แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ของนักศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้

ของนักศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช

การจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อให้นักศึกษาเป็นผู้ที่มีทักษะการใช้ชีวิต ทักษะการคิด และการใช้เทคโนโลยี ผู้สอนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสอนเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ดังกล่าว รูปแบบวิธีการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เรียนรู้จากภาพจริง และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช โดยกลุ่มงานวิจัยและบริการวิชาการ จึงได้จัดการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ เทคนิคการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของนักศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ จนได้แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนการสอน ดังนี้

. ควรจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริง (Authentic Learning) โดยครูต้อง

-ให้ความสำคัญกับบริบทจริงในการเรียนรู้

-เชื่อมโยงการเรียนรู้และพฤติกรรมที่ต้องการ

-มองความรู้ในฐานะของเครื่องมือมากกว่าเป้าหมาย

-ให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนด้วยกัน

-ผู้สอนต้องมีมุมมองว่าผู้เรียนเป็นนักค้นคว้าที่กระตือรือร้น

-ให้ความสำคัญกับการสอนความรู้น้อย แต่เน้นการเกิดการเรียนรู้ของแต่ละคน

-เน้นผู้เรียนแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และมีการสร้างหลักการใหม่

-ผู้สอนเป็นแบบอย่างที่ดีในการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียน ไม่ตัดสินความคิดใดๆ

-ผู้สอนมีทักษะการใช้คำถามเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้

-การให้กำลังใจ สนับสนุนผู้เรียน

-ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น ที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง

๒. ใช้ E - Learning หรือการเรียนการสอนที่มีการถ่ายทอดเนื้อหาผ่านทางสื่ออิเล็คโทรนิกส์ เล่น ซีดีรอม เครือข่ายอินทราเน็ต หรือ สัญญาโทรทัศน์ สัญญาดาวเทียม ฯลฯ ทั้งนี้สถาบันการศึกษาต้องมีความพร้อมของระบบคอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เนตและรวมทั้งมีหน่วยสนับสนุนการจัดทำ E-Learning เช่น บุคลากรที่มีความชำนาญ, อุปกรณ์ต่างๆ

๓. ปรับรูปแบบการสอนตามลีลาการเรียนรู้ของผู้เรียน (VARK Learning Styles)

อันได้แก่

กลุ่ม V = Visual ชอบการเรียนรู้ที่สื่อด้วยภาพและสัญลักษณ์

กลุ่ม A = Aural/Auditory ชอบการเรียนรู้ที่สื่อด้วยเสียง

กลุ่ม R = Read / write รูปแบบการเรียนรู้ที่สื่อด้วยอักษร

กลุ่ม K = Kinesthetic รูปแบบการเรียนรู้ที่สื่อด้วยสัมผัสและการกระทำ

ทั้งนี้ครูต้อง

- สำรวจวิธีการเรียนของผู้เรียนแต่ละคน

- กำหนดวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับวิธีการเรียนของผู้เรียน

- ออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับผู้เรียนที่แตกต่างกัน

๔. ใช้กระบวนการการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning: PBL) เนื่องจากจะช่วยส่งเสริมผู้เรียนให้มีความอยากรู้อยากเห็น กระตุ้นและส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และผู้เรียนกับผู้เรียน ทั้งนี้โจทย์สถานการณ์ต้องชัดเจนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้และครูผู้สอนต้องมีบทบาทที่เอื้อต่อการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน

๕. ใช้การคิดจากการสะท้อนคิด (Reflective Thinking)เพื่อช่วยให้ผู้เรียนฝึกกระบวนการคิดไตร่ตรองอย่างเป็นระบโดยการบูรนาการความเข้าใจและประสบการณ์เดิม โดยครูต้อง

-ออกแบบการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้สะท้อนความคิดและเกิดการคิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง ใน ๓ ประเด็นคือ

Reflection-in-Action สะท้อนคิดขณะอยู่ในเหตุการณ์

Reflection-on-Actionสะท้อนคิดหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว

Reflection-beyond-Actionสะท้อนคิดก่อนเกิดเหตุการณ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง

- ครูต้องรู้จักชื่นชมการพัฒนาการของผู้เรียนและการให้กำลังใจในการเรียนรู้เพื่อกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผู้เรียน โดยครูผู้สอนต้องมีความไวต่ออารมณ์ (sensitivity) ต่อความรู้สึกและความคิดของผู้เรียน

- การกำหนดสถานการณ์เพื่อการเรียนรู้ต้องเป็นสถานการณ์จริง

๖. ใช้การวัดผลแบบ Objective Structured Clinical Examination(OSCE)ทั้งนี้การสร้างแบบประเมินในการให้คะแนนต้อง

- กำหนดขั้นตอนรายละเอียดตามที่ต้องการประเมินจริงในแต่ละทักษะโดยเขียนเรียงตามลำดับที่ปฏิบัติจริง

- กรณีที่มีขั้นตอนปฏิบัติมาก ให้พิจารณาเฉพาะขั้นตอนที่สำคัญ ที่จำเป็นต้องประเมิน

- แต่ละขั้นตอนที่ให้ปฏิบัติต้องเขียนให้ถูกต้องชัดเจน อ่านเข้าใจตรงกัน

- พิจารณาแต่ละขั้นตอนว่า มีขั้นตอนใดที่แม้ปฏิบัติไม่สมบูรณ์ก็ยังได้คะแนน หรือขั้นตอนใดที่ทำไม่ถูกต้องไม่ให้ปฏิบัติต่อ


แนวปฏิบัติที่ดีเรื่องการวิจัยในชั้นเรียน

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พุทธชินราช

การวิจัยในชั้นเรียนเป็นกระบวนการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาการเรียน หรือเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพ ปัญหาการวิจัยจึงเกิดขึ้นในชั้นเรียน ในการแก้ไขปัญหาให้ผู้เรียน ซึ่งมีกระบวนการวิจัยและการประเมินผลที่ชัดเจนวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพุทธชินราช โดยกลุ่มงานวิจัยและบริการวิชาการได้ดำเนินการจัดการความรู้ในประเด็นการวิจัยในชั้นเรียนจนได้ แนวปฏิบัติที่ดีของการวิจัยในชั้นเรียน ดังนี้

๑. องค์กรต้องกำหนดนโยบายการพัฒนาผู้เรียนโดยการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างชัดเจน

๒. มีคณะกรรมการวิจัยฯ ของสถาบันดำเนินการกลั่นกรอง พิจารณาโครงร่างการวิจัย

๓. อาจารย์ต้องมีความเชื่อว่างานวิจัยเป็นบทบาทของอาจารย์ในการทำวิจัยด้านวิชาการและการเรียนการสอน โดยการบูรนาการกระบวนการวิจัยหรืองานสร้างสรรค์กับการจัดการเรียนการสอน

๔. การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ใช้กระบวนการประกันคุณภาพ คือ P D C A และ/หรือกระบวนการวิจัยทุกขั้นตอน

๕. อาจารย์ต้องวิเคราะห์พื้นฐานความรู้ของผู้เรียน เช่น สังเกต, ข้อมูลพื้นฐาน (เกรด)

๖. อาจารย์มีความตระหนักในปัญหาจากสภาพจริงของผู้เรียน

๗. มีการวางแผนการเรียนรู้และการกำหนดข้อตกลงร่วมกันของผู้สอนและผู้เรียน

๘. มีทฤษฎี หรือ แนวคิดที่ชัดเจนและสอดคล้องกับการดำเนินการวิจัย

๙. มีการใช้เทคโนโลยีสนับสนุนทำให้กระบวนการวิจัยดำเนินไปได้ด้วยดี

๑๐. บทบาทของผู้สอนที่ทำหน้าที่เป็นโคช (coaching) มากกว่าการเป็นผู้ให้สอน

๑๑. มีการให้แรงเสริมทางบวกเป็นระยะๆ เพื่อให้ผู้เรียนทราบพัฒนาการของตนเอง

๑๒. การสร้างบรรยากาศเป็นกันเองในการเรียนการสอน

๑๓. การมีสัมพันธภาพที่ดีระหว่าง ผู้สอนกับ ผู้เรียนและ ผู้เรียน กับ ผู้เรียน

๑๔. การใช้กระบวนการกลุ่มในการดำเนินการแก้ปัญหา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ชุมชนสระแก้ว



ความเห็น (27)

montana Ajchariyasakchai
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 


การจัดการเรียนการสอนที่เน้นเรียนจากสภาพจริง ต้องมีวัตถุประสงค์ของการให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองมากที่สุดครูเป็นเพียงผู้คอยกระตุ้นให้เกิดการเรียนให้ได้มากที่สุดเท่านั้น ดังนั้นครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้บอกเล่าเป็นผู้กระตุ้น ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยากและครูทุกคนทำได้เป็นวิธีเรียนที่สำคัญยิ่งในยุค ที่ข่าวสารและองค์ความรู้มากมายในโลก Inter net

รณภพ
IP: xxx.55.215.177
เขียนเมื่อ 

สนับสนุนการใช้E learningในการจัดการเรียนการสอน

วิสิฏฐ์ศรี
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 

ควรมีการนำวิธีการต่างๆที่กล่าวในข้างต้นมาบูรณาการเข้าด้วยกัน เพราะแต่ละวิธีมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันไป

สุรีย์ เหล็กขำ
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 

การจัดการเรียนรู้ในยุคศตวรรษที่ 21 นั้น จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายและตรงตามความต้องการของผู้เรียน ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

นุโรม
IP: xxx.100.182.165
เขียนเมื่อ 

เป็นวิธีการเรียนที่ดี ถ้าครูและผู้เรียนคิดบวก ก็จะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี แต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดีข้อเสียซึ่งต้องนำมาใช้ให้เหมาะสมกับเนื้อหา

สุจิตรา
IP: xxx.10.85.241
เขียนเมื่อ 

วิจัยในชั้นเรียนเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการเรียนการสอนที่แปลกใหม่พัฒนาทั้งผู้สอนและผู้เรียน

จิตติพร
IP: xxx.55.11.197
เขียนเมื่อ 

ชื่นชอบวิธีการเรียนการสอนแบบVARK leaning styles เพราะเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญจริงๆ สอนโดยดูจากลักษณะของผู้เรียนแล้วปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับผู้เรียน สอนอย่างนี้ผู้เรียนน่าจะเกิดความพึงพอใจและตั้งใจในการเรียนมากกว่าการบรรยายเพียงอย่างเดีย

ศิริรัชส์ อินสุข
IP: xxx.53.146.4
เขียนเมื่อ 

การเรียนการสอน C21 มีวิธีการที่หลายหลาย เพียงเน้นทักษะการคิด ทักษะภาษา ทักษะการใช้เทคโนโลยั ทุกวิธีการสอนมีมาช้านานแต่พุทธกาล เช่น กระบวนการทางสิทยาศาสตร์ อริยสัจ 4 SBL Learning การเรียนปนเล่น เกมส์ แต่ที่าำคัญแต่ละวิธีจะประเมินผลอย่างไรให้าอดคล้องกับ LO ตามกรอบTQF

ศิริรัชส์ อินสุข
IP: xxx.53.146.4
เขียนเมื่อ 

หัวใจสำคัญ...ครูพร้อมหรือยังในทุกวิธี..เราต้องถามตัวเอง เข้าใจ ท่องแท้ ทุกวิธีการจัดการเรียนการสอน การวัดการประเมินผล จะนำพาผู้เรียนสู่C21อย่างแท้จริง...ส่งผลต่อคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ ตามหลักสูตรกำหนด สร้างผู้เรียนมีจิตบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ พร้อมที่จะออกไปรับใช้ประชาชนในระบบสุขภาพ...สร้างคนจากชุมชนเพื่อตอบสนองระบบสุขภาพ..อันแท้จริง

เอ๋
IP: xxx.55.161.127
เขียนเมื่อ 

ทุกวิธีการสอนล้วนมีประโยชน์ต่อผู้เรียนทั้งสิ้น ที่สำคัญที่สุด คือ การทดลองนำไปใช้สอนจริง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ว่าวิธีไหนจะเหมาะสมกับเนื้อหาที่สอน และเหมาะสมกับผู้เรียน

วิลาวัณย์
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 

เป็นวิธีการสอนที่ดีมากค่ะ หลากหลาย สามารถเลือกนำมาใช้ในการสอนได้ค่ะ

ชนานันท์
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 

การเรียนการสอนในศตวรรษที่ ๒๑ เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างมากค่ะ สนับสนุนการใช้การเรียนการสอนที่หลากหลายค่ะ..

รุ่งทิวา
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 

การเรียนทั้งหมดช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดี และทำให้เกิดคุณลักษณะบัณฑิตในศตวรรษที่21

อัญชลี
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 

เป็นแรงจูงใจในการทำวิจัยในชั้นเรียนต่อไป

nida
IP: xxx.55.32.172
เขียนเมื่อ 

การเรียนแบบ pbl ในการเรียนช่วงแรกต้องอธิบายวิธีการเรีบนการสอนแบบpblให้นศ.ได้เข้าใจถึงรูปแบบการเรียนการสอน เมื่อผุ้เรียนมีความเข้าใจแล้วการเรียนการสอนจะทำให้นศ.ได้ค้นคว้า หาคำตอบได้ตามที่ตั้งสมมุติฐานไว้ สนุกกับการเรียน การหาคำตอบ ช่วยกันแสดงความคิดเห็น ทำให้บรรยากาศการเรียนสนุกสนาน ช่วยกันคิดวิเคราะห์

ยุคนธร
IP: xxx.158.26.108
เขียนเมื่อ 

การใช้วิธีการสอนแบบการสะท้อนคิด(Reflective Thinking) เป็นวิธีการสอนที่น่าสนใจนำไปใช้สำหรับผู้เรียนกลุ่มย่อย

สมาภรณ์
IP: xxx.47.11.157
เขียนเมื่อ 

หัวใจการนำพานักศึกษาเรียนรู้ตามสภาพจริง คือความพร้อมของครู เปิดใจกว้างตั้งคำถาม เชื่อมโยงความรู้


นำพาสู่การเรียนรู้พัฒนาศักยภาพของนักศึกษาตามสภาพจริง

สมาภรณ

เขียนเมื่อ 

หัวใจการนำพานักศึกษาเรียนรู้ตามสภาพจริง คือความพร้อมของครู เปิดใจกว้างตั้งคำถาม เชื่อมโยงความรู้


นำพาสู่การเรียนรู้พัฒนาศักยภาพของนักศึกษาตามสภาพจริง

สมาภรณ์

สุทธามาศ อนุธาตุ
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 

การเรียนในศตวรรษที่ ๒๑ ครูควรส่งเสริมให้ผู้เรียนกล้าคิดกล้าแสดงความคิดเห็นและลงมือในการปฏิบัติ และสิ่งสำคัญคือครูต้องให้แรงเสริมทางบวกกับผู้เรียนเพื่อเป็นการสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการเรียนรู้ค่ะ

อายุพร
IP: xxx.19.22.219
เขียนเมื่อ 

ให้กำลังใจคุณครูทุกท่านที่ได้จัดการเรียนรู้เพื่อให้น.ศ.ของเราเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพใน ศตวรรษที่ ๒๑

จันทร์จิรา ขันทะยศ
IP: xxx.158.165.144
เขียนเมื่อ 

การจัดการเรียนการสอน ด้วย E-Learning เป็นเสมือนการสร้างบ้าน เมื่อสร้างเสร็จแล้ว เราสามารถนำมาใช้ได้ทุกเวลา เพี่ยงแต่ อาจจะต้องปรับปรุงตกแต่ง บ้านหลังนี้ บ่อยๆ

จันทร์จิรา
IP: xxx.158.165.144
เขียนเมื่อ 

สอบ OSCE แล้วสนุกดีคะ แม้ว่าจะเหนื่อยหน่วยตอน เตรียมฐาน

วรรณภรณ์
IP: xxx.158.165.144
เขียนเมื่อ 

หลังฝึกภาคปฏิบัติทุกภาควิชาควรสอบนักศึกษา ด้วย OSCE เพราะวัดได้จริง

วราภรณ์
IP: xxx.158.166.161
เขียนเมื่อ 

เชื่อว่า OSCE เป็นวิธีหนึ่งที่น่าจะเป็นทางเดินสู่ความสำเร็จได้ ปีการศึกษา 2559 เราจึงจัดการสอบOSCE ที่เข้มข้นและให้ความสำคัญมากขึ้นในวิชาหลักการและเทคนิคการพยาบาล

จินดาวรรณ เงารัศมี
IP: xxx.158.166.140
เขียนเมื่อ 
    • หลายวิชาทางการพยาบาลได้นำ simmulation มาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาได้ฝีกคิดวิเคราะห์ ฝึกการปฏิบัติ ตัดสินใจ และสื่อสารในทีมสุขภาพ ทำให้การเรียนตื่นเต้น และน่าสนใจ
กรวิกา
IP: xxx.158.165.144
เขียนเมื่อ 

ในการฝึกปฏิบัติได้ใช้ (Reflective Thinking), การวัดผลแบบObjective Structured Clinical Examination, และ Simulation ในการสอนในพรีคลีนิค (Pre-clinic teaching) ทั้งก่อนขึ้นฝึกใน Adult และ Aging บ่อยมากทำให้เห็นพัฒนาการในนักศึกษาที่ชัดเจนในแต่ละชั้นปั

อยาก ใช้ E - Learning ในการเตรียมสอนโดย Pre test, case analysis, และ Post test จะดีมากเลยคะเพราะ 15 ปี ที่แล้วได้ใช้จริงๆ ในสหรัฐอเมริกา ต้องส่งการบ้านอาจารย์ทางคลีนิคทุกวัน บางวิชาทุกสัปดาห์ทำให้มีการเตรียมตัวก่อนเรียนและ ทำ Pre test จริง จะเห็นว่าอ่อนตรงไหนและต้องเพิ่มตรงไหน อาจารย์ก้อเข้าไปตรวจทุกวัน

เช่น Anatomy and Physiology อาจารย์จะ Release ก่อนทุก 2 สัปดาห์ มี Power point ที่อาจารย์สอนจริงและบรรยายจริง และสามารถ Access ได้ง่ายทำให้มีเตรียมตัวและสามารถทบทวนได้ตลอดเวลาก่อนสอบโดยใช้ VPN ซึ่งเราอยู่มุมไหนในโลกก้อเข้าได้ ทำให้สนุกในการเรียนดีมาก ซึ่งถ้า วพบ. มีระบบที่ทันสมัย และ Internet เร็ว แรงดีๆ จะดีมากคะ

การเรียนแบบสภาพจริงจะทำให้ผู้เรียนได้เห็นตัวอย่างจริง และแบบใช้ปัญหาเป็นฐานจะทำให้ผู้เรียนสามารถฝึกแก้ปัญหาจากโจทย์ ซึ่งการเรียนทั้งสองวิธีทำให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ในภาคปฎิบัติได้ดีขึ้น