จาริกบุญหลังคาโลกใน 3 ท้องถิ่นวัฒนธรรมอันเก่าแก่ - แคว้นคาม(Kham) อัมโด(Amdo) และจารง (Gyalrong) 13 วัน

ระหว่างวันที่ 14 - 26 กรกฎาคม 2558 :

บทนำ (The Overture)

การจาริกบุญในทิเบตครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 ของเราซึ่งเป็นการเดินทางไปกับมูลนิธิพันดาราทั้ง 4 ครั้ง ในสถานที่ต่าง ๆ กัน โดยรองศาสตราจารย์ ดร. กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ประธานมูลนิธิพันดาราและ อาจารย์ มิว เยินเต็น (Meu Yontan) ผู้ช่วยชาวทิเบตของท่านเป็นผู้นำทางจาริกบุญ (จากนี้ไปจะเรียกท่านว่าครู) โดยมีลูกศิษย์ผู้ร่วมเดินทาง 20 คน มีคนขับรถบัสที่ชำนาญทางอีก 1 คน และหลานชาวทิเบตของครูอีก 2 คนไปช่วยอำนวยความสะดวก คณะเราไม่จำเป็นต้องมีไกด์ เพราะครูและพระที่เป็นมัคคุเทศก์ อธิบายเรื่องพระพุทธศาสนา พิธีกรรม พุทธศิลป์ ประวัติของวัด และรายละเอียดต่าง ๆ ในเชิงลึก เราจึงได้รับความรู้จากครูทั้งสองท่าน และพระที่เป็นมัคคุเทศก์ของวัดต่าง ๆ ได้โดยตรง

วัตถุประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้เพื่อตามรอยจาริกและบำเพ็ญบุญตามวัดและสถานปฏิบัติธรรม ในสายของพระคุรุอาจารย์กุนเทรอ ทรักปา ริมโปเช (Kundrol Dragpa Rrinpoche) ซึ่งสืบสานต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จุดหมายปลายทางการจาริกบุญที่ท้าทายจิตศรัทธาและความสามารถทางกายของเราอย่างที่สุดคือการขึ้นไปสักการะพระสถูปที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และสิ่งศักสิทธิ์ รวมทั้งการสวดมนต์ภาวนาและ นั่งสมาธิเบื้องหน้าพระสถูปซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติบนยอดเขามุโด(Mt. Mudo) ซึ่งมีความสูง 4820 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ครั้งนี้นับว่าเป็นการเดินทางที่ยากที่สุดกว่าครั้งใด ๆ ในชีวิตของเราทีเดียว ยากลำบากกว่าการขึ้นเขาไกลาส (Mt. Kailash) ซึ่งสูง 6600 เมตร เมื่อปีที่แล้วเสียอีก

จากคำแนะนำของครูในการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง และยาสมุนไพรปรับระดับความสูงของแพทย์แผนทิเบต ทำให้พวกเราผู้เดินทางทุกคนผ่านอุปสรรคมาได้อย่างดี
ตลอดเส้นทางการจาริกบุญ ครูได้นำเราไปชม กราบสักการะ สวดมนต์ภาวนาตามวัด และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มากมายบนเส้นทางที่ผ่าน ครูได้อธิบาย ให้ความรู้เรื่องเรื่องพุทธวัขรยาน จนทำให้เรามีพื้นฐาน และความเข้าใจพอที่จะซักถามในประเด็นที่ตนสนใจได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เรารู้สึกอิ่มบุญ และอิ่มใจจนอยากจะบันทึกในรายละเอียดไว้กันลืม และนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ได้ทราบ

เมื่อการจาริกบุญใกล้สิ้นสุดลง เรารู้สึกตื้นตันใจในการประกอบกิจกรรมการกุศลในวันที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก น้ำตาเริ่มไหลรินเป็นระยะ ๆ บุญใดหนอ ที่ทำให้เรามีศรัทธาและโอกาสมาสวดมนต์ ภาวนา นั่งสมาธิ และทำความเพียรเพื่อถวายเป็นเครื่องสักการะบูชาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ ได้

มันเป็นการยากที่จะบรรยายและแสดงรูปภาพทั้งหมดในคราวเดียวได้ เราจึงแบ่งเป็นเรื่อง ๆ เป็นตอน ๆ เพื่อเก็บความทรงจำ และความประทับใจนี้ไว้ให้มากที่สุด เพราะนี่คือการเดินทางครั้งสำคัญที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของเรา

ขอขอบพระคุณอาจารย์ ดร. กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล ประธานมูลนิธิพันดาราและ อาจารย์ มิว เยินเต็น (Meu Yontan) ที่ให้ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน ท่านทั้งสองจุดประกายให้เราเกิดความสนใจ และใคร่ครวญเรื่องของโพธิจิตมากขึ้น ตลอดเส้นทางการจาริกบุญท่านดูแลพวกเราทุกคนเป็นอย่างดี ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความราบรื่น มีความสุข

ขอบคุณกัลยาณมิตรทุกคนที่เป็นเพื่อนร่วมทางที่ดี น่ารัก สนุกสนาน เสียสละ ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทำให้การจาริกบุญครั้งนี้สำเร็จได้อย่างงดงามและประทับใจยิ่ง

เรื่องที่จะเขียนและนำภาพมาให้ชมมีดังนี้

จาริกบุญหลังคาโลกใน 3 แคว้นวัฒนธรรมอันเก่าแก่ : บทนำ

วันที่ 1 (14 กค. 2558)
ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดย TG 618 เวลา 10.15 ถึงเฉิงตู เวลา14.30 น. เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง เราพักในโรงแรมที่เฉิงตู 1 คืน เดินชมตลาด ซื้อไม้เท้าสำหรับขึ้นเขา และของใช้ในการทำบุญที่วัดตกเต็น

วันที่ 2 (15 กค. 2558)
จาริกบุญหลังคาโลก : วัดยุงตุง ลาเซโกน (Yungdrung Lhatse Gon) , Julong (Dujiangyuan)
เราเดินทางไปวัดยุงตรุง ลาเซ โกน ที่เมืองจิ่วหลง (ตูเจียงหย่วน) เพื่อไปกราบพระธาตุของพระอาจารย์ลาเซ ริมโปเช ขณะนี้ที่พุทธสถานมีการสร้างวิหาร คณะของเราจะร่วมบุญสร้างวิหารถวายท่านคันโดรมาด้วย จากนั้นจึงนั่งรถต่อไปเมืองฮงหยวน แคว้นอัมโด พักค้างคืนนอนเต้นท์ในทุ่งหญ้าใหญ่ของทิเบตภาคตะวันออก

วันที่ 3 (16 กค. 2558)
จาริกบุญหลังคาโลก : วัดมักซา (Magsa Monastery) Ngawa, Amdo
เยี่ยมชมวัดมักซาซึ่งเป็นวัดโยคีตันตระในนิกายพุทธเพิน ทางวัดได้สวดมนต์ขจัดอุปสรรคให้พวกเรา รับประทานอาหารกลางวันที่ฮงหยวนแล้วออกเดินทางต่อถึงเมืองงาวา (อาบา) ไปหมู่บ้านตักเซ (ห่างจากตัวเมือง 2-3 กม.) เยี่ยมชมหมู่บ้านดินซึ่งเป็นบ้านเกิดของอาจารย์ มิว เยินเต็น (Meu Yontan) แล้วกลับโรงแรมในเมือง Ngawa

วันที่ 4 (17 กค. 2558)
จาริกบุญหลังคาโลก : วัดกีรติ (Kirti Monastery), Ngawa, แคว้น Amdo
: วัดทองคำ หรือวัดเซโกน (Golden Monastery) Ngawa, แคว้น Amdo
สักการะวัดกีรติและวัดเซโกน (วัดทองคำ) ซึ่งเป็นวัดใหญ่ของนิกายเกลุกปะและโจนังปะ (ยังไม่เป็นนิกายอย่างเป็นทางการ) เราช่วยกันจัดเตรียมอาหาร ขนมผลไม้ ชา เนย นม ดวงประทีปและเครื่องสักการะพระอาจารย์และพระภิกษุวัดตกเต็นซึ่งจะมีงานทำบุญใหญ๋ในวันรุ่งขึ้น

วันที่ 5 (18 กค. 2558)
จาริกบุญหลังคาโลก : วัดตกเต็น (Tokden Monastery), แคว้น Amdo
จัดงานถวายภัตตาหารและน้ำชาแด่พระภิกษุ 70-80 รูปที่วัดตกเต็น โดยท่านจะสวดมนต์ขจัดอุปสรรคให้มูลนิธิและพวกเราทุกคน เราจะไปถึงวัดแต่เช้าประมาณ 7 โมง เพื่อไปจุดดวงประทีปก่อนพระมาทำพิธี สักการะพระสถูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด รับประทานอาหารกลางวันที่วัด ช่วงบ่ายถวายซังและร่วมพิธีการถวายอาภรณ์แด่พระธรรมบาล อุทิศให้ผู้ล่วงลับ ช่วงเย็น เดินชมบ้านเรือนและร้านค้าในเมือง

วันที่ 6 (19 กค. 2558)
จาริกบุญหลังคาโลก : เยี่ยมและทำบุญกับพระจำศีลเข้ม 3 ปี 3 เดือนที่วัดตกเต็น (Tokden Monastery)
เยี่ยมพระจำศีล 3 ปี 3 เดือน ร่วมพิธีมนตราภิเษกพระแม่ชัมมาในวิหารพระจำศีล ฟังธรรมและรับพรเพื่อให้เรารู้จักจิตที่แท้ของตนเอง (เซ็มทรี) ซึ่งพระอาจารย์ซูเช็น ริมโปเช พระอาจารย์ใหญ่วัดตกเต็นจะมอบให้เป็นพิเศษ

: วัดนังฉิก (Nangshik Monastery) Ngawa, Amdo

วันที่ 7 (20 กค. 2558)
จาริกบุญหลังคาโลก : วัดทุกจี เซ็มโป หรือวัดพระแม่กวนอิม (Thugji Chempo or Kuan Yin Temple) ๋Jinchuan, Ngawa, Sichuan
ออกเดินทางสู่เมืองจินฉวน ชมสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของแคว้นจารง แล้วไปสักการะสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งพระทุกจี เช็มโป (พระอวโลกิเตศวร) ซึ่งเป็นสถานจาริกบุญสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชาวอัมโดและชาวจารง ถึงวัดยุงตรุง ลาตัง (Yungdrung Lhateng) ในช่วงบ่าย พักและเตรียมตัวขึ้นเขา สนทนาธรรมกับพระอาจารย์เปมา คืนนี้เราพักที่วัด

: วัดยุงตรุง ลาตัง (Yungdrung Lhateng)
พักและเตรียมตัวขึ้นเขา สนทนาธรรมกับพระอาจารย์เปมา คืนนี้เราพักที่วัดนี้

วันที่ 8-9 (21-22 กค. 2558) : จาริกบุญหลังคาโลก : เขามุโด (Mount Mudo Spitual Trekking), Gyalrong
สมทบกับคณะที่ไม่ได้ขึ้นเขาที่เมืองตันปา ผู้ไม่ได้ขึ้นเขา ผู้ช่วยชาวทิเบตจะพาไปพักและชมเมืองเก่าในแคว้นจารงเป็นเวลา 2 วัน

วันที่ 10 (23 กค. 2558) : จาริกบุญหลังคาโลก : วัดตัมปา รังเทรอ (Dampa Rangdrol Monastery)
จากตันปา เราเดินทางเข้าแคว้นคามมาพักที่เมืองปาเม ซึ่งห่างจากตันปา 70 กม. หลังเก็บสัมภาระ เราจะไปวัดตัมปา รังเทรอ ไปดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลจากเขาและสักการะถ้ำที่เชื่อว่าเกี่ยวโยงกับพระธรรมบาลปัลเดน ลาโมและพระซีปา เกียลโม รับพรจากพระอาจารย์ริกงัก เกียมโซ ริมโปเช ปีนี้ถือเป็นปีประจำวัด (ในรอบ 12 ปี) ของวัดตัมปา รังเทรอ การไปสักการะที่วัดนอกจากจะเป็นกำลังใจให้พระอาจารย์ผู้สร้างวัด ยังจะเป็นพรแก่พวกเราทุกคน

วันที่ 11 (24 กค. 2558) : จาริกบุญหลังคาโลก : วัดลาคัง (Lhakhang Monastery)
ออกเดินทางไปวัดลาคังที่เมืองมิญัก เพื่อสักการะรูปโบราณของพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนีเรียกว่า พระโจโว ริมโปเชแห่งมิญัก
: จาริกบุญ จาริกธรรม หลังคาโลก : วัดลาโมซื่อและวิหารพระแม่ตารา (Lhamo Si and Tara Temple)

วันที่ 12 (25 กค. 2558) : เดินทางกลับเฉิงตู ถึงเฉิงตูในช่วงเย็น หลังรับประทานอาหารเย็น เราเดินเล่นที่ตลาดนัดจิงลี่ซึ่งมีของพื้นเมืองของจีน

วันที่ 13 (2ุ6 กค. 2558) : ช่วงเช้าเราเดินซื้อของที่ระลึก พระพุทธรูปและเครื่องบูชาที่ตลาดทิเบตใกล้โรงแรม ขึ้นเครื่อง TG กลับกรุงเทพ เวลา 15.00 น. ถึงกรุงเทพเวลา 18.00 น.

บุญรักษาทุกท่านค่ะ