"เป็นเรื่องธรรมดา ที่เมื่อก่อนไปแวะ มาแวะ พอเสือขบแพะแล้วเขาก็ไม่แวะไม่เวียนมา"หมายถึงได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ก็ไม่เห็นประโยชน์ในการไปมาหาสู่...ของวิศวะสังคม........

ก่อนหน้าที่ผู้เขียนจะเดินเข้าสู่ถนนสายที่ หกสิบ มีพรรคพวกเพื่อนฝูง ที่รู้จักมักคุ้นห่วงใยว่าจะไม่มีงานทำ

มาชวนไปทำธุระกิจขายตรง หลายคน ในสินค้าหลายยี่ห้อ บางราย มาเพียงครั้งเดียว พอถูกปฎิเสธก็หาย

ไปไม่เวียนแวะ บางคนมีความหวังอย่างแรงกล้ามาหลายหนหลายครั้ง แต่ผู้เขียนก็ปฎิเสธไปทุกครั้ง

มีอยู่รายหนึ่ง ที่ถูกปฎิเสธ ก็ยังคงแวะมาหาอย่างต่อ และเป็นคนเดียวที่ยังคงแวะเวียนมา

เขาเป็นทั้งทั้งผู้เกื้อกูลครั้งยังทำงานอยู่ เขาผันตัวเองจากข้าราชการเป็นนักขายชั้นยอด

เขาหวังดี มีของมาฝากประจำ และ แนะนำมีข้อเสนอที่น่าสนใจ อยากให้ผู้เขียนไปเป็นทีมร่วมงาน

เขาบอกว่างานที่เขาทำ เป็นงาน วิศวะสังคม ออกแบบเพื่อเป็นหลักประกันและความมั่นคงในอนาคต

สร้างความมั่นคงในชีวิตให้สังคม โดยการขายกระดาษแผ่นเดียว ชี้ช่องทางการทำเงินให้กับทีมร่วมงาน

ทั้งยังสรรเสริญคุณสมบัติของผู้เขียนที่มีคนรู้จักและเครือข่ายในสังคมอย่างมากมาย เขามองเห็น

โอกาสของผู้เขียน ในเส้นทางนักขาย แต่ผู้เขียนก็ยังยืนยันว่า ต้องการทำงานที่มีความสุข

งานอาสาคืองานที่ทำแล้วมีสุข แม้ไม่ได้เงิน ก็ยินดีไปร่วมงาน นั้นคืองานอาสา หากเขาต้องทำกิจกรรม

ในการงานอาสา บอกมาไกลไกล้ผู้เขียนยินดีไปร่วมงาน แต่ในการเป็นนักขายผู้เขียนไม่สันทัดและรู้สึก

ไม่มีความสุขกับงาน วิศวะสังคม ......

และท้ายที่สุดด้วยความจำใจยอมจำนนเมื่อไม่ร่วมเป็นทีมงาน เขาก็ต้องการให้ผู้เขียนมีหลักประกัน

ในอนาคต เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะเป็นภาระแก่ลูกหลาน

จากวันนั้นถึงวันนี้ ที่เขาหายหน้าไม่มาแวะเวียน แล้ววันนี้ในขณะที่ผู้เขียนกำลังนั่งท่องอินเตอร์เน็ต

คนข้างกายผู้เขียนก็ถามถึงเขาคนนั้น ว่า"ยังติดต่อกัน อยู่หรือไม่ ทำไมเขาจึงไม่แวะมาหา

ผู้เขียนตอบ คนข้างกายไปว่า"เป็นเรื่องธรรมดา ที่เมื่อก่อนไปแวะ มาแวะ พอเสือขบแพะแล้วเขาก็ไม่

แวะไม่เวียนมา"หมายถึงได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ก็ไม่เห็นประโยชน์ในการไปมาหาสู่...ของวิศวะ

สังคม........