ผมได้เขียนบันทึกรางวัลไม่หยุดงานไว้ โดยให้ทุกคนในสำนักงานร่วมแสดงความคิดเห็น ในวันประชุมสำนักงานที่ผ่านมา มีความคิดเห็นที่พอจับประเด็นได้ คือ ควรมีการกำหนดวันลา

   วันนี้ (14 พ.ย. 49) ประชุมคณบดีพบสำนักงาน ผมได้เสนอเรื่องรางวัลไม่หยุดงาน ให้ทุกคนร่วมกันพิจารณา โดยผมเสนอเบื้องต้นว่า ปีหนึ่งควรลาทุกประเภทไม่เกิน 3 วัน ไม่มาสายและไม่ขาดงาน  ซึ่งได้ข้อมูลจากสถิติการลาจากคุณนิตยา ที่รับผิดชอบงานบุคคล 

   ที่ประชุมคณบดีพบสำนักงาน มีผู้เสนอว่าควรกำหนดไม่เกิน 5 วัน เป็นอันว่ามี 2 แนวทางให้ทุกคนพิจารณา โดยการยกมือ รับฟังเสียงข้างมาก ข้อเสนอที่ผมเสนอเบื้องต้นมีผู้ยกมือไม่กี่คน แต่ข้อเสนอหลังคือ มีผู้ยกมือหลายคน 

    การตัดสินโดยวิธีฟังเสียงข้างมาก บางครั้งก็ได้ผลออกมาไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร พูดแบบเข้าข้างตัวเอง แต่การพิจารณาอะไรก็ตาม ความเห็นที่แตกต่างย่อมมีประโยชน์ ทำให้มีมุมมองได้กว้างขวางขึ้น และต้องให้สำคัญกับทุกความเห็น

    ท่านคณบดี (รศ.มาลินี ธนารุณ) ใช้ศิลปะในการสรุปเรื่องดังกล่าว โดยพูดถึงวัตถุประสงค์ของรางวัล ซึ่งเปลี่ยนจากรางวัลไม่หยุดงาน เป็นรางวัลเบี้ยขยัน พิจารณาถึงความเหมาะสมของรางวัล ทำให้ทุกคนยอมรับและเห็นควรให้ผู้ที่จะได้รับรางวัลเบี้ยขยัน จะต้องมีวันลาทุกประเภทปีหนึ่งไม่เกิน 3 วัน โดยไม่มาสายและไม่ขาดงาน จะได้รับรางวัลเบี้ยขยัน 1,000 บาท

     ผมประทับใจในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ที่ท่านคณบดีสามารถสรุปเรื่องได้โดยเป็นที่ยอมรับของทุกคน การตัดสินโดยรับฟังความคิดเห็นของทุกคน โดยไม่ตัดสินว่าความเห็นใครถูกหรือผิด และไม่ใช้เสียงข้างมากเป็นการตัดสิน แต่ยอมรับด้วยความสมเหตุสมผล การตัดสินดังกล่าวทำให้ผมนึกถึงคุณวีรยุทธ สิงห์ป่าสัก ที่ใช้การตัดสินแบบวิธีนี้ และวันนี้ที่สำนักงานเลขานุการคณะสหเวชศาสตร์ โดยท่านคณบดี สามารถสรุปเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีครับ


                                                                                         บอย สหเวช
                                                                                          14 พ.ย. 49