ทัศนีย์ ขันทอง : ลมหายใจสุดท้าย...ในอ้อมกอดลูก

Pal2Know
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

สองสามีภรรยา ครอบครัว 'กลมเกลียว' เป็นครอบครัวที่ให้ความร่วมมือ ยินยอมเป็นกรณีศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์มาหลายปี โดยภรรยาป่วยเป็นโรคเรื้อรังมาหลายสิบปี จึงมีความคุ้นเคยกันมานาน ต่อมาสามีซึ่งเป็นผู้คอยดูแล เอาใจใส่คุณป้าทุกอย่าง ก็ต้องมาเจ็บป่วยอีกคนด้วยโรคมะเร็งที่เหงือก (CA upper gum) คุณลุงได้รับผ่าตัดและฉายแสง มีอาการอ่อนเพลีย กินอาหารได้น้อย และเจ็บแสบในช่องปาก ส่งผลให้คุณป้ากังวล และเป็นห่วงคุณลุงมาก ทำให้อาการทรุดลงไปด้วย ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ อ่อนเพลียมากขึ้น มีอาการตัวตาเหลือง และแน่นท้อง ซึ่งต่อมาแพทย์ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งท่อทางเดินน้ำดี และลุกลามไปที่ตับ แพทย์ได้พูดคุยกับครอบครัวและตัดสินใจร่วมกันว่า จะให้การรักษาแบบประคับประคอง คุณป้าขอเสียชีวิตที่บ้าน ลูกๆ จึงมาอยู่รวมกันที่บ้าน อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และได้แจ้งให้พี่ๆ น้องๆ ของคุณป้าซึ่งอยู่ต่างจังหวัดทราบ ซึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมกันมากมาย

คุณป้ามีอาการอ่อนเพลียมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนเที่ยงของวันหนึ่ง ลูกชายคุณป้าโทรฯมาตามทีมเยี่ยมบ้านว่า คุณป้าหายใจเหนื่อยและซึมลงมาก ญาติบอกก่อนนั้น คุณป้าได้เรียกหาพวกเรา ทีมดูแลซึ่งประกอบด้วย พยาบาลหน่วยบริการปฐมภูมิ หมอและดิฉัน พยาบาลที่ดูแลคุณป้าร่วมกับนักศึกษาแพทย์ นอกจากนี้พวกเรายังได้ติดต่อพี่กานดาวศรี ซึ่งเป็นพยาบาลห้องฉายแสง ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย และมีทักษะในการพูดคุยเพื่อดึงสติให้ผู้ป่วยหลายรายสงบลงได้ ระหว่างนั่งรถมาด้วยกัน พวกเราก็พูดคุยเพื่อวางแผนดูแลครอบครัวร่วมกัน เล่าข้อมูลคุณป้าและครอบครัวให้พี่กานดาวศรีและคุณหมอฟัง

ภาพที่เห็นที่บ้านคือ คุณป้านอนอยู่บนฟูก ที่นำมาวางไว้ที่ห้องรับแขก แทนที่โชฟาที่เราเคยใช้นั่งคุยกับคุณลุงคุณป้า คุณป้าตัวเหลืองขึ้นมาก นอนหลับตา หายใจแรง ริมฝีปากแห้ง มีพัดลมเป่าอยู่ปลายเตียง ภายในห้องมีลูกชาย ลูกสาว และ ญาติๆ ของคุณป้าหลายคน ซึ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัด ส่วนคุณลุงกำลังสวดมนต์อยู่ชั้นบน พวกเราเข้าไปใกล้ๆ คุณป้าและบอกข้างหูคุณป้า รายงานตัวว่ามีใครมาบ้าง ปกติคุณป้าเรียกชื่อเล่นพวกเรา และมีคำนำหน้าว่า"ลูก" ทุกคน

ดิฉันได้บอกคุณป้าว่า "มาให้กำลังใจคุณป้านะคะ และอยากจะมาขอบคุณคุณป้าด้วย ที่ได้ให้ความร่วมมือกับพวกเราตลอดมา คุณป้าเป็นคนไข้ที่ดีของหมอ ไม่เคยดื้อ ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอและพยาบาลตลอดมา และยังเป็นเหมือนคุณครูให้ลูกหมอ (เป็นคำที่คุณป้าใช้เรียกนักศึกษาแพทย์ทุกคน) มาหลายรุ่นแล้ว หนูเป็นตัวแทนทุกคนขอบคุณคุณป้านะคะ และถ้ามีอะไรที่พวกหนูทำให้คุณป้าไม่สบายใจ หรือรบกวนคุณป้าบ้างก็ต้องขออโหสิกรรมด้วยนะคะ"

คุณป้าส่งเสียง "ค่ะ" เหมือนรับรู้ ขณะที่ยังหลับตา

พวกเรายังคงอยู่เพื่อดูแลอาการคุณป้าต่อ เพื่อให้ความมั่นใจกับญาติ ต่อมาคุณป้ามีอาการหายใจเหนื่อยขึ้น เหงื่อออกท่วมตัว ลูกชายคุณป้าขึ้นไปนั่งหัวเตียง และยกตัวคุณป้าให้หลังพิงกับอกลูกชาย จึงทำให้คุณป้านอนอยู่ในท่าหัวสูงอยู่กับอกลูกชาย พวกเราช่วยกันหาหมอนมาดัน เพื่อให้ลูกชายคุณป้านั่งในท่าที่สบายที่สุด พวกเราช่วยกันใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเหงื่อให้คุณป้า

ลูกๆ เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา คุณป้ามีอาการเหนื่อยเป็นช่วงๆ ลูกๆ ก็ผลัดกันนั่งให้คุณป้าชบกับอกทั้งคืน เพราะสังเกตว่า นอนท่านี้ คุณป้าจะหายใจดีกว่า สักพักคุณป้าก็หายใจดีขึ้น แต่ปลายมือเท้าเย็น ชีพจรเบา พี่กานดาวศรีเข้าไปนั่งข้างๆ และพูดข้างหูคุณป้า "ทราบมาว่าคุณป้าเป็นคนดี มีน้ำใจกับทุกคน เป็นแม่ที่ดี เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนลูกเป็นคนดี มีความกตัญญูทุกคน มีน้ำใจกับเพื่อนบ้าน วันนี้จึงมีคนมาให้กำลังใจ มาขอบคุณคุณป้ามากมาย และที่สุดยอด คือ คุณป้ามีฝีมือในการหุงข้าว ทราบมาว่าเคยได้รับการคัดเลือกให้หุงข้าวถวายสมเด็จย่าด้วย จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสแบบคุณป้า (ทีมเยี่ยมบ้านทราบเรื่องนี้ เพราะสังเกตเห็นภาพที่ผนังบ้านตอนคุณป้าเข้าเฝ้าสมเด็จย่า) น่าภูมิใจมากๆ นะคะ"

คุณป้านอนน้ำตาไหลซึม หายใจเบาลง เมื่อเห็นคุณป้านอนสงบนิ่งสักพัก พวกเราทุกคนกราบลาคุณป้าและก็ขอตัวกลับ หลังจากพวกเราออกจากบ้านได้ไม่เกินห้านาที ลูกชายโทรมาแจ้งว่าคุณป้าได้จากไปอย่างสงบภายใต้อ้อมกอดลูก ท่ามกลางญาติๆ และเพื่อนบ้าน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Pal2Know7: บันทึกเกี่ยวกับการตายดีที่บ้าน



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ

ศศิ
IP: xxx.207.186.91
เขียนเมื่อ 

ลูกๆทำได้ดีมากค่ะทีมพยาบาลนั้นเต็มที่อยู่แล้

ธัญรัศม์
IP: xxx.49.5.157
เขียนเมื่อ 

ซาบซึ้งใจแทนคุณป้ามาก ๆ เลยค่ะ