รักของแม่... แม้ถูกโซ่ตรวน

แม้ชีวิตติดกรงขัง...หัวใจของความเป็นแม่ยิ่งใหญ่เสมอ

ชีวิตของคนเราเลือกเกิดไม่ได้ .. หลายชีวิตเดินทางผิด ทั้งตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ สำหรับฉัน" คุก " เป็นที่ที่ไม่อยากกล้ำกลายผ่าน ไม่ว่าอะไรก็ตาม .. แต่แล้ว! ฉันก็มีประสบการณ์ สุดสะเทือนใจ และไม่อาจลืมภาพนั้นได้ จากสถานที่แห่งนั้นเอง .. เมื่อวันนึง ที่ "เอริน " คุณแม่ หลังคลอด อุ้มลูกน้อย มารับบริการที่คลินิกนมแม่ เพราะปัญหาการดูดนมไม่ถูกวิธี ใช้เวลาแก้ไขกันหลายวัน จนวันนึง ฉันสังเกตว่าเธอเงียบลง ไม่สดใสเหมือนเคย เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพูดคุย หอมแก้ม ลูกน้อย และพินิจพิจารณาลูกอยู่นาน. รอยยิ้มบางๆ ส่งให้ลูก ขณะที่เจ้าตัวเล็กหลับตาพริ้ม ในอ้อมกอดนั้น เสียงที่เล็ลอดเข้ามากระทบโสต ไม่อาจนิ่งเฉยได้ .."แม่ไม่มีสมบัติอะไรที่จะให้ลูก หรือแม้แต่ตัวอย่างของความดี แม่อยากบอกว่ารักหนูมากนะ สมบัติที่แม่มีและยินดีให้ลูกชิ้นสุดท้ายคือ"นมแม่"นะ แม่จะช่วยสร้างชีวิตให้หนูอย่างสมบูรณ์ที่สุด .. ไม่โกรธแม่นะลูก หากวันนึงแม่จะไม่อยู่ หัวใจแม่อยู่กับหนู น้ำนมของแม่จะโอบกอดหนูไว้เสมอแทนรักของแม่นะ" ฉันรู้สึกแปลกใจปนความฉงน จึงละจากเอกสารตรงหน้าหันไปมองที่มาของเสียง ...

และแล้วฉันก็ได้คำตอบในวันหนึ่งจากแม่ของเธอ ว่าเธอต้องคดีและไม่สามารถจะทำอะไรได้อีก เพราะมันเป็นฎีกาสูงสุด โทษคือจำคุก ซึ่งรอคำตัดสินในอีก 1 เดือนข้างหน้า จะทำอย่างไร ? เมื่อเจ้าตัวเล็กยังติดหนึบกับอกแม่... ฉันนิ่งอึ้ง พูดไม่ออก เหลียวไปมองเอริน ... ครั้งแรกที่ฉันเห็นความอ่อนแอของเธอ น้ำตาแห่งความทุกข์ใจ ไหลริน เจ้าหนูน้อยดูดนมอย่างเอร็ดอร่อย ในอ้อมกอดที่ปวดร้าว ...

ฉันตัดสินใจที่จะช่วยเธอเต็มที่ มีเวลาอีก1 เดือน ที่จะสะสมน้ำนมแม่ สมัยนั้นอย่าถามถึงเครื่องปั้มนม ดีสุดก็เครื่องปั้มมือแบบคันโยก ฉันมาหาเธอทุกวันไม่เคยขาด อยากให้เธอสบายใจเรื่องอาหารลูกที่มันจะมีพอ

และแล้ววันที่เราหวาดกลัวก็มาถึง .. เธอขึ้นศาลเพียงลำพังพร้อมลูกน้อย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในเวลา 10โมงเช้า ฉันกดรับสาย.... เสียงสะอื้นฮั่ก ปานใจจะขาด ทำให้ฉันขนลุกทั้งตัว "ฝากลูกด้วยนะ.. เราต้องไปแล้ว ..บอกลูกด้วยว่าเราขอโทษ..ไม่ตั้งใจทิ้งลูก "เสียงสั่งลาขาดเป็นห้วงๆมันกระแทกใจยิ่งนัก "ไปเถอะอย่าร้องไห้ วางใจนะ 2 เดือนไม่นาน ลูกไม่มีวันลืมอ้อมกอดของเธอ"

ไม่กี่อึดใจหนูน้อยจ้ำม่ำ วัย3 เดือนก็ถูกส่งตัวมาที่ฉัน ... เหมือนรู้.. ว่าต้องจากแม่ เจ้าหนูไม่กิน ไม่นอน ร้องไห้สะอึก สะอื้นไม่ลืมหูลืมตา ผิดเด็กน้อยทั่วไปในวัยนี้.. นี่เองสายใยรักที่สื่อถึงกันได้ ด้วยจิตวิญญาณ ระหว่างแม่กับลูก

เหมือนไร้ญาติ น้องอิน ถูกส่งไปให้แม่ฉันดูแล 1วันกะอีกค่อนคืน ก่อนที่คุณตาคุณยายจะมารับทันทีที่ลงเครื่องกลับจากเวียดนาม.. น้องอินไม่ยอมกินนม ร้องไห้โหยหาอ้อมกอดแม่แท้ๆ ไม่มียิ้มหวานเปื้อนใบหน้า ... แม่ฉันผูกอู่แบบโบราณด้วยผ้าขาวม้าให้นอน หลับได้ไม่วายมีเสียงสะอื้นแทรกเป็นห้วงๆ ... เด็กเอ๋ย เด็กน้อย จำความอบอุ่นในอ้อมกอดของแม่ได้มากมายเพียงนั้นหรือ .. ใครกอดก็ไม่เหมือนแม่กอด .. น่าสงสารยิ่งนักในยามนี้ ไม่มีนมสักหยดถึงท้อง...

พัก เที่ยงวันถัดไป ฉันชวนเพื่อนสนิท เวรเช้าไปเยี่ยมเอริน เล่าเรื่องราวคร่าวๆให้เพื่อนฟังเพื่อให้ยอมไปด้วย .. ที่นี่ เรือนจำจังหวัด.. มันมีบรรยากาศอย่างนี้เอง เราต้องแลกบัตร ฝากของเยี่ยม รอเยี่ยมตามคิว และคุยผ่านโทรศัพท์ เพราะระยะของการคุยถูกปิดกั้น ให้มีความห่าง แต่สามารถเห็นกันได้ ..

ทันทีที่เธอปรากฏตัวในชุดสีฟ้าจางๆ เธอปล่อยโฮแบบไร้ยางอาย ละล่ำละลักถามด้วยความอยากรู้ และต้องการคำตอบชัดเจน "ลูกเราร้องไห้มั้ย... ลูกเป็นยังไงบ้าง กินนมมั้ย ร้องเยอะมั้ย ใครปลอบ.." คำถามพรั่งพรู กับหัวใจแทบแหลกสลาย ..น้ำตาฉันไหลไม่รู้ตัว ส่วนเพื่อนสนิทนั้น ยืนร้องไห้อยู่ไม่ไกล .. "น้องอินร้องไห้หาแม่ .. ร้องหนัก .. คงคิดถึงแม่มากๆ ไม่เคยจากแม่สักวัน ก็เป็นธรรมดา ..เราขอโทษนะที่ต้องบอกความจริง เพราะเรารู้ว่า หัวใจแม่อยู่กับลูกเสมอ อย่าร้องไห้นะ อยู่ที่นี่ไม่นาน เราจะมาเยี่ยมบ่อยๆ " มือเธอกำลูกกรงแน่นร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ ฉันวางมือทาบบนกระจกที่กั้นตรงหน้าให้อยู่ตำแหน่งเดียวกับมือของเธอ เพื่อให้กำลังใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ..,

วันนั้นฉันกลับบ้านเล่าให้แม่ฟัง แม่แนะนำให้ฉันทำอะไรบางอย่างเพื่อเธอ.. วันรุ่งขึ้น ฉันมีภาพถ่ายน้องอินยิ้มน่ารักขยายใหญ่พองาม ภาพที่ฉันถ่ายเองติดมือไปด้วย พร้อมกับยาเพิ่มน้ำนม เครื่องปั้มมือ และหนังสือธรรมะเล่มกระทัดรัด ไปฝากเธอ .. ฉันขอร้องให้เธอทำหน้าที่แม่ที่ดีต่อไป โดยการปั้มนมให้ลูกอย่างสม่ำเสมอ เป็นการฝากความรักผ่านสายน้ำนม ที่ลูกรับรู้ได้เต็มๆ .. "ปลดความทุกข์ลง ไม่มีอะไรดีขึ้น หากเราจะคร่ำครวญเช่นนี้ หยุดร้องไห้ อะไรที่ผ่านมาแล้ว ปล่อยวางลง ทำวันนี้ให้ดีที่สุดนะ เราจะมารับนมให้" เธอทำตามอย่างว่าง่าย .. ฉันไปติดต่อผู้คุม อธิบายเหตุผล และขออนุญาต มารับนมทุกวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ยินดีส่งเสริมเต็มที่ และฉันก็เต็มที่เช่นกัน ทุกวันเสาร์จะผลักประตูเล็กๆ เดินมาตามถนนที่เปล่าเปลี่ยว ถึงห้องสำหรับผู้มาติดต่อ พร้อมกล่องโฟม แล้วนำนมนี้ไปเก็บในตู้เย็นบ้านของเธอ ... หลายคนถามว่า ฉันไม่อายเหรอ กับการเข้าออกในสถานที่เช่นนี้ .. นั่นแสดงว่าสังคมมีส่วนตราหน้าว่าคบคนไม่ดีหรือเปล่า? ... อดคิดย้อนกลับไปไม่ได้ .. แม่บอกว่า "ต้องให้โอกาสคนอื่น ให้โอกาสที่เค้าจะเป็นคนดี .. แม้ว่าเค้าจะทำไม่ดีอะไรก็ตามเค้าก็รับกรรมของเค้า คนเราเลือกเกิดไม่ได้. แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้ ถ้าเราให้โอกาสเค้า อย่าสนใจกับคำพูดใคร เพราะคนที่รู้จักเราดีคือตัวเรา " ดังนั้นคำตอบคือ ไมรู้สึกอาย ฉันได้มิตรใหม่ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากการส่งเสริมนมแม่ ณ สถานที่แห่งนี้ ฉันกำลังทำหน้าที่ ส่งโอกาสให้เด็กเล็กๆ คนนึง ได้มีสุขภาพดีที่สุดในช่วงที่ขาดแม่ ด้วยน้ำนมแม่ของเค้าเอง... น่าภูมิใจแค่ไหน ...นี่แหล่ะในความเป็นพยาบาลวิชาชีพ ที่ฉันรับมาจากแม่ ที่เป็นตัวอย่างที่ดีเสมอ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สิ่งดีๆจากนมแม่



ความเห็น (1)

เรื่องจริงของหญิงคนนึง ที่มีหัวใจแห่งความเป็นแม่เต็มเปี่ย