วางโครงเรื่อง หลายเรื่องราว ทบทวนย้อนโยงไปมาเท่าที่จำความได้ ไม่เป็นระเบียบเรียงจากต้นชนปลาย เพื่อจะรำลึกถึงชีวิตที่ผันผ่านคืนวันเนิ่นนาน ไม่มากจนเกินไปที่จะวางโครงชีวิตต่อแต่นี้

จะเป็นอย่างไร กลัวจะหลงลืมเศษเสี้ยวแวบหนึ่งของชีวิต หากจะไม่บันทึก แม้เพียงให้ตัวเองอ่าน เท่านั้นเอง...

..............

"เหล้าขาว"

น้ำใสๆสีบริสุทธิ์ในก้นแก้วเพียงครึ้งข้อมือ กลิ่นชวนสำรอกเมื่อกล้ำกลืนลงไปด้วยรสอันแสบร้อนไหลผ่านลำคอร้อนผ่าวเป็นก้อนลงสู่กระเพาะ เข้าใจในขณะนั้นว่าหน้าตาที่บิดเบี้ยวเหยเกของผู้ใหญ่ที่เคยเห็นมันเกิดจากภาวะการณ์แบบนี้นี่เอง

พี่เขยยื่นมะขามเปียกชิ้นเท่าหัวแม่มือให้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องทำอย่างไรกับของชิ้นนี้ รสเปรี้ยวที่ค่อยละลายผ่านลิ้นช่วยตัดกลิ่นและรสเหล้าขาวได้อย่างลงตัวกลมกลืน ทันเวลาก่อนที่จะขยอกมันออกมา

อารมณ์ต่อมาที่รับรู็คือความเคว้งคว้างของสรรพสิ่งรายรอบ พร้อมความคิดอ่านที่ปรับเปลี่ยน จากความโศกเศร้าที่แม่มาตายจากจนไม่รู้จะวางตัวอย่างไรดี คำพูดของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ปลอบประโลมก่อนหน้านี้เพิ่งกระจ่างสำหรับคำว่า แม่ไปสบายแล้วจริงๆ

แม่ไปสบายที่ไม่ต้องมาทนทุกข์กับโลกใบนี้ ที่ผู้เฒ่าบอกว่าทุกคนต้องชดใช้กรรมจนกว่าจะหมด

และที่เห็นอยู่รายรอบทุกคนกำลังชดใช้กรรม

จากเรื่องราวที่ขึ้งเครียดค่อยๆกลายเป็นเรื่องทำใจ ธรรมดา สามัญ

กลายกลืนไปกับการละเล่นในค่ำคืน "งันเฮือนดี"

"งันเฮือนดี"

...ที่มีทั้งคนเล่นไพ่ เล่นไฮโล เล่นน้ำเต้าปูปลา ร้องรำทำเพลง การละเล่นคำทายต่างๆของหนุ่มสาว ขณะผู้เฒ่าผู้แก่ก็เล่าย้อนความหลัง

และมีคนกินเหล้า ...กินเหล้าขาว

เขาเลือกที่จะอยู่ในกลุ่มหลังสุด ลิ้มลองเล็กๆ เพื่อสร้างอารมณ์เคลิบเคล้ม ลืมความเศร้าโศกไปได้ชั่วขณะ

และมันคือสิ่งเสพติดแรก ที่เขาชอบใจไม่น้อย....

..............

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต......