​ เศรษฐกิจโลกฝืด เศรษฐกิจไทยทรุด หลุดพ้นด้วยเศรษฐกิจพอเพียง


สถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้มีแต่เรื่องยุ่งๆ วุ่นวายขายปลาช่อนกันพอดู ไม่ว่าจะในอาเซียน ยุโรป อเมริกา อินเดียและจีน ต่างก็กำลังกระเสือกกระสนดิ้นรนที่จะหลุดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางยุโรปนั้นก็แก้ปัญหากันมาหลายปีพอสมควร ตั้งแต่ กรีซ สเปน อิตาลี จนแทบจะเรียกได้ว่ายุโรปแตกเพราะใครๆ ก็ไม่อยากจะเอามือมารับเผือกร้อนช่วยเหลือประเทศที่มีปัญหา ทั้งอังกฤษและเยอรมันซึ่งถือว่ามีความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจค่อนข้างแข็งแกร่งกว่าเพื่อนๆในทั้งหมด 28 ประเทศ

อเมริกาเองนั้นภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซามากๆ ก็เนื่องจากไปใช้งบทางทหารในแถบตะวันออกกลางเสียเป็นส่วนมากจนกระทั่งส่งผลให้ความนิยมในตัวบารัค โอบามานั้นถดถอยขึ้นๆ ลง ๆ ไม่เป็นระส่ำอยู่หลายครั้ง จีนนั้นถึงแม้ว่าจะดูดีที่สุดในแถบเอเชีย แต่ก็ต้องแตะเบรกผ่อนคันเร่งมิให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป เพราะอาจจะมีปัญหาเรื่องฟองสบู่ แต่จะอย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์มวลรวมของจีนก็แทรงหน้าอเมริกาไปเรียบร้อยโรงเรียนจีนด้วยตัวเลข14.4ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งอเมริกาเติบโตเพียง 14 ล้านล้านดอนลาร์เท่านั้น ส่วนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดียก็ยังทรง ๆ ทรุด ๆ ยังไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับจีน

จะอย่างไรก็ตามถ้ามองดูในขณะนี้ อย่างน้อย น้องๆ ชาวอาเซียนก็น่าจะมีพี่ใหญ่อย่างจีนเป็นที่พำนักพักพิง ไม่โดดเดี่ยวเดียวดายจนปล่อยให้ทางยุโรป อเมริกาโขกสับเอาได้ง่ายๆและในห้วงช่วงนี้ก็น่าจะเป็นช่วงที่ชาวเอเชียน่าจะผงาดแสดงความยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้บ้าง ไม่ทางใดทางหนึ่งอย่างแน่นอน

ย้อนกลับมาดูประเทศไทยเราในขณะนี้กำลังย่ำแย่จากเศรษฐกิจที่กำลังถดถอย ซบเซา ด้วยผลงานการกระทำของพวกเราชาวไทยทุกคนในชาติที่ได้สร้างผลงานเอาไว้ในรูปแบบต่างๆ ในห้วง 7 – 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกำลังเริ่มมีผลกระทบ อาฟเตอร์ช็อคมากขึ้นทุกทีๆ จากการที่โรงงานสิ่งทอ การ์เม้น อุปกรณ์ชิ้นส่วน อะไหล่ อิเล็กทรอนิกส์ ที่มูฟเม้นท์โยกย้ายกระจัดกระจายออกไปอยู่รอบๆ ประเทศไทยเรา ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย หรือประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมือง และอีกเรื่องที่สำคัญคือกลุ่มประเทศที่ไม่ถูก ยุโรป อเมริกา กล่าวหาและกดดันด้วยเรื่อง การค้ามนุษย์ การค้าแรงงานทาส แรงงานเด็ก การทำประมงที่ผิดกฎหมาย การลดอันดับความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับเรื่องการค้าแรงงานของอเมริกาจาก เที่ยร์ 2 ไปสู่อันดับต่ำที่สุดนั่นก็คือ เทียร์ 3 จึงทำให้ประเทศในกลุ่มยุโรปหลายประเทศเลิกสนใจที่จะนำสินค้าจากประเทศไทยเพราะภาพพจน์ที่ย่ำแย่จากอเมริกาที่ก่อร่างสร้างขึ้นมาให้กับประเทศไทย ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันมาตั้งแต่ในอดีต จนกระทั่งล่าสุดที่ยัดเยียดข้อหาให้สถานที่ทหารอเมริกันใช้พื้นที่ในการบังคับทรมานนักโทษก่อการร้าย อีกหนึ่งกระทง

ประเทศไทยเรานอกจากจะประสบพบเจอปัญหาดังกล่าว ยังมีเรื่องการถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) โดยภาษีนำเข้ากุ้งสดจาก 4.2 % เพิ่มเป็น 12% และกุ้งต้มสุกจาก 7 % เป็น 20 % การกีดกันทางการค้าในรูปแบบต่างๆนี้แหละครับ จะทำให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนต้องหันไปพึ่งพาประเทศที่ทางยุโรปและอเมริกายังใจดี ให้ความช่วยเหลือด้านมาตรการต่างๆอยู่ (หรือไม่ก็อาจจะเป็นประเทศที่มีรัฐมนตรีหรือหน่วยงานภาครัฐมีฝีไม้ลายมือในการเจรจาต้าอ่วยกับทางยุโรปอเมริกาจนสามารถต่ออายุ จีเอสพี และเรื่องอื่นๆ ได้ดีจนไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศของเขา)เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้จะฉุดรั้งทำให้เศรษฐกิจและรายได้ของประเทศเราถดถอย คนจะเริ่มให้ความสนใจเรื่องภาคการเกษตร เพราะรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการทำงานในโรงงานต่างๆ จะน้อยลง ด้วยออร์เดอร์จากต่างประเทศที่ขาดหายไป เบี้ยเลี้ยง โบนัส โอเที ไม่มี คนก็จะกลับไปสู่ชนบท ไปทำอาชีพเกษตร เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกัน และเพื่อป้องกันความเสียหาย จึงอยากเชิญชวนให้ท่านๆ จนน้อมนำเอาวิชาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ก่อนนะครับ ทำการเกษตรแบบพอเพียงในพื้นที่เพียง 2 – 3 ไร่ ให้มีความชำนิชำนาญเสียก่อน ก่อนที่จะขยับขยายไปสู่แปลงใหญ่ เพื่อชอกช้ำระกำใจจะได้มีพื้นที่ในการดำรงชีวิตแบบไม่ต้องใช้เงินกินข้าวที่ปลูก กินปลา กินไข่จากน้ำมือที่เลี้ยง กินในสิ่งที่ปลูก ปลูกในสิ่งที่กิน ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่โดยไม่ต้องใช้เงิน น่าจะมีความสุขดีแท้ครับ

มนตรีบุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษwww.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ข่าวสารเกษตร



ความเห็น (0)