แม้ร้ายก็รักได้

ดินที่มีรังมด ร่วนซุย ดินที่เป็นรังปลวก อินทรีย์วัตถุ และความชื้นมีเยอะ สัตว์หน้าดิน สัตว์ใต้ดินนี่สำคัญต่อดินมากเลยนะ

เห็นกล้าของไม้หลายพันธุ์งอกได้ ก็เริ่มเอะใจที่ตะไคร้หอมตายเกลี้ยง ด้อมๆมองๆดูอีกทีเจอแล้ว มีรอดด้วยนี่ ตรงที่มีถั่วมะแฮะยืนต้นอยู่ สุดเขตกิ่งยอไง งอกกอหนึ่ง ตรงนั้นเวลามีฝน น้ำฝนรินไหลผ่านลงมาเจอพอดี้พอดี

งั้นเดินไปในดงแต้วป่าดูทีรึว่าเหมือนกันมั๊ย อืม ตรงนี้ก็มีกิ่งยอที่ชาวบ้านรานทิ้ง ต้นหักพาดลงมาค้างอยู่ใกล้ๆ ปลายยันดิน กองสุมคลุมพื้นที่จนดูเหมือนเป็นหลังคาคลุมต้นไม้ มองลอดเข้าไปมีตำแหน่งโปร่งที่แดดส่องถึงพื้น แถวๆนั้นมีตะไคร้หอมงอกเป็นระยะๆต้นผอมเชียว แต่ก่อนไม่เห็นนึกว่าไม่งอกซะแล้ว อะเมซซิ่ง

มองอีกทีเอ๊ะดินตรงนั้นมีแปลกๆ ดูเหมือนมีปุ่มปมนูนขึ้น เข้าไปดูใกล้ๆ นั่นมันร่องรอยปลวก เขาว่าดินรังปลวกนี่ต้นไม้ชอบ ปลวกชอบขนย้ายอินทรีย์วัตถุที่อยู่ใกล้ๆมาเป็นอาหารและถ่ายมูลทิ้งไว้ ทำให้ดินรังปลวกมีอินทรีย์วัตถุเยอะ มีความชื้นเยอะกว่าดินจุดอื่น

อืม ดินที่มีรังมด ร่วนซุย ดินที่เป็นรังปลวก อินทรีย์วัตถุ และความชื้นมีเยอะ สัตว์หน้าดิน สัตว์ใต้ดินนี่สำคัญต่อดินมากเลยนะ

หางไหล ตระไคร้หอม ข่า ขมิ้นชัน หัวแห้วหมู พริกขี้หนู น้ำมันงา ขมิ้น และใบสาบเสือ มีสารสำคัญที่สามารถควบคุมประชากรปลวกได้ ปลวกไม่ชอบที่มีแดดส่องถึง ชอบที่แฉะ ตรงนี้ตรงกันข้าม มิน่าตะไคร้หอมจึงรอดปากปลวกจนโตได้

ป่าแถบนี้มีผักหวาน ปลวกชอบผักหวาน มักสร้างรังใกล้ดงผักหวาน มีหญ้าคาแต่มีปลวก งั้นแถวนี้ก็มีเศษพืชที่ตายไปแล้วพันธุ์ที่ปลวกชอบอยู่เยอะซิ

ผักหวานหวานทั้งต้น ไม่ได้หวานแต่ยอดอ่อนที่เก็บมาเป็นอาหาร เข้าป่าไม่มีอาหารกินให้คอยหารังปลวกไว้นะ เจอรังปลวกจะเจอผักหวานใกล้ๆไม่อดแน่

ปลวกไม่ชอบหากินไกลรังมากๆ ตอไม้ กิ่งไม้ ใบหญ้าที่สามารถกักเก็บความชื้นได้ยั่วน้ำลายปลวก กิ่งไม้ที่ชาวบ้านฟันทิ้งไว้ก็จะมีปลวกมาย่อยขนไปเป็นอาหารในที่สุดซิน่า

ดินที่เป็นกรดปลวกก็ไม่ชอบ มดเป็นศัตรูปลวก เข้าใจแล้วว่าทำไมไม่เจอรังปลวก และมีรังมดแดงอยู่ตรึมในดงยอใกล้ๆกัน

มีคนเล่าให้ฟังว่า ปลวกทำสวนเห็ดเก่งมากๆ ในสวนที่ว่ามีเห็ดหลายชนิด ที่เอ่ยชื่อมีเห็ดโคน เห็ดก้านธูป เห็ดโคนข้าวตอก เวลาอากาศแห้งแล้ง ถ้าหวังจะได้ชมสวนเห็ดนี้ เตรียมผิดหวังได้เลย ต้องอากาศแบบมีฝนตกหนักๆเท่านั้นโน่นแหละจึงมีสวนเห็ดงามๆให้ชม สวนนี้ขยายอาณาจักรออกไปได้อีกถ้ามีปลวกแมงเม่าจับคู่กันหาที่สร้างรังใหม่ถัดออกไป

ไม่เคยเห็นกับตา ฟังมาอีกต่อว่าคนปลูกเห็ดปลวกได้แล้ว เขาให้นำเศษใบไม้เเห้งหรือเศษไม้กองไว้ใต้ร่มไม้ โรยขี้วัวเเห้งลงที่กองเศษใบไม้ ราดน้ำให้ชุ่ม ล่อปลวกมากินใบไม้กับขี้วัว ปล่อยเชื้อเห็ด อีก ๑๐-๑๕ วันต่อมาสวนเห็ดจะปรากฏ หาก สภาพอากาศและความชื้นไม่เป็นใจให้ สวนนีี้ไม่เกิด

ปกติถ้าแฝกตาย ซากต้นจะค้างอยู่ในดินระเกะระกะอยู่นานเป็นเดือน แถบนี้เคยปลูกแฝกก่อนปลูกตะไคร้หอม แฝกไม่รอด แม้ซากก็ไม่เหลือให้เห็น เหง้าในดินก็หายไปด้วย พอรู้ว่าปลวกชอบคาบอินทรีย์วัตถุกลับไปรัง ก็บอกตัวเองว่าเจอแล้ว เทศกิจที่มาเก็บกวาดซากหญ้าแฝกไปจนเกลี้ยงเกลา

มีหน้าฝนหนึ่ง แถวโคนหญ้าคาที่มักมีน้ำไหลผ่านโชก ปรากฏสวนเห็ดสีส้มขึ้น รู็สึกตื่นเต้นกับสิ่งใหม่นี้ สังเกตดูดินก็เห็นมีซากหญ้าคาที่โดนน้ำเน่าเปื่อยอยู่ตรึม ความชื้นก็เพียบ ไม่ทันได้เก็บภาพมาไว้ดูเห็ดชุดนี้ก็หายจ้อย ไม่รู้ว่าตัวอะไรมาเปิบซะเกลี้ยงหรือว่าจะเป็นกิ้งกือ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้โลกกว้าง



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

I heard (from a good freind) that termites don't eat wood. They just chew wood (lignin) into tiny pieces. Termite keep some friends (little black ants) who can collect (wild) yeasts which can ferment (or eat or process) wood powder into glucose and ethanol. Termites then eat (and drink) the glucose and the ethanol and be merry ;-). So things work as we see but the details of how they work are quite interesting.

BTW ทองอุไร has a kind of terpentine oil in the wood and roots. Termites don't like terpentine!

เขียนเมื่อ 

คน..ร้าย..กว่า..ปลวก.(.ไม่น่ารัก.)..ยุงร้ายกว่าเสือ..ยังพอทน...(ค่ะ..คุณหมอ เจ้ คนสวย แซ่เฮ.. )...คนไปที่ไหน..ต้นไม้หมดอิอิ...