การแก้ปัญหาดินดานแบบยั่งยืน


ปัญหาเรื่องดินแน่นดินแข็งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรมือสมัครเล่น หรือมืออาชีพก็น่าจะหนีไม่พ้นกันนะครับ เพราะว่าสภาพของเนื้อดินที่ถูกใช้งานไปเป็นเวลานาน อินทรียวัตถุถูกย่อยสูญสลายหายไปตามกาลเวลา สสารจากปุ๋ยเคมีความเป็นกรดจนเข้มข้น ทำให้คุณสมบัติโครงสร้างดินเปลี่ยนแปลง เหลือแต่เพียงอนินทรีย์วัตถุอัดแน่นแทนที่ไม่มีรูระบายน้ำและอากาศ ทำให้การถ่ายเทด้อยประสิทธิภาพต้นไม้แคระแกร็นต้นเตี้ย ไม่แตกกิ่งก้านสาขารากขัดสมาธิเป็นวงกลมไม่แตกแยกกระจายออกไปหาอาหารได้อย่างกว้างไกลเหมือนกับต้นไม้ที่ปลูกบนพื้นดินที่เป็นปรกติ

ในเบื้องต้นถ้าจะแก้ปัญหาในเรื่องนี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดด้วยการเติมอินทรียวัตถุก็น่าจะเป็นเรื่องที่ล่าช้าเกินไป ไม่สามารถที่จะทำให้พืชนั้นเจริญเติบโตติดดอกออกผลให้แก่เจ้าของสวนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องด้วยว่าดินมีปัญหาดังที่ได้กล่าวมาเพราะการที่ใส่อินทรียวัตถุหรือปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกลงไปเพียงแค่วันสองวัน หรือต่อให้นานเป็นสัปดาห์สองสัปดาห์จุลินทรีย์ไส้เดือนต่างๆ ก็ยังไม่สามารถย่อยสลายให้กลายเป็นปุ๋ยหรือให้มีสภาพของระบบนิเวศน์ที่เหมาะสมได้ในเร็ววันจึงไม่สามารถช่วยให้ดินจะร่วนซุย โปร่งพรุน ได้รวดเร็วทันใจในทันที เนื่องด้วยกิจกรรมที่ในระบบนิเวศของดินนั้นจะต้องใช้เวลา

แต่ในปัจจุบันนั้นถ้าต้องการความรวดเร็วฉับไวในการแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้า ด้วยการทำให้ดินโปร่งฟูและร่วนซุยแบบฉับพลันทันทีภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็พอจะทำได้อยู่เหมือนกันนะครับด้วยการใช้ “สารละลายดินดาน ALS29” ในอัตรา30 – 50 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตรและถ้าจะให้โครงสร้างดินไม่กลับไปแน่นแข็งเหมือนเดิมแบบรวดเร็วก็ควรเพิ่มกลุ่มของ “โพแทสเซียมฮิวเมท” ร่วมไปด้วยอีก 30 – 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรเช่นเดียวกันทำการราดรดฉีดพ่นลงไปบนดินที่มีปัญหาแน่นแข็ง ทำแบบนี้เพียงสองสามครั้ง ดินก็จะกลับมาโปร่งฟู ร่วนซุย ช่วยให้รากขยายตัวหาอาหารได้ดีขึ้น หมดปัญหารากขัดสมาธิ ต้นเตี้ย แคระแกร็นอีกต่อไป

มนตรีบุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษwww.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศ และแสงแดด



ความเห็น (0)