วันดีๆ ที่เกาะสมุย


ผลไม้ที่ยังมีอยู่มากคือลางสาด เพื่อนบอกว่าขายไม่ค่อยได้เพราะเขาปลูกกันเกือบทุกบ้าน เป็นไม้ผลที่ไม่ต้องใช้ยาเคมีใดๆ ลางสาดของเกาะสมุยมีชื่อเรื่องลูกโต ยางน้อย และรสหวาน

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2558

เมื่อเวลาประมาณ 11 โมงกว่า ขณะสำรวจ social network บังเอิญเห็น Facebook ของหลานสาวสองคนซึ่งเป็นลูกของเพื่อนสนิท (ทั้งพ่อและแม่เป็นเพื่อนของดิฉัน) บอกว่ากำลังอยู่ที่เกาะสมุยจะมาทำบุญให้ย่า เลยส่งข้อความไปถามไถ่ ได้ความว่าวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม จะมีการทำบุญร้อยวันให้แม่ของเพื่อน (พ่อของหลาน) ตั้งแต่เช้า

ตอนที่แม่ของเพื่อนเสียดิฉันไม่ได้ไปร่วมงาน เพราะมีภารกิจที่กรุงเทพฯ แต่สามีได้ไปพร้อมกับเพื่อนๆ ในรุ่นเดียวกัน คราวนี้ดิฉันอยู่ที่นครศรีธรรมราช สามารถไปได้ไม่ยาก ว่าแล้วก็จัดกระเป๋าใบเล็กๆ และติดต่อหาคนขับรถไปส่งที่ท่าเรือเฟอรี่ ออกเดินทางจากที่พักในมหาวิทยาลัยเมื่อเกือบบ่ายสาม เจอฝนตกหนักระหว่างทางก่อนถึงทางแยกไปขนอม ไปถึงท่าเรือซีทรานเมื่อเวลาประมาณ 16.20 น. ไม่ทันเรือเที่ยว 16.00 น. คิดว่าจะไปเรือเที่ยว 17.00 น. แต่พอซื้อตั๋วเสร็จเขาก็ประกาศว่าเรือจะเข้าช้าและจะออกประมาณ 17.40 น. เที่ยวนี้มีผู้โดยสารทั้งคนและรถเยอะมาก

เรือเฟอรี่ลำนี้มีขนาดใหญ่มาก เก้าอี้นั่งภายในห้องและด้านนอกก็ดูดี มีผู้โดยสารนั่งเต็ม ขึ้นเรือแล้วก็ยังต้องรออีกนาน จนมีเรือเข้ามาอีกเที่ยว กว่าจะได้ออกเรือจริงๆ ก็ 18 น.กว่าเล็กน้อย พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว


พระอาทิตย์กำลังจะตก บนท้องฟ้าฝูงนกน่าจะกำลังบินกลับที่พัก


ท้องฟ้าและทะเลเมื่อเรือเคลื่อนออกจากท่า


การเดินทางราบรื่นดี ไปถึงท่าเรือที่เกาะสมุยประมาณ 19.40 น. หลานสาวทั้งสองและหลานเขยหนึ่งคนไปรอรับอยู่แล้ว เราไปแวะที่บ้านน้องชายและน้องสาวของเพื่อนเพื่อให้ดิฉันกินอาหารเย็น ที่บ้านกำลังเตรียมของสำหรับทำอาหารไปวัดพรุ่งนี้ ได้ทักทายและพูดคุยกับญาติพี่น้องของเพื่อนหลายคน กับข้าวมื้อเย็นก็มีหลายอย่างและอร่อยมากๆ มีผลไม้จากสวนคือเงาะและลางสาดด้วย

ได้เวลาอันสมควรเราก็พากันไปเข้าที่พักที่ Fair House Beach Resort & Hotel ที่หาดเฉวงน้อย โรงแรมนี้เป็นของครอบครัวน้องชายของเพื่อน ดิฉันได้เห็นพัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ ตอนเปิดใหม่ๆ เมื่อประมาณสามสิบปีก่อน น้องสร้างที่พักแบบง่ายๆ แต่ปัจจุบันกลายเป็นกิจการใหญ่โตและทันสมัย

ก่อนเข้าห้องพัก พวกเราพากันไปที่ห้องอาหารของโรงแรม เพราะเพื่อนเก็บทุเรียนหมอนทองที่ไปตัดจากสวนเอาไว้ให้ดิฉันกินหนึ่งพู ต้องเอาไปให้ห้องครัวช่วยแกะให้แล้วพวกเราก็ช่วยกันกินจนหมด หลานสาวเอามังคุดไปให้กินต่อที่ห้องพัก เป็นไปตามหลักการว่ากินทุเรียนแล้วต้องกินมังคุดตาม เลยหลับสบายได้ทั้งคืน


วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2558

เรานัดหมายกันออกจากที่พักไปวัดตอนประมาณ 06.00 น. กว่าๆ ดิฉันตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ตอน 05.00 น. จึงมีเวลาจัดการตัวเองและออกมาชมทิวทัศน์นอกห้องพักได้ครู่ใหญ่


บริเวณหน้าห้องพักยามเช้าตรู่


ที่พักที่เป็นหลังๆ ซ่อนตัวอยู่ภายในหมู่ไม้


งานทำบุญจัดที่วัดประเดิม ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของเกาะสมุย ชาวบ้านมากันแต่เช้า เริ่มด้วยการตักบาตร แล้วมีพิธีพระสวด ถวายของและอาหาร ชาวบ้านรับประทานอาหารด้วยกันเป็นกลุ่มๆ กับข้าวมีนับสิบอย่าง ของหวานอีกหลายชนิด และผลไม้ เสร็จงานก็มีการแจกจ่ายอาหาร ขนม และผลไม้ให้นำกลับไปบ้านกันด้วย

ครอบครัวของเพื่อนพาไปเที่ยวที่น้ำตกหน้าเมือง 2 ต้องเดินขึ้นทางสูงชัน ดิฉันเดินได้ 4-5 ก้าวก็ต้องหยุดพัก ต่างจากเพื่อนสาวที่ออกกำลังกายอยู่บ่อยๆ จึงเดินตัวปลิวได้เลย


น้ำตกหน้าเมือง 2 ช่วงนี้มีน้ำน้อย


เพื่อนกันสามคน (ถ่ายภาพโดยลูกสาวของเพื่อน)


เราไปนั่งดื่มกาแฟกันที่ร้านอเมซอน ก่อนขึ้นเขาไปที่สวนของเพื่อน ช่วงนี้เขาเก็บทุเรียนกันเกือบหมดแล้ว ผลไม้ที่ยังมีอยู่มากคือลางสาด เพื่อนบอกว่าขายไม่ค่อยได้เพราะเขาปลูกกันเกือบทุกบ้าน เป็นไม้ผลที่ไม่ต้องใช้ยาเคมีใดๆ ลางสาดของเกาะสมุยมีชื่อเรื่องลูกโต ยางน้อย และรสหวาน ดิฉันชวนให้เก็บใส่กล่องเอาขึ้นกรุงเทพไปแจกเพื่อนๆ ดิฉันเองก็ขนกลับนครศรีธรรมราชหนึ่งกล่องในขนาดที่พอจะหิ้วไหว แต่ไม่สามารถหิ้วทุเรียนหมอนทองกลับไปได้


ลางสาด ภาพนี้ถ่ายด้วย iPhone


ลางสาด ลูกเป็นพวง เด็ดกินได้เลย


หมอนทองลูกโตที่สวนของน้องสาวเพื่อน ที่อยู่ติดกัน


เจอผลไม้แปลกตาอีกชนิด ดอกเป็นช่อห้อยตามกิ่ง ลูกกลมๆ เขาเรียกละไม ไม่ได้ชิมว่ารสชาติเป็นอย่างไร คนสวนบอกว่าคล้ายมะไฟ


ละไม


ก่อนลงจากเขา เพื่อนแวะทักทายญาติพี่น้องแถวนั้น เลยได้เก็บภาพดอกชบาสวยๆ


ดอกชบาบนเขา


กลางวันพวกเราไปทานอาหารกลางวันที่หน้าทอน เป็นข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ ลาบ ยำ ไส้กรอก ต้มแซบ ใช้เวลาไม่นาน ดิฉันเลยสามารถขึ้นเรือเฟอรี่เที่ยว 13.00 น. ได้ทัน เรือลำนี้มีขนาดเล็กและเก่า เก้าอี้นั่งหลายตัวชำรุด ผู้โดยสารมีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเรือแล่นออกจากท่าได้เกือบชั่วโมงก็เจอฝนตกแรง แต่เมื่อถึงฝั่งฝนก็หยุดพอดี

ดิฉันกลับถึงบ้านพักเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2558


หมายเลขบันทึก: 595744เขียนเมื่อ 4 ตุลาคม 2015 22:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 5 ตุลาคม 2015 09:47 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

-สวัสดีครับ

-ตามมาชมธรรมชาติครับ

-อิ่มอก อิ่มใจ แอบอิ่มท้องนะครับ

-ผลไม้สด ๆ น่าลิ้มลองนะครับ

-ขอบคุณครับ

สถานที่สวยมากเลยครับ

ปีนี้ลองกองถูกใช่ไหมครับ

แต่ในภาคกลางแพงมาก

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี