"ทิศทางสังคมไทย" (๑)

๑. โลภจนเลอะ

๒. โกรธง่ายตายซ้ำ

๓. กามท่วมท้น

๔. เสรีอับจน

๕. จรรยามารยา

๖. สำนึกสิ้นชาติ

---------------------------------

ฉันคือไทย ใจมีเชื้อ เครือสยาม

ใช่ประณาม หยามหมิ่น ถิ่นอาศัย

เห็นภาพพจน์ แล้วหดหู่ ลู่ทางไป

ชาติเริ่มหาย ใจเริ่มห่าง คลั่งเสรี

ขอชำแหละ แบปัญหา พาวิเคราะห์

เพื่อสืบเสาะ เจาะปัญหา ตาวิถี

สะท้อนทัศน์ คัดกรอง มองวิธี

ช่วยกันชี้ จี้จัด พัฒนา

นี่คือภาพ ตามสังคม จมในชาติ

ที่ระบาด ขาดระบบ พบทั่วหล้า

กลายเป็นภาพ หยาบกระด้าง ฝังประชา

ไร้กิริยา มารยาท คนชาติไทย


๑. โลภจนเลอะ

เรื่องความอยาก ลากคน มีล้นโลภ

จะถมกลบ อย่างไร ก็ไม่หาย

คนจนมาก คนอยากเยอะ เจอมากมาย

อยากสบาย ใช้ทรัพย์สิน ไม่สิ้นเงิน

เมื่อผู้คน ยลยิน ในสินทรัพย์

ต่างคำนับ นับหน้า กล้าไม่เขิน

คนรวยล้น คนเชื่อถือ เป็นขื่อเดิน

จึงหาเงิน เกินวิถี ปล้นจี้เอา

เกิดเป็นช่อง ย่องยัก ลักโขมย

เกิดกอบโกย โรยราด ฉลาดเขลา

ฉ้อฉลงบ หลบภาษี ราคีคาว

หลอกลวงเอา ข้าวของ ทองเงินตรา

เงินงบหลวง ของปวงชน ก็หล่นลาด

งบของชาติ ถูกตัดตอน ป้อนตัณหา

ทรัพย์สินชาติ จัดสรร ปั่นราคา

น้ำดินป่า ล่าจัดการ งานเป็นเงิน

ข้าราชการ งานมาก อยากสบาย

จึงขวนขวาย ได้สตังค์ ทางฉุกเฉิน

ประโยชน์ตน ล้นหลาก ลากกันเพลิน

ชาติยับเยิน ป่นปี้ ถูกบีฑา

คนในชาติ ก็ขาดธรรม มาค้ำหนุน

สังคมวุ่น ขุ่นเคือง เรืองปัญหา

ทั่วแผ่นดิน กินเที่ยว เกี่ยวเสพยา

ใช้อิสระ ระราน ทั่วบ้านเมือง

คนในเมือง ก็เชื่องเชื่อ เป็นเหยื่อเสพ

พ่อค้าเก็บ ไว้เลี้ยงขุน หนุนนองเนื่อง

ทั้งเสื้อผ้า อาหาร บ้านรถเปลือง

ที่รุ่งเรือง คือเรื่องหลอก ปอกลอกกัน

เยาวชน พลของชาติ ก็ขาดวุฒิ

หนุ่มสาวกุด ศีลธรรม กรรมฐาน

จึงโตไต่ ไล่ฆ่า ล่ากันมัน

ผสมพันธุ์ กันมั่ว ทั่วพารา

ผู้ใหญ่จริง หญิงชาย ทั้งหลายแหล่

หญิงไม่แท้ ชายไม่จริง ก็ยิ่งบ้า

คนแก่เฒ่า เฝ้างก โรคโลภา

เสน่หา ค้ากำไร ในหุ้นแชร์

อีกพระสงฆ์ องค์เจ้า ก็เขลางก

นักการเมือง สกปรก ยกกฎแก้

อีกพ่อค้า หน้าเงิน เดินมาแคร์

ชาวบ้านแย่ แพ้โลภ สยบยอม

หรือมันเป็น เช่นนั้น ทั่งย่านโลก

เราจึงตก ในดงจน คนห้อมล้อม

หรือถูกล้าง คลังสมอง ท่องคำยอม

จึงถูกหลอม ล้อมด้วยโลภ กลบปัญญา


๒. โกรธง่ายตายซ้ำ

มนุษย์สัตว์ มีชาติเชื้อ ดั่งเสื่อสิงห์

สัญชาติลิง สุงสิงกัน ในย่านป่า

ไล่ล่าเหยื่อ เถือหนัง อย่างฝูงปลา

เพื่อคู่ขา ราคะกาม ประจำตน

ความโกรธกริ้ว มีริ้วราก มาจากจิต

สะสมพิษ คิดร้าย กลายเป็นผล

ตั้งแต่เกิด มันเชิดเรา เผากมล

ให้เป็นคน มีตนเด่น จนเป็นภัย

ตอนเป็นเด็ก นั่นแล แม่หลอกเล่น

ยั่วให้เห็น เฟ้นอารมณ์ สะสมไว้

ทั้งยั่วยั่วะ ให้กลัวร้อง จนหมองใจ

จนร้องไห้ ให้หัวเราะ เกาะเป็นแกน

พอเติบใหญ่ ใช้อารมณ์ ผสมร้อง

กายสนอง ช่องกำลัง อย่างเหนียวแน่น

เมื่อพอใจ กายก็เคลื่อน เลื่อนตามแดน

เมื่อโกรธแค้น แล่นใส่ อย่างไม่กลัว

อำนาจโกรธ มีโทษผล ตามกลขันธ์

ใครมีฐาน พันธุ์ใหญ่ ใจพันหัว

เกิดแรงขับ ขยับใส่ ไม่คิดกลัว

เพราะมีตัว และหัวใจ ไว้เสริมแรง

กายคือฐาน ดันโกรธ กำหนดผล

ใครฝึกตน กลกาย ได้เข้มแข็ง

ย่อมแข็งแกร่ง แรงดี ไม่มีจน

จึงท้าชน คนคิดโกรธ ให้ถดถอย

นอกจากกาย ที่ร้ายแรง ให้แข็งกร้าว

คือคำกล่าว เย้ายั่ว ให้กลัวถอย

คำก่นด่า ท้าทาย ไปสุดซอย

ไอ้พวกถ่อย ด้อยศึกษา หน้ากวนตีน

คู่ชีวิต ลิขิตกรรม ทำตัวกล้า

ใครหยามข้า ท้าทาย ต้องตายสิ้น

ทรัพย์สมบัติ รถรา เคหาดิน

ใครแย่งยิน มิ่นประมาท อาจวายชนม์

เมื่อผู้คน ขนศักดิ์ศรี มาตีค่า

แค่มองหน้า อย่ามาหยาม ตามถนน

ถึงกับโกรธ โทษฐาน หมั่นไส้ตน

จึงเที่ยวขน พลพาล ห้ำหั่นเลย

เมื่อนักเลง เจอนักเลง เก่งทั้งคู่

ต่างข่มขู่ ปูทาง หวังเยาะเย้ย

โกรธเป็นกรด กดดัน เดือดดาลเลย

จึงลงเอย ด้วยการฆ่า ไล่ล่ากัน

ประเทศไทย ขายอาวุธ ดุจขายผัก

เหมือนเป็นยักษ์ พรากคร่า ชีวาผลาญ

เพราะแรงบ่า อารมณ์ ทับถมปัญญ์

จึงกลายพันธุ์ ขั้นสัตว์ป่า ฆ่ากันตาย

แม้เรื่องคู่ อยู่กิน ที่สิ้นภักดิ์

เป็นเรื่องรัก ศักดิ์ศรี นารีร้าย

มื่อเพศผู้ มีคู่ซ้อน นอนกอดกาย

หญิงจึงร้าย ไม่อายกรรม ยำทันที

ความโกรธแรง คือแอ่งกรรม ให้ต่ำตก

มีนรก โลกสัตว์ เป็นชาติผี

เป็นอย่าง"เป็น" เห็นอยู่ ทุกนาที

ในชาตินี้ ที่ผลพฤติ ยึดใจคน


๓. กามท่วมท้น

คนสัตว์พืช ที่ยืดเยื้อ มีเชื้อชาติ

เพราะมีบาท ปรารถนา รักษาผล

เจตจำนง ประสงค์สร้าง อย่างบรรจง

คือดำรง เผ่าพันธุ์ ไม่ผันแปร

ด้วยเหตุนี้ จึงมีเพศ เป็นเหตุเกิด

เป็นทางเปิด เกิดเผ่าพันธุ์ ด่านกระแส

พืชผลิต ดอกผล ชลช่วยแชร์

จึงนิ่งแน่ แพร่พันธุ์ กาลนำพา

สัตว์วิวัฒน์ พัฒนา จากท่าน้ำ

มาเหยียบย่ำ ตามพง ในดงป่า

เกิดแปรผัน สรรสร้าง ร่างกายา

แผ่อาณา รักษาเผ่า เป็นเหล่ากอ

มวลมนุษย์ พันธุ์สุดยอด ก็ทอดเผ่า

เกิดแรงเร้า หนาวร้อน นอนไหว้ขอ

จิตกำเนิด กายกำหนัด ฉลาดทอ

จึงเกิดก่อ กลกาม ถ้ำชีวี

ธรรมชาติ มีบาทธรรม อำนาจสูง

คอยพยุง ให้มุ่งพัฒน์ รัศมี

รักษาชาติ ขัดเกลา เผ่าชีวี

กลายเป็นคีย์ คลองหลัก พิทักษ์ชน

พืชและสัตว์ พัฒนา ตามหน้าที่

ไม่เติมสี ฟรีเกิน จนเพลินผล

เจตสัตว์พืช ยึดหลัก พิทักษ์ตน

เจตของคน ล้นท่วม จนหลวมไหล

เพราะผลกาม ทรามวัย จึงได้ชาติ

ได้อำนาจ ชาติมนุษย์ สุดยิ่งใหญ่

ปริมาณ เจ็ดพันล้าน ทยานไกล

เพราะมีสาย ในกายกาม คอยนำพา

คนรุ่นใหม่ เพิ่งได้เห็น เอ็น-กลีบเนื้อ

จึงหลงเหลือ เหมือนเสือไพร ได้"ทราย"หนา

หลงช่องแคบ แนบเนื้อ เหลือคณา

ถึงกับบ้า หน้ามืด ไม่จืดจำ

จึงเกิดช่อง ท่องหา ล่าช้อนเหยื่อ

ใช้เงินเจือ เชื้อเชิญ จนเกินกล้ำ

เอาเงินล่อ ต่อเหยื่อ ให้เชื่อตาม

ค้าน้ำกาม ตามผับ ลับหลอกลวง

เกิดสถาน บันเทิง เริงรมณ์เล้า

เด็กสาวๆ ชาวเอื้อง เข้าเมืองหลวง

หนุ่มเล็ก หนุ่มแก่ แลคู่ควง

กลายเป็นห่วง บ่วงผูกคอ ก่อคดี

จึงเกิดร้าง ห่างคู่ เพราะชู้ชั่ว

เหตุครอบครัว มัวหมอง ต้องแยกหนี

เด็กบ้านแตก แยกทาง ร้างไมตรี

ดัชนี้ ชี้บอก กามงอกเงย

ไม่ได้ว่า ด่าใคร ไทยรับทราบ

นี่คือดาบ สองคม งมมาเผย

จะใช้มัน หั่นตัด จัดการเนย

หรือจะเผย เปยอำนาจ ชาติของมัน

ชีวิตจริง หญิงชาย ทั้งหลายแหล่

ใช่มีแค่ กามกรรม ที่ฉ่ำหวาน

จงยกจิต รีดตน ให้พ้นมัน

มีชีวัน อันสุขุม ให้ชุ่มเย็นเอย

----------------๒๗/๙/๕๘-------------------

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จับความคิด



ความเห็น (0)