​ทำไมจึงต้องมี สสค.


บ่ายวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๘ มีการประชุมคณะอนุกรรมการเตรียมการเพื่อดำเนินภารกิจกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพการเรียนรู้ (สสค.) ที่ตอนนี้เป้าหมายระยะสั้นเปลี่ยนไป เป็นการจัดตั้ง สถาบันสร้างเสริมคุณภาพการเรียนรู้ (องค์การมหาชน)

คือต้องการจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน ในกำกับสำนักนายกรัฐมนตรีไปก่อน ฝ่ายบริหารได้เสนอ เอกสารที่นำเสนอ กพร. เพื่อดำเนินการจัดตั้งองค์การมหาชน รวมทั้งเอกสารอธิบายว่าองค์กรใหม่นี้จะทำอะไร ให้แก่บ้านเมือง ซึ่งสรุปภาพใหญ่คือ เป็นกลไกปฏิรูปการศึกษา หรือปฏิรูปการเรียนรู้

คณะอนุกรรมการได้ช่วยกันตั้งคำถาม และหาคำตอบ ว่าทำไมจึงต้องมี สสค. เพราะมองในมุมของ ผู้บริหารที่อยู่ในระบบการศึกษา ไม่ว่าจะให้คำตอบว่าอย่างไร เขาอาจบอกว่ามีกลไกนั้นอยู่แล้ว หรือบางกลไก ก็กำลังก่อตั้ง โดยจะออกเป็นพระราชบัญญัติ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและ พัฒนามนุษย์แห่งชาติ พ.ศ. .... ที่ผมเคยบันทึกไว้ ที่นี่ ซึ่งเมื่อพิเคราะห์ลึกๆ จะเห็นว่า คณะกรรมการ นโยบายการศึกษาฯ เป็น policy maker ในขณะที่ สสค. ทำงานวิชาการ เพื่อหนุนการ ปฏิรูปการศึกษา

ผมมีความเห็นว่า สสค. มีคุณค่าต่อสังคมไทยมากที่สุดในฐานะเป็นกลไกสร้าง evidence หรือผลงานวิจัย หลากหลายรูปแบบ โดยเเฉพาะอย่างยิ่ง ผลงานวิจัยเชิงระบบ สำหรับสื่อสารสังคม และเสนอต่อกลไกกำหนด นโยบาย ให้กำหนดนโยบายแบบ evidence-based policy making อันจะมีผลเปลี่ยนแปลง หรือปฏิรูประบบ การศึกษาได้มากมาย โดยที่หากเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ จะทำให้เกิด EQE (Equity, Quality, Efficiency) เพิ่มขึ้น เงินที่ สสค. เตรียมจะใช้ปีละ ๘๕๐ ล้านบาทนั้น หากมีการเอาผลงานวิจัยบางชิ้นไปใช้ อาจประหยัด เงินค่าใช้จ่ายในระบบการศึกษา ได้หลายเท่า ซึ่งหมายความว่า คุ้มค่าต่อการลงทุนก่อตั้ง สสค.

การทำงานเพื่อเป้าหมายนี้ของ สสค. จะสำเร็จได้ผลดีต้องนิยาม “การศึกษา” ในความหมายที่กว้าง และต้องระดมนักวิชาการจากหลากหลายสาขาวิชาการ มาร่วมกันทำงาน ไม่ใช่ทำงานแบบ inbreeding of ideas ในกลุ่มคนที่เรียนมาในสาขาวิชาการด้านการศึกษาเท่านั้น

เพราะในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องมีการนิยามสิ่งที่เรียกว่า “การศึกษา” ใหม่ ไม่ใช้แนวคิดเดิมๆ



วิจารณ์ พานิช

๒๔ ก.ย. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)