ให้นักเรียนตักตวงใส่ถุงไว้ ดินร่วนซุยสีดำ บรรจุถุงก็เปรียบเสมือนนักเรียนได้ฝึกหัดการบรรจุผลิตภัณฑ์ ที่น่าภาคภูมิใจ ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรง จนเห็นผล หลังจากนำไปใช้ใส่กระถางและแปลงเกษตรมานับครั้งไม่ถ้วน...ปิดเทอม..ใครมาเยี่ยมเยือน..ก็จะได้มอบให้เป็นของฝาก

ผมเขียนบันทึกเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว เพราะเป็นนวัตกรรมด้านวิธีการ ที่อยู่คู่โรงเรียนมาช้านาน และเป็นแหล่งเรียนรู้ที่อยู่แถวหน้าของโรงเรียน ณ วันนี้ แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน มีความหลากหลาย และตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความพอเพียง คือ ทำอย่างพอประมาณ ทำอย่างมีเหตุผล และเป็นภูมิคุ้มกันให้โรงเรียน..ได้เป็นอย่างดี

นั่นคือ..ปุ๋ยหมักใบไม้..ที่ใครๆเขาก็ทำกัน แตกต่างกันไปตามบริบท ที่จะทำให้เห็นถึง ความตั้งใจ กระบวนการ ความยั่งยืน ทั้งปริมาณและคุณภาพของกิจกรรม..

นักเรียนได้เรียนรู้ คู่การปฏิบัติ ..ทุกวัน..เส้นทางเดินของใบไม้..ไปสู่คอกปุ๋ยหมักโดยรอบโรงเรียนหลายจุด ทับถมด้วยมูลวัว ราดรดด้วยน้ำหมักชีวภาพ..ไม่นานเกินรอ ก็จะได้ดินปุ๋ยเหลือใช้มากมาย จนต้องส่งมอบให้ผู้ปกครองและชุมชนไปใช้บ้าง

วันนี้..ให้นักเรียนตักตวงใส่ถุงไว้ ดินร่วนซุยสีดำ บรรจุถุงก็เปรียบเสมือนนักเรียนได้ฝึกหัดการบรรจุผลิตภัณฑ์ ที่น่าภาคภูมิใจ ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรง จนเห็นผล หลังจากนำไปใช้ใส่กระถางและแปลงเกษตรมานับครั้งไม่ถ้วน...ปิดเทอม..ใครมาเยี่ยมเยือน..ก็จะได้มอบให้เป็นของฝาก

๖ ปีเศษ ที่ดำเนินการเรื่องนี้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักเรียน จนบังเกิดเป็นโครงงาน นำเสนอในระดับประเทศ..ติด ๑ ใน ๕ ของโครงงานอนุรักษ์ดิน..ระดับประถมศึกษา..นักเรียนได้ทุนการศึกษา เมื่อ ปี ๒๕๕๗

พอมาปีนี้..โรงเรียน..มีวัตถุประสงค์ที่จะขยายโครงงานฯให้แพร่หลายยิ่งขึ้น..และต้องการเป็นพันธมิตร ในเวทีเครือข่ายของมูลนิธิยุวสถิรคุณ..ที่ผมมีโอกาสศึกษาเอกสารและศรัทธามูลนิธิเป็นทุนเดิม ที่เป็นองค์กรเดียว..ที่ยึดมั่นในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง..อย่างมั่นคงและจริงใจ

โรงเรียนบ้านหนองผือ..ซึ่งเป็นโรงเรียนแรก..ที่ผ่านการประเมินต้นแบบ..พอเพียง ของเขตพื้นที่เมื่อปี ๒๕๕๔..ก็มีปณิธาน อุดมการณ์ และสานงานเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมมาตลอดในหลายๆเรื่อง อย่างไม่เคยรู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย..ให้เป็นสีสันแห่งความสวยงามและเป็นตัวอย่างด้านแหล่งเรียนรู้..มิให้ใครดูถูกดูแคลนโรงเรียนขนาดเล็ก..

ผมจึงส่งเอกสาร..(BEST PRACTICE) ไปที่มูลนิธิยุวสถิรคุณ..ประกอบด้วยข้อมูลกระบวนวิธีการและวีดีโอ..ผลคือ..ผ่านการคัดกรอง..จากนั้นกรรมการของมูลนิธิฯ ที่ประกอบด้วย ศึกษานิเทศก์และผอ.ร.ร.ที่เป็นศูนย์ฯพอเพียงของเขต..มาประเมินผลงานเชิงประจักษ์..พบร่องรอยหลักฐานจากนั้น..ทุกอย่างก็จบ..

ผลงาน...ปุ๋ยหมักใบไม้..ของนักเรียนและครู..ไม่ผ่านการประเมิน..(BP) ในขั้นตอนสุดท้าย..คือไม่ได้ไปต่อ..ถามว่า..ผมท้อไหม เสียใจไหม..คำตอบคือ..ไม่เลย แม้แต่น้อย เพราะทุกวัน..ก็มีความสุขที่ได้ทำงานนี้ และงานที่ทำก็ไม่ได้เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม แต่โรงเรียน ครู นักเรียนและชุมชน..ล้วนได้ประโยชน์

และคิดว่า..ต่อไปนี้..จะไม่เปิดโอกาสให้กรรมการเหล่านี้..มาประเมินสิ่งที่มีคุณค่า..ต่อจิตใจคนทำงานอีกแล้ว ผม...ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไม..บุคลากรทั้งหลาย..จึงเข้าไม่ถึงความพอเพียง หลายคนเบื่อหน่าย..ก็เพราะกรรมการ..มีแต่เกณฑ์มาตรฐาน(เกินไป) กรรมการต้องการแต่สิ่งใหม่ ความยิ่งใหญ่ อลังการ..ลืมมองที่บริบทของโรงเรียน..และลืมคิดไปว่า..ความพอเพียง..เริ่มจากงานเล็กๆ..เชิงอนุรักษ์..ก็ได้....ครับ คงถึงเวลา พอแล้ว..พอเพียงจริงๆเสียที

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑ ตุลาคม ๒๕๕๘