๗๑๙. ข้าฯ รองบาท

ข้าฯ รองบาท

นับจากฉันเริ่มรับราชการการเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๑...ฉันถือว่าฉันได้ทำหน้าที่

ของฉันอย่างเต็มกำลัง ความสามารถ...นับจากบรรจุเข้ารับราชการตั้งแต่ใช้วุฒิ ปวท.

ซึ่งต่ำกว่าระดับปริญญาตรี จนกระทั่งพัฒนาตนเองในระหว่างทำงานด้วย จนจบ

การศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท...ฉันหมั่นศึกษา ค้นคว้า หาความรู้

ด้วยตัวของฉันเอง...ถึงแม้ภาครัฐเกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบราชการ...ฉันก็สามารถ

เรียนรู้จากการเรียนด้วยตนเองจากเว็บไซด์ เรียนรู้ของสำนักงาน ก.พ. จากการเรียน

e learning ของ ก.พ. จากสำนักงาน กพร. ฯลฯ จนสามารถทราบถึงการเปลี่ยนแปลง

ของการทำงานในระบบราชการของประเทศไทย...รับทราบระบบของข้าราชการไทย

จากยุคสมัจก่อนกับสมัยปัจจุบัน ซึ่งมีความแตกต่างกันมาก...เป็นเพราะภาครัฐทำให้

เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านของการทำงานในระบบราชการไทย...เรียนรู้ในการใช้

คอมพิวเตอร์ให้เป็น ให้ทันโลก ให้ทันคน ให้ทันเหตุการณ์...นั่นคือ การเรียนรู้ด้วยตัวเอง

มากกว่าที่จะมีโอกาสเข้าไปเรียนในห้องเรียน...เพราะสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องทำ นั่นคือ

การทำงานในระบบราชการไทย ผลงานก็ต้องออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ของคนทั่วไป

ว่าเป็นข้าราชการแล้ว ต้องมีผลงานด้วย ไม่ใช่เรียนอย่างเดียว...ฉันหาเวลาว่าง เช่น

หลังเลิกงาน พักกลางวัน ในการศึกษา ฉันพัฒนาตนเอง จนทราบถึงความเป็นไปของ

การทำงานในระบบราชการ แล้วก็เกิดความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของระบบราชการไทย

เข้าใจคนทำงานในสมัยก่อน กับสมัยปัจจุบัน และเข้าใจถึงความเป็นไปของคนในอนาคต

อย่างน้อย...ฉันก็ภูมิใจในตัวของฉันเอง ถึงแม้เป็นข้าราชการตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

แต่ก็สามารถนำพามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๗

ทำงานเรื่องงานบุคคล ให้สามารถสร้างระบบการบริหารงานบุคคลให้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย

แห่งนี้ได้...และเป็นต้นแบบให้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่มีคำว่า ราชภัฏ ติดมาด้วย

การทำงานบุคคล ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก...เพียงแต่ฉันเข้าใจพฤติกรรมของคน

เข้าใจในระบบ เข้าใจความต้องการของคน เข้าใจและยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดขึ้น

เพราะสังคมปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลง...ทำให้ฉันเข้าใจในระบบข้าราชการเดิมกับระบบ

ข้าราชการแบบใหม่...เพียงแต่จะทำอย่างไรให้ข้าราชการใหม่กับคนทำงานภาครัฐรุ่นใหม่

สามารถทำงานอยู่ด้วยกันให้ได้...สิ่งที่ฉันต้องมีในการทำงานบุคคล นั่นคือ ความอดทน

อดกลั้นต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบกับความคิด ความรู้สึกของฉัน...ฉันจะนำพามหาวิทยาลัย

ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่คนยอมรับในเรื่องการบริหารงานบุคคลได้อย่างไร...เพราะปัจจุบัน

ฉันเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ต้องมีคุณธรรมเข้ามาช่วยประคับประคอง เป็นที่พึ่งของผู้บริหารและที่พึ่ง

ของทุกคนในมหาวิทยาลัย...ไม่ใช่มหาวิทยาลัยของฉันเพียงแห่งเดียว สำหรับด้านงานบุคคล

ฉันต้องเป็นที่พึ่งให้กับน้อง ๆ ที่เป็นข้าราชการสายสนับสนุน เรียกว่า เกือบทั่วประเทศของ

คำว่า "มหาวิทยาลัยราชภัฏ"...ฉันจึงปฏิญาณตนว่า "ขอเป็นข้าฯ รองบาท" ให้กับพระมหากษัตริย์

ให้กับแผ่นดิน ให้กับประเทศชาติ สมกับที่ได้ชื่อว่า "ข้าราชการ"...ซึ่งคำ ๆ นี้ คือ ความหมาย

ของคำว่า "ข้าราชการ" ที่มีศักดิ์ศรี ทำเพื่อแผ่นดิน ทำเพื่อกับลูก หลาน ทำเพื่อทุก ๆ คน

ทำด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คอรัปชั่น มีความโปร่งใสในทุกขั้นตอนของการทำงาน

ผลที่ได้ นั่นคือ "ความสุขใจ" มากกว่า สิ่งอื่นใดที่ฉันได้รับ...เพราะจะส่งผลให้เกิด "ปิติ"

ภายในจิตใจ มากกว่าเงินทองที่จะได้รับในทางที่ผิดกฎหมาย...

นี่กระมัง!!! คือ หน้าที่ที่ฉันรับปากจากเบื้องบนให้มาปฏิบัติหน้าที่ด้วยใจที่เป็นธรรม

เพราะการเป็นข้าราชการ ใคร ๆ ก็เป็นได้ แต่จะมีความเป็นธรรมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ

แต่ละบุคคลว่าจะกระทำได้มาก น้อยเพียงใด...เพราะความมีคุณธรรม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน

ไม่สามารถไปขอ หรือแบ่งกันมาได้ ขึ้นอยู่ที่ตัวของเราสร้างขึ้นด้วยตัวของเราเอง

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เรียกว่า "บารมี" มากกว่า "การมีอำนาจ" ว่าแต่ใครจะใช้อำนาจไปในทาง

ทิศทางใด...ขอขอบคุณสวรรค์ ที่ส่งฉันมาให้เป็น "ข้าราชการ" ทำหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้ง

อย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยทำอย่างมีศักดิ์ศรีของคำว่า "ข้าราชการไทย"

สมกับคำว่า "ข้าฯ รองบาท" ของพระองค์...

...

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ แสงเงิน

๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

...

(เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ได้เข้าร่วมกับทีมผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ฯ ได้ทำการบันทึกเทป

ถวายพระพรเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ ซึ่งมีอายุครบรอบ ๘๘ ปี ณ สถานีโทรทัศน์

จังหวัดพิษณุโลก) ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ...ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ...


(รูปที่ถ่าย...แสดงการติดเครื่องหมายสลับข้างกันนะคะ เพราะใช้ Selfie

จึงทำให้เครื่องหมายอยู่สลับข้างกันค่ะ...เครื่องหมายที่ถูกต้องอยู่ในภาพที่ถ่ายกันหลายคน

หรือรูปหมู่ด้านล่างค่ะ)











บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ "บุษยมาศ"



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

สาธุนะครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ อาจารย์ต้น