"เนตรกาย เนตรจิต"

เนตรกาย

๑) เนตรกาย

บนใบหน้า มนุษย์ มีจุดเด่น

ให้มองเห็น เป็นจริง ทุกสิ่งอย่าง

คือดวงตา พาให้คิด พิจเดินทาง

พาวาดหวัง สร้างฝัน อันวิไล

เรามีตา บนใบหน้า มาสองดวง

เหมือนดั่งบ่วง ห่วงห้อย ร้อยเป็นสาย

เอาวัตถุ โลกสสาร มาพันใจ

มาผูกไว้ กลายเป็นบาท อาตมา (ตัวเอง)

เรายังใช้ กายเนตร สร้างเฉดสี

เช่นนารี เอาสีสร้าง อย่างนางฟ้า

ให้ชายเห็น เด่นโดด กดสายตา

ดูโสภา น่ามอง น้องนางงาม

บ้างใช้เลนส์ ใช้แว่น ดูแสนเท่

เป็นเสน่ห์ เก๋ไก๋ ใครก็ถาม

ดวงตาชี้ ดวงใจ ให้รู้ตาม

ให้ดูงาม ดูสงบ พบที่ตา

คนเนตรงาม ธรรมชาติ บาดตานัก

มีเนตรหนัก ในหลักธรรม ไม่ช้ำหนา

อารมณ์ดี ชี้ดวงเนตร มีเมตตา

เนตรนภา มีอาภรณ์ ดูอ่อนโยน

หากเนตรกาย ใครแข็ง ดูแกร่งกร้าว

ดวงเนตรราว พยัคป่า ตาโลดโผน

จ้องจับจุด จะขูดเนื้อ เถือถลน

เหมือนพวกโจร คนคิดชั่ว ไม่กลัวกรรม

คนอิจฉา ตาเหลือก ไม่เลือกที่

ใช้ตาชี้ จี้ด่า ตาเหยียดหยาม

ทำตาค้อน ค่อนขอด ตอดติดตาม

ตาไร้ธรรม มาค้ำจุน จึงวุ่นวาย

ตาหล่อๆ ตาสวยๆ รวยด้วยจิต

ยิ่งเพิ่มมิตร ไมตรี ไม่มีร้าย

คนในเมือง เปลืองเฉดสี มีเล่ห์ไลน์

หลอกกันได้ เพราะสายเนตร มีเลศกล

เห็นใบหน้า ตาสวย ช่วยดึงดูด

อาจสะดุด ใจได้ ในบางหน

เห็นเนตรตา อย่าเพิ่งหลง เป็นวงวน

ให้สืบค้น พ้นเสน่ห์ จึงเทใจ

เนตรภายนอก บอกได้ ไม่สนิท

เนตรใจจิต บอกดีงาม ตามนิสัย

งามสงบ คบคนแน่ ดูแม่ยาย

งามเพศชาย ดูได้ที มีคุณธรรม


เนตรจิต

๑) เนตรจิต

มนุษย์ชน คนทั้งหลาย มีใจหนึ่ง

เป็นผู้ถึง ซึ่งจุดหมาย ในโลกสัตว์

เป็นผู้ถึง หนึ่งพันธุ์ การวิวัฒน์

กลายเป็นสัตว์ พัฒนา ปัญญาญาณ

จากฐานป่า มาสู่ชน คนวิวัฒน์

มาฝึกหัด พัฒนา จนกล้าหาญ

มาสร้างกลุ่ม ชุมชน จนชำนาญ

มาสร้างบ้าน ประสานกลุ่ม เป็นชุมเมือง

มาเรียนรู้ หาลู่ทาง สร้างฐานใหม่

มาสร้างใจ ให้สุขุม ให้ชุ่มเชื่อง

ให้เป็นคน ปนมนุษย์ สุดประเทือง

ให้รุ่งเรือง เมืองนภา น่าโสภิน

เห็นรูปร่าง หน้าตา ประชาราษฎร์

ทั้งฉลาด ปราดเปรื่อง เรื่องศาสตร์ศิลป์

ทั้งผิวพรรณ เชื้อชาติ ปราศราคิน

ในแดนดิน ถิ่นโลกา ประชาชน

ใส่เสื้อผ้า อาภรณ์ นอนห้องหรู

บ้านที่อยู่ ดูโอ่อ่า น่าสุขล้น

มีรถหรู ดูเท่ เก๋สากล

มีทรัพย์ล้น จนวัตถุ ดูมากมาย

มองรูปคน ไม่พ้นตัว หัวจรดเท้า

ไม่ยืดยาว ยืนยง คงมอดไหม้

แก่นเนื้อแท้ แน่นอน ก่อนจะตาย

คือเนตรใน ใจแท้ ที่แลลึก

หน้าตานอก บอกแฉ มีแปรผัน

เพราะชีวัน ผันแปร แลเสี่ยมสึก

ผู้กุมกำ กรรมทั้งหลาย ในส่วนลึก

ที่ผนึก เป็นปึกแผ่น ในแดนใจ

ผลทั้งผอง กองรู้ มาอยู่จิต

กลายเเป็นพิษ เป็นผล ปะปนไว้

เหมือนเครื่องจักร ผลักดัน เป็นฐานใจ

แผ่ขยาย กลายเป็นทิศ จริตคน

เกิดเวทนา อารมณ์ ผสมผสาน

เป็นสังขาร ปั้นแต่ง แปลงเป็นผล

เป็นหน้าตา อารมณ์ คอยบ่มตน

บ้างเป็นกล บ้างเป็นกรรม ธรรมดา

เป็นกุญแจ แม่แบบ คอยแนบสั่ง

เป็นผู้สร้าง เป็นผู้คุม กุมรักษา

จิตเป็นใหญ่ กายเป็นบ่าว เข้าตำรา

คอยนำพา มหกรรม ตามแรงเร้า

นี่คือตา ข้างใน ใจก็เรียก

ถ้าตาเปียก ตาแฉะ แลไม่ขาว

จะมองเห็น เป็นสี ธุลีเทา

เพราะรากเหง้า เหล่าธุลี เป็นขึ้ตา

หากจิตใจ ไร้ตา ปัญญาบอด

เนตรก็บอด ปลอดวิสัย ได้กังขา

จักษุเนตร เขตใน ไร้ปัญญา

ก็เหมือนตา ที่ไร้เลนส์ ไม่เห็นไร

เนตรข้างใน จึงไร้ธรรม กรรมจึงก่อ

จึงเกิดหน่อ เนื้องอก หลอกหลงใหล

ตาไม่สวย รวยธรรม นำข้างใน

จึงเป็นภัย ให้จิตคน เป็นโจรเลว

ถ้าตานอก ตาใน มีไม้ค้ำ

คือมีธรรม อำนวยพรม ไม่ล้มเหลว

จะช่วยชู ให้ดูดี มีมิตรเร็ว

แม้ตกเหว ในเปลวทุกข์ ก็สุขใจ

ถ้าเนตรจิต พิจารณา อารมณ์พิษ

แปลงเป็นมิตร ไมตรี ยินดีได้

จะเป็นเนตร เขตเมตตา คุณค่าใจ

หน้า"ตา"ใจ เข้าข่ายหล่อ ละออเอย

----------๑/๙/๕๘------------

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จับความคิด



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

Eyes are just light sensors, images are (possibly) built by (and for) brain based on "filters" we develope over years of experiences. Here is a simple simile -- หนังตะลุง ;-)

I wonder about this "...คบคนแน่ ดูแม่ยาย..." I think you mean 'mother and granny' not 'mother-in-law" ;-)

เขียนเมื่อ 

ชอบค่ะ ยิ่งปฏิบัติได้มีธรรมะทั้งตานอกและตาใน ส่งถึงบารมีในแต่ละภพชาติค่ะ