เหตุผลว่าทำไม? จึงต้องเปลี่ยนจักรยานหรือมีหลายคัน
เหตุผลว่าทำไม? ผมถึงเปลี่ยนจักรยาน
จักรยานเสือภูเขา(Mountain Bike)
เพราะว่าการใช้งานจักรยานของผม เน้นการออกกำลังกาย คิดว่าจักรยานเสือภูเขาเป็นอะไรที่แข็งแรง ลุยได้ทุกถนน
ฝาท่อขรุขระ มีโช้คอัพหน้า-หลัง ใช้กระทะล้อประมาณ 26-28 นิ้ว หน้ายางใหญ่(1.5-2.0 นิ้ว)ดอกยางลึกเกาะถนนได้ดี จึงปลอดภัยเวลาเบรคฉุกเฉินหยุดได้ดั่งใจ เพราะการเกาะถนนที่ดี ซึ่งการเบรคได้ดี ระยะทางที่ใช้หยุดสั้น เป็นเพราะจักรยานเสือภูเขามียางหน้ากว้าง พื้นที่ของยางสัมผัสถนนมาก แต่การที่มีเนื้อที่สัมผัสถนนมากนี่เอง ทำให้มีข้อเสียคือ ความฝึดหน้ายางมากทำให้แรงต้าน การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าก็มากตาม สังเกตุได้จากเวลาลมยางจักรยานเราอ่อนการใช้แรงปั่นก็จะต้องออกแรงมาก เวลาเราสูบลมยางแข็งเราก็ออกแรงปั่นน้อย เพราะเวลาลมยางอ่อนยางก็จะมีลักษณะแบนๆหน้ายางสัมผัสถนนมาก แรงต้านการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือDrag นี่เองเป็นตัวแปรสำคัญ ในการตัดสินใจเลือกใช้ดอกยางให้เหมาะสมกับการขับขี่ ดังนั้นรถจักรยานแต่ละประเภทจึงออกแบบแบ่งตามการใช้งานครับ ...
จักรยานเสือภูเขา Mountain Bike
จักรยานเสือภูเขา สังเกตุที่ยางล้อมีดอกยางใหญ่ โช้คอัพหน้า-หลัง ส่วนใหญ่หน้าเป็นแบบกระบอกลมและหลังแบบสปริงปรับเกลียวตามน้ำหนักผู้ขับขี่ได้ สังเกตุเฟืองเกียรที่ล้อหลังจะใหญ่ สำหรับขึ้นเนินขึ้นเขาหรือคอสะพานได้ดี เกาะถนนดี หรือจะมีดิสเบรคด้วยก็สมามารถหยุดรถได้ดังใจ ไม่เน้นความเร็ว แต่ก็เร็วพอที่จะออกกำลังกายได้ เหมาะสำหรับผู้เริ่มหัดปั่นออกกำลังกายหรือใช้งานน้อยหรือสถาพทางขรุขระเป็นหลุมบ่อ ลุยทุกสภาพถนนได้ แต่ก็อย่างที่บอกครับความเกาะตัวของหน้ายางทำให้ต้องออกแรงกันมากหน่อย
ลองขับจักรยานแบบไฮบริด(Hybrid)
จักรยานแบบไฮบริด จะมีโช้คหน้าเหมือนเสือภูเขา แต่ล้อจะเปลี่ยนมาเป็นล้อหน้าแคบ ยางหน้าแคบ วงล้อจาก 26-28นิ้ว
ก็เปลี่ยนมาเป็น 29 นิ้วสูงกว่าเสือภูเขา(บางรุ่นเสือภูเขาก็ใส่วงล้อใหญ่เท่ากัน) ทำให้ลดแรงต้าน ปั่นได้ลื่นไหลขึ้น ความดันลมในยางสูงขึ้น ปั่นออกกำลังกายไกลๆได้ลื่นไหลขึ้น แต่ข้อดีคือไม่ต้องก้มมากเวลาขับชี่ ทำให้ไม่เมื่อยหลัง ไฮบริดหรือลูกผสมจึงเหมาะกับการเดินทางไกล จึงเรียกตามการใช้งานได้อีกอย่างคือ รถจักรยานทัวริ่ง หรือ จักรยานไว้ใช้เดินทางนั่นเอง ตัวถังออกแบบมาให้มีรูจับยึดอุปกรณ์ตะแกรงใส่กระเป๋ามาครบครัน ตามวัตถุประสงค์ครับ
ในรูปด้านซ้ายจักรยานไฮบริด ทางขวา จักรยานเสือภูเขา
เหมือนเอาตัวถังเสือภูเขามาใส่กระทะล้อใหญ่ขึ้น เป็น 29 นิ้ว(700C)
หน้ายางเล็กลง(28-32-35 ซม.) มีโช้คอัพหน้า
(เสือหมอบเน้นความเร็วหน้ายางจึงเล็ก อีกอย่างเสือหมอบต้องก้มมาก
การก้มทำให้น้ำหนักตัวเราเทไปทางด้านหน้า น้ำหนักที่กดลงล้อหลังจึงน้อยลง
การปั่นให้ล้อหลังหมุนเพื่อขับเคลื่อน จึงเบาแรงขึ้น
(นักแข่งมอเตอร์ไซค์รู้ดีว่าการเปลี่ยนล้อหลังให้เบาทำให้อัตราเร่งดีขึ้น)
เสือหมอบจึงมีล้อที่เล็กบาง ยางมีความกว้างเพียง(23-25 ซม.) นักปั่นแข่งขันจึงใช้ล้อที่เบาและหน้ายางบางนั่นเองครับ)
กลับมาที่ล้อครับการที่ไฮบริดใส่ล้อเล็กจึงขี่ลื่นขึ้น เพราะ Drag หรือความต้านทานการฝืด
ระหว่างหน้ายางกับพื้นผิวถนน มีค่าน้อยลง จึงกินแรงน้อยกว่า
จึงออกกำลังได้ดีปั่นได้ไกล ลื่นไหลจึงเหนื่อยน้อยกว่าเสือภูเขาครับกลับมาสู่ความต้องการที่แท้จริง
....กลุ่มที่ไปซื้อจักรยานไฮบริดเเบบขาตะเกียบเเต่มาปั่นบนถนนเรียบๆไม่เคยคิดจะลุยทางขรุขระ
ซื้อเพียงเเค่เพราะไม่ชอบที่จะก้มขี่เเฮนด์เสือหมอบ เเละ ปวดข้อมือที่ต้องก้มไปเบรคเเละเปลี่ยนเกียร์
ที่ตอบโจทย์จริงๆก็คือ จักรยานแบบเสือหมอบใส่แฮนด์ตรงครับ!!!
จักรยานเสือหมอบเเฮนด์ตรง(Road Bike)
ในการปั่นขี่รถจักรยานทั้ง 2 ประเภทนี้ระหว่างเสือหมอบเเฮนด์ตรง กับ รถไฮบริด
หากคุณเอามาปั่นบนถนนลาดยางสภาพดีๆจะเห็นความเเตกต่างชัดเจน
ผมให้คอมเมนต์สั้นๆว่ารถเสือหมอบเเฮนด์ตรงมัน เบา เร็ว เเรง พุ่ง กว่าไฮบริดจ์
เพราะใช้ชุดเฟืองเกียร์ของจักรยานแบบเสือหมอบซึ่งมีฟัยเฟืองในจานขับหน้ามากหรือใหญ่กว่าไฮบริดจ์และเสือภูเขา
ส่วนฟันเฟืองในล้อหลังก็มีขนาดเล็กกว่า ทำให้อัตราทดเกียร์มีอัตราส่วนมากกว่า ทำให้ความเร็วสูงๆใช้แรงถีบบันไดเคลื่อนที่น้อย
แต่ล้อหลังหมุนได้มากรอบกว่าซึ่งหากชอบความเร็วจริงๆ เเต่ไม่ชอบเเฮนด์เสือหมอบ
ควรจะซื้อรถจักรยานเสือหมอบเเฮนด์ตรงประเภทนี้
เพราะชุดขับเคลื่อนก็เป็นเเบบชองชุดเสือหมอบ
ชุดเกียร์เค้าออกเเบบอัตราทดให้ไล่เกียร์ลื่น,เนียนกว่า,
อัตราทดในเกียร์สูงมากกว่า(จานหน้า50ฟันเฟือง แต่ไฮบริดจ์ใช้ 48 ฟันเฟือง)
ไฮบริดจ์นี่เองครับ
เสือภูเขา(Mountain Bike)
-จานหน้าใหญ่จานหลังเล็กความเร็วสูง
-จานหน้าเล็กจานหลังใหญ่อัตราเร่งดี
ไฮบริด(Hybrid)/ทัวริ่ง(Cross Country)/Road/CyCloss
-จานหน้าค่อนใหญ่จานหลังเล็กความเร็วสูงกว่า*
-จานหน้าเล็กจานหลังใหญ่อัตราเร่งดีกว่า**
หมอบและหมอบแฮนด์ตรง Road/Endurance/Compettition
-จานหน้าใหญ่กว่าจานหลังเล็กมากความเร็วสูงมาก
-จานหน้าเล็กกว่าจานหลังเล็กกว่าอัตราเร่งดีมาก
* การปั่นไฮบริดไกลๆยาวอาจจะกินแรงน้อยกว่า/ความเร็วสูงกว่าเสือภูเขา
เพราะล้อเบายางหน้าแคบ แต่ตัวแปรที่ทำให้ไม่สามารถสรุปได้แบบเบ็ดเสร็จ
ก็คือ น้ำหนักรถ วัสดุ ตำแหน่งแฮนด์และการโน้มตัว)
**การปั่นไฮบริดขึ้นเขาอาจจะกินแรงน้อยกว่า/อัตราเร่งดีกว่าเสือภูเขา
พราะล้อเบายางหน้าแคบ แต่ตัวแปรที่ทำให้ไม่สามารถสรุปได้แบบเบ็ดเสร็จ
ก็คือ น้ำหนักรถ วัสดุ ตำแหน่งแฮนด์และการโน้มตัว)
Hybrid นำตะเกียบโช้คแบบเสือภูเขามาใส่ล้อเล็กลงปั่นถนนเรียบ ถนนขึ้นเขา เรียก ทัวริ่ง (แข็งแรงแบบเสือภูเขาวิ่งเร็วแบบเสือหมอบ)
Hybrid นำตะเกียบไม่มีโช้คแบบเสือหมอบมาใส่ล้อยางดอกใหญ่ ปั่นถนนขึ้นเขาลุยวิบากได้ เรียก Cycloss (แข็งแรงแบบเสือภูเขาวิ่งเร็วแบบเสือหมอบ)
ในทางกลับกัน ลูกผสม Hybrid ก็คือ แข็งแรงแบบเสือภูเขาก็ไม่ใช่ วิ่งเร็วแบบเสือหมอบก็ไม่เชิง....
......
.......ซึ่งผมเห็นว่า คนเมืองปั่นบนถนน เจอท่อไม่เรียบ ฝาปิดท่อไม่เสมอกับผิวทาง
เจอตะแกรงเหล็กปิดท่อระบายน้ำ เจอรางระบายน้ำตัวV ถนนหลุมบ่อ
จึงทำให้คนคิดจะใช้รถที่จะเอามาปั่นเพื่อออกกำลังกายใช้ความเร็วได้ เช่นเสือหมอบนั้น
หันไปใช้รถ Hybrid กันแยะนั่นเอง ครั้นจะเอาเสือหมอบมาปั่นบนถนนไม่เรียบ
ก็จะทำให้ตัวถังรับแรงเค้นแรงกระแทก
เกิดแรงเค้นภายในตัวถังมาก ทำให้เฟรมมีอายุการใช้งานน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น
ซึ่งถนนในต่างประเทศนั้นเรียบกว่าบ้านเรา จึงไม่ทำให้รถช้ำนั่นเอง...
....
.....ฉนั้นสิ่งที่ตอบโจทย์ของ คนที่ปั่นออกกำลังบนถนนหลุมบ่อก็คือ
1.เลือกปั่นเส้นทางเดิมๆที่สะดวก คือ เสือภูเขา และ Hybrid
แบบตะเกียบมีโช้ค(ลงหลุมทนทาน) ตัวถัง Mountain Bike หน้ายางเล็กลงนิดหน่อย(ฉุกเฉินพอจะเบรคได้ระดับดี)
2.หนีไปปั่นที่สนามเขียว หรือทางจักรยานโดยเฉพาะ
ใช้เสือหมอบ และ Hybrid แบบตะเกียบไม่มีโช้ค หน้ายางเล็กลง ตัวถังแบบหมอบ(Touring)
หนีสนามเขียวแล้ว อยากเร็วไม่อยากก้มมาก จัด หมอบแฮนด์ตรง ตรงนี้ครับที่ตอบโจทย์
ส่วนใครจัดเสือภูเขามา , Hybrid ตัวถังหมอบล้อใหญ่ , Hybrid ตัวถังเสือภูเขาล็อเล็ก , สายหมอบ
ล้วนปั่นสนามเขียวหรือ ทีมเพื่อนๆฝูงได้ไม่มี
ข้อจำกัด ไม่มีการแบ่งแยกรถหรอกนะครับ เพียงแต่ว่า Drag หรือ
แรงต้านที่กระทำระหว่างพื้นที่หน้ายางที่สัมผัสพื้น กับพื้นผิวทาง จะมากไปน้อยตามลำดับครับ
ป.ล. รถจักรยานเสือหมอบเเฺฮนด์ตรง หากคุณต้องการปั่นขี่ให้ได้ความเร็ว
ให้พุ่งมากที่สุดก็ลองปรับสเต็มคอคว่ำลงให้กลายค่า - (ลบ)
เเละ ค่อยๆเอาเเหวนรองที่คอสเต็มออกจนคุณคิดว่าปั่นขี่ได้ดีสุดเเบบในรูปที่เเนบ
( สังเกตคันสีขาวด้านล่างของรูปสเต็มคอจะหงายเป็นค่าบวก เเละ มีการรองเเหวนด้วย เน้นขับสบายในการปั่นขี่ )
หมายเหตุ
ความแตกต่างระหว่าง รถไฮบริคหรือทัวร์ริ่ง กับ เสือหมอบ
1. เฟืองหลังที่ใช้ 12-25 ฟัน ในขณะไฮบริด 12-28 ฟัน หรือใช้ 11-32 ฟัน
2. ยาง หมอบ 700x25c ไฮบริดใช้ 700x32c
3. จานหมอบ 50-34 ฟัน ไฮบริดจะใช้ 48-34 ฟัน
***ความแตกต่างระหว่าง รถไฮบริคหรือทัวร์ริ่ง กับ เสือหมอบข้อมูลจาก ThaiMTB.com นะครับ
Bike for Mom 2015 ประชาชนที่มารับเสด็จและมาให้กำลังใจนักปั่นระหว่างทางบริเวณหน้า รฟม - อนุสาวรีย์ - ราชปรารถ - ดินแดง - ถนนวิภาวดี
https://www.youtube.com/watch?v=28jIjmCL-2s
















