การวิเคราะห์: ความโปร่งใสเป็นที่จำเป็นต่อการค้นหาการระเบิดในกรุงเทพฯ ตอนที่ 2

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สารนี้ช่วยในการสร้างตลาดการท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก แต่สารนี้ก็ได้สร้างผลต่อแนวคิดความเป็นพลเมืองไทยอย่างลึกซึ้ง สารนี้มีความหมายถึงการกระทำของปัจเจกบุคคล ของปัจเจกบุคคลเดี่ยวๆ มีผลต่อความรับผิดชอบในการทำลายภาพพจน์ของประเทศทั้งหมด การโฆษณานี้ก็เป็นอย่างเดียวกับการโฆษณาในสหรัฐ โครงการหลายโครงการ เช่น Peace Corps หรือ People-to People กระตุ้นให้คนอเมริกันมองตนเองว่าเป็นทูต ของประเทศ และมองว่าคนอเมริกันนั้นว่องไว, มีเมตตา, และใจกว้าง อย่างไรก็ตาม สำหรับคนไทยแล้ว ความรับผิดชอบของคนแต่ละคนคือการมองว่าประเทศไทยรักสงบ, มั่นคง, และมีความสุข ด้วยการเข้ามาถึงผลประโยชน์จากโลกอิสระ, ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ, และการมาถึงของสังคมที่ดีขึ้นในทุกลักษณะ ด้วยการมองด้วยอุดมการณ์แบบนี้ ที่ทำให้คนไทย ที่มองตนเองว่ารักสงบ ก็ยังคงมีความรู้สึกแบบนี้อยู่ในโลกสมัยใหม่

ระหว่างสงครามเย็น การจัดความสัมพันธ์ในเชิงสาธารณะที่เอาแต่รักษาหน้าของตนเองในประเทศไทยยังคงมีความชัดเจนและเชื่อมโยงซึ่งกันและกันระหว่างภายในกับภายนอก สำหรับสหรัฐอเมริกาแล้ว ความรุนแรงที่อยู่ภายในเป็นเรื่องพอให้อภัยกันได้ ตราบเท่าที่เหตุการณ์นั้นไม่มีผลกับสถานะอันมั่นคงในประเทศไทย แต่เมื่อสงครามเย็นจบลง และประเทศไทยพัฒนาจนเป็นชาติที่มีเศรษฐกิจแบบทุนนิยมสมัยใหม่ การจัดการโดยทหารก็ไม่มีเหตุผลอีกต่อไป จริงๆแล้วสหรัฐอเมริกาก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่แล้ว พร้อมกันนั้นก็มีความไม่ลงรอยกันทางทหารกับตะวันออกกลาง และได้หลงเหลือองค์กรด้านสื่อระดับโลก และพวกองค์กรเอกชนที่ไม่ใช่เป็นรัฐบาลในระดับนาๆชาติ (NGO) คอยควบคุมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศไทยอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการพัฒนาสถาบันประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเสรีนิยมใหม่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2006 (พ.ศ. 2549) ความขัดแย้งทางการเมืองที่อยู่ภายในประเทศได้มาควบคุมเมืองไทยอีกครั้ง และความรุนแรงนี้ก็ได้กลายมาเป็นลักษณะทั่วไปของชีวิตชาวไทย ในปี 2007 (พ.ศ. 2550), 2008 (พ.ศ. 2551), 2010 (พ.ศ. 2553), และ 2014 (พ.ศ. 2557) การประท้วงบนถนนในกรุงเทพฯนำไปสู่การปะทะกันอย่างโหดเหี้ยมระหว่างเสื้อแดงกับเสื้อเหลือง ที่ต้องปะทะกันมิใช่เรื่องใด แต่เป็นเรื่องวิสัยทัศน์ทางการเมืองสำหรับประเทศนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2010 ฉากอันน่ากลัวได้เปิดเผยตัวให้เห็นในกรุงเทพฯ ที่เดียวกับการระเบิดในวันจันทร์ เมื่อคนเกือบ 100 คนต้องสูญเสียชีวิต หลังจากที่รัฐบาลได้สร้างพื้นที่การใช้ปืน เพื่อที่จะทำให้กวาดล้างพวกเสื้อแดงบนถนนนั้น

สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาก็คือการร่วมมือจากทุกฝ่ายในการคงภาพที่สวยงามไว้ในสายตาของชาวโลก และปกป้องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ระหว่างปีที่มีการประท้วง คนไทยมีการติดต่อกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประท้วงในปี 2008 (พ.ศ.2551) ซึ่งเป็นการประท้วงการหยุดการทำงานของสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวไม่เคยเป็นจุดสนใจในทางการเมือง การทำร้ายนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คิดถึงไม่ได้จริงๆ การทำร้ายนักท่องเที่ยวไม่เพียงแต่จะปฏิเสธอัตลักษณ์ของชาติไทยเท่านั้น แต่ยังทุบทำลายจุดประสงค์ทางการเมืองอีกด้วย จริงๆแล้ว ความรุนแรงจะอยู่ในเขต ที่คนไทยเท่านั้นถูกกระทำ

ยิ่งไปกว่านั้นอีก เมื่อความรุนแรงดังกล่าวเกิดขึ้น การตอบสนองก็มีเพียงแค่ทำความสะอาดพื้นที่นั้น เพื่อนำไปสู่ความเป็นปกติต่อไป ยกตัวอย่างเช่นในปี 2010 (พ.ศ. 2553) หลังจากที่เขตการใช้อาวุธถูกใช้ และผู้ประท้วงเสื้อแดงได้กระจายหนีไปในเมือง ผู้คนที่อยู่แถวนั้นก็เริ่มที่จะอยู่เต็มถนนอีกครั้ง และเริ่มที่จะทำความสะอาดรอยเลือดที่อยู่ตรงนั้นด้วย สำหรับคนที่สูญเสียคนรัก สิ่งที่พวกเขาทำทั้งหมดก็คือกลับบ้านและรอคอย เมื่อพูดถึงความยุติธรรม ซึ่งแน่นอนจะมา และสังคมก็ได้แต่โศกเศร้า

แปลและเรียบเรียงจาก

Matthew Phillip. Analysis: Transparency is essential in Bangkok bombings probe

http://asiancorrespondent.com/134992/analysis-transparency-essential-in-bangkok-bombings-probe/

  …………………….

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (0)