ประโยชน์ของดินที่ดีกับหน้าที่ของหินแร่ภูเขาไฟ

การเพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่แล้วมักก่อให้เกิดปัญหาพืชไร่ไม้ผลมีการเจริญเติบโตไม่ค่อยดี หรือจะเป็นพืชผักสวนครัวรั้วกินได้อย่าง พริก มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว บวบ กระถิน ชะอม ฯลฯ นั้นส่วนหนึ่งหรือสาเหตุใหญ่ๆ เลยก็มาจากการที่ดินนั้นเสื่อมสภาพมีแร่กำเนิดดินที่มีคุณภาพต่ำผ่านการผุพังใช้งานซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาเป็นระยะเวลานานปี โดยที่แทบจะไม่มีการหยุดพักเลย หนำซ้ำยังไปเผาทำลายเศษซากพืชหลังจากการเก็บเกี่ยวหรือหลังจากการตัดแต่งกิ่ง เช่น การเผาตอซังฟางข้าว เผาใบอ้อย เผาเศษกิ่งมะม่วง มะนาว ลองกอง มังคุดฯลฯ จึงยิ่งทำให้ดินขาดแคลนอินทรีย์วัตถุที่เป็นตัวช่วยในการทำให้คุณสมบัติของโครงสร้างดินนั้นมีความมั่นคงลดน้อยถอยลงไป

นอกจากดินมีส่วนประกอบของแร่ดินที่มีคุณภาพต่ำ (แร่ดินที่มีปฏิกิริยาต่ำ) แล้วยังมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยเคมีมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งในส่วนประกอบของปุ๋ยเคมีนั้นมีสารเคมีในรูปกรด เช่น กรดซัลเฟต มักตกค้างสะสมทำให้ดินที่ใช้ปุ๋ยมาเป็นระยะเวลานานมักจะเหนียว แน่นแข็ง มีมีค่าพีเอชหรือค่าความเป็นกรดเพิ่มมากขึ้นและอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการเติมกลุ่มวัสดุปูนที่ได้จากการแจกของภาครัฐ เมื่อนำมากองไว้ตามหัวไร่ปลายนาไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ใส่ๆ ลงไปในนาโดยมิได้ทำการตรวจวัดกรดด่างของดินเสียก่อน บางครั้งดินมีค่าความเป็นกรดและด่างที่เหมาะสมอยู่แล้ว (ค่าพีเอชดินที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชเท่า 5.8 – 6.3 ) เมื่อเติมปูนซึ่งมีคุณสมบัติที่เป็นด่างก็ทำให้ดินนั้นเป็นด่างเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

ดินที่มีสถานะเป็นกรดจัดหรือด่างจัดจะปลูกพืชชนิดใดก็ตามการเจริญเติบโตจะไม่ดี เพราะดินจะจับตรึงฟอสฟอรัส ปลดปล่อยไนโตรเจนให้สูญเสียไปกับอากาศ สายลม แสงแดด ได้อย่างรวดเร็ว และบางครั้งก็ละลายแร่ธาตุสารอาหารจุลธาตุอย่าง เหล็ก ทองแดง แมงกานีส ออกมามากจนเป็นพิษต่อพืชเพราะฉะนั้นเกษตรกรจะต้องหมั่นตรวจวัดค่าความเป็นกรดและด่างของดินอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อมิให้ค่าพีเอชของดินนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้ายลงไปมากกว่าเดิม

ดินที่ดีคือจะต้องมีอินทรียวัตถุอยู่ 5 เปอร์เซ็นต์ น้ำ 25 เปอร์เซ็นต์ อากาศ 25 เปอร์เซ็นต์ และอนินทรีย์หิน หรือแร่ดินอีก 45 เปอร์เซ็นต์ ถ้าองค์ประกอบในส่วนของแร่ดิน 45 เปอร์เซ็นต์นี้ผ่านการใช้งานมานานจนเป็นดินจืด ก็จะทำให้พืชเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์และมักจะต้องสนองได้ดีเมื่อใส่กลุ่มอินทรียวัตถุ หรือกลุ่มของสารปรับปรุงดินซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อนำหินแร่ภูเขาไฟ ซึ่งเป็นตัวช่วยทำให้คุณสมบัติของอินทรีย์หินแร่(แร่ดิน) นั้นกลับมามีประสิทธิภาพที่ดีได้อย่างรวดเร็ว เพราะเป็นหินที่ผ่านความร้อนหลายร้อยหลายพันองศา และระเบิดเกิดเป็นเถ้าและวาวาภูเขาไฟที่พรั่งพร้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุและสารอหารที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์ สัตว์ จุลินทรีย์ และแพลงค์ตอน ฯลฯ เพราะฉะนั้นดินที่ขาดแคลนความอุดมสมบูรณ์แล้วใช้กลุ่มหินแร่ภูเขาไฟมาช่วยปรับปรุง ก็จะทำให้ประหยัดการใช้ปุ๋ยเคมี และฮอร์โมนลงไปได้มากส่วนดินที่เปรี้ยวหรือเป็นกรด ต้องใช้กลุ่มของวัสดุปูน (ปูนมาร์ลปูนแคลเซียม ปูนเผา ปูนขาว ปูนโดโลไมท์ ปูนฟอสเฟส ฯลฯ) และถ้าดินเป็นด่างต้องใช้ อินทรียวัตถุ ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ยิปซั่ม ภูไมท์ซัลเฟตถุงแดง มาฃ่วยปรับปรุง ส่วนดินเค็มนั้นต้องเป็นกลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟ (พูมิช พูมิชซัลฟอร์ ไคลน็อพติโลไลท์ สเม็คโตไทต์ ฯลฯ) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 029861680 – 2

มนตรีบุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษwww.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน หินแร่ภูเขาไฟ (Zeolite)



ความเห็น (0)