอย่าง เพื่อลบความรู้สึก อย่าให้จิตว่าง เพราะเมื่อไรที่            จิตว่าง มันจะกัดกร่อนความรู้สึกผม  

ภรรยา     เล่าเสริมต่อว่า  พี่พยามยามดูแลเค้าอย่างดี  น้องจุดรู้มั้ย  ใหม่ ๆ ที่เค้ารู้ นอนไม่หลับ  เครียด  พี่ต้องพาไปพบ จิตแพทย์ นะ  หมอให้ ยานอนหลับ มา แต่ไม่ช่วยเลย  พี่จึงหากิจกรรมหลายอย่างให้แฟนพี่  ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ  บทสวดมนต์  แพทย์ทางเลือกซึ่งพี่ต้องไปเรียน  การปลูกแปลงผักเมื่อมีเวลาว่าง  พี่จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เขามีจิตว่าง  

ผู้ป่วย      รีบพูดแทรกขึ้นมาทันทีว่า  ยานอนหลับที่ผมกินไม่ช่วยเลย  มัน หลับไม่ลึก อยู่ ไม่เป็นสุข   ผม ไม่หลับอยู่  2  วันเต็ม ๆ  ถ้าได้หลับลึก ก็คงพอจะช่วยได้บ้าง  ผมต้องใช้วิธีอื่นเสริมด้วย  เช่น              การทำ สมาธิ  สวดมนต์ บ้าง  แต่ควรทำตอนค่ำๆ นะ ก่อนเข้านอน เช่น  บทอิติปิโสบ้าง             พุทธมนต์บ้าง   พูดพร้อมกับหยิบเอกสารบทสวดมนต์ที่หัวเตียงผู้ป่วยมาให้ดู  

ภรรยา     ช่วยเล่าต่อว่า  พี่ใช้ทุกวิธีทางที่จะช่วยให้แฟนพี่ดีขึ้น  บางครั้งพี่ก็ให้เค้า ทำบุญกรวดน้ำ             บางครั้งก็ บริจาคเงินซื้อโลงศพ  

พี่จุด        ขอบคุณพี่ทั้งสองมากนะคะ  ที่ช่วยเล่าประสบการณ์การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งให้จุดทราบ  สิ่งแรกที่จุดจะทำหลังจากได้ฟังเรื่องเล่าจากพี่แล้วก็คือ  จุดจะเขียนเล่าประสบการณ์ของพี่ในบันทึก gotoknow  ให้คนทั้งหลายทราบนะคะ  ส่วนต่อไปจุดจะนำข้อคิดเห็นของพี่ไปปรับใช้ในการดูแลผู้ป่วย  รวมทั้งการจัดตั้งชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน  ซึ่งจุดอาจจะต้องรบกวนและขอความอนุเคราะห์จากพี่อีกครั้งนะคะ  แล้วหนูจะติดต่อพี่ค่ะ  อานิสงค์ครั้งนี้ ขอช่วยให้พี่มีสุขภาพแข็งแรง  พร้อมที่จะต่อสู้กับโรคร้ายนะคะ  

ผู้ป่วยและภรรยา        ยินดีมากเลยครับ....ค่ะ  จะให้ช่วยอะไร  อย่างไร  เมื่อไร  บอกได้นะครับ             

      พี่จุดยกมือไหว้  พร้อมกล่าว ขอบคุณและสวัสดี  

  จากเรื่องเล่าของผู้ป่วยในครั้งนี้  พี่จุดขอสรุปความต้องการการดูแลได้ดังนี้

·       การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย /ญาติ เรื่องโรค อาการ การรักษา อาการแทรกซ้อน การดูแลตนเอง

·       การให้ moral support

·       การประเมินความต้องการของผู้ป่วย / ญาติ

·       การเตรียมผู้ป่วยเพื่อรับการรักษา

·       การให้ผู้ป่วย / ญาติ มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาพยาบาล

·       การช่วยประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือ/คำปรึกษา/แนะนำ

·       การทำ self assessment group โดยมีผู้ป่วยเก่าร่วมกิจกรรม

·       การมีกิจกรรมแบบผสมผสานให้ผู้ป่วยเลือก

·       การส่งเสริมให้กำลังใจ ผู้ป่วย ในการประกอบพิธีกรรมแต่ละศาสนา

·       การส่งเสริมให้ความรู้เรื่องอาหาร /การออกกำลังกาย

·       การ empower ให้ครอบครัวมีส่วนให้กำลังใจและดูแลผู้ป่วย