หัวใจ..ของความเป็นครู ปัญหาของหนู..ครูใช้หัวใจ..รับฟัง

มายด์ หันไปมองครูผู้ชาย..ที่นั่งฟังอยู่ด้วย..มายด์เห็นท่านนั่งมองอยู่ เหมือนจะสงสารมายด์ ท่านเคยสอนมายด์เมื่อปีที่แล้ว ท่านพูดขึ้นว่า.."..เธอก็เรียนดีนะ เรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหา นักเรียนที่มีปัญหา มักจะเป็นพวกที่สอบไม่ผ่าน ยังไม่ได้แก้ ร สงสัยครูต้องปรึกษาท่าน รองฯ แล้วล่ะ เดี๋ยวครูมานะ..."

มายด์..เด็กสาว ม.๖ เดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องทะเบียน ของโรงเรียนมัธยมชื่อดังประจำจังหวัด เมื่อชั่วโมงที่แล้ว เธอก็เดินอยู่อย่างนี้หน้าห้องธุรการ..นับย้อนไปเกือบหนึ่งเดือน มายด์ต้องเดินขึ้นเดินลงจากห้องเรียน เพื่อมาติดต่อห้องเอกสารแทบจะทุกวัน..เพื่อพบครูและเจ้าหน้าที่..ที่เกี่ยวข้องกับ....ใบรับรองผลการเรียน..

มายด์..กระตือรือร้นเป็นที่สุด เมื่่อคิดว่าจะได้ใบรับรองไปสมัครสอบเรียนต่อ..แต่วันนี้..มายด์เริ่ม..ท้อ เพราะครูประจำชั้นบอกว่า..ยังไม่สามารถออกใบรับรองให้ได้..ทั้งๆที่เพื่อนของมายด์ทุกคน ได้รับใบรับรองกันไปหมดแล้ว

มายด์..ถามเหตุผลจากครู จึงทราบว่า..นามสกุลของพ่อ เมื่อตอนที่มายด์รายงานตัวเข้าเรียนชั้น ม.๑ ไม่ตรงกับปัจจุบัน แต่มายด์ ก็มีสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของพ่อ..มาให้ครูดู และบอกว่าพ่อได้กลับมาใช้นามสกุลเดิมแล้ว

ครู..ไม่ดูเอกสารของมายด์เลย แต่กลับบอกว่า ครูต้องการใบเปลี่ยนชื่อสกุลของพ่อเธอ..มายด์ พยายามอธิบายให้ครูฟังว่า..พ่อ ค้นหาเอกสารไม่เจอจริงๆและไม่สะดวกที่จะทำเรื่องนี้ให้มายด์ คนที่จะช่วยมายด์ได้....เหลือแต่แม่คนเดียว

แม่..รับฟังปัญหาของมายด์มาตลอด และเห็นใจลูก ที่เป็นกังวลกับใบรับรองผลการเรียน แม่แนะนำให้มายด์บอกความจริงกับครูประจำชั้น ว่าพ่อกับแม่หย่ากันมานานแล้ว มายด์อยู่กับแม่มาตลอด และมายด์ก็ใช้นามสกุลนี้มานานแล้วด้วย

เกือบทุกวัน..ที่มายด์บอกแม่ด้วยประโยคเดิมๆ ..หนูยังไม่ได้รับใบรับรอง..นะแม่..จนถึงวันประชุมผู้ปกครอง แม่มายด์เข้าประชุมด้วย และหาโอกาสเข้าพบท่านผู้อำนวยการโรงเรียน..แล้วแม่ก็บอกความจริงให้ท่านผู้อำนวยการทราบ และขอความอนุเคราะห์ให้ท่านช่วยเรื่องของมายด์ด้วย..

วันต่อมา..ท่านผู้อำนวยการ โทรหาแม่..และบอกว่า..ไม่สามารถออกใบรับรองการเรียนให้ได้ แม่มายด์..ก็เข้าใจเหตุผลของโรงเรียน แต่ไม่เข้าใจแนวคิดของครู..ในเมื่อเป็นแค่ใบรับรองผลฯ ยังไม่ใช่ตัวจริง ทำไมออกให้ก่อนไม่ได้เชียวหรือ...และข้อมูลเอกสารในทะเบียนจะเป็นอย่างไร ก็น่าจะว่าไปตามนั้น เด็กก็อยู่กับแม่..ที่สำคัญที่สุด..ถ้าติดต่อกับพ่อเด็กไม่ได้ล่ะ แล้วโรงเรียนยังยืนกรานอยู่เช่นนี้ เด็กจะไม่เสียโอกาสหรือ..

วันนี้..ครูประจำชั้นเรียกพบมายด์ เพื่อให้มายด์บอกเล่าปัญหาให้ฟัง..เพราะเป็นคนเดียว..ที่ยังไม่ได้ใบรับรอง..มายด์บอกว่า..."..พ่อกับแม่หย่ากัน พ่อแต่งงานใหม่และเปลี่ยนนามสกุล จากนั้นไปอยู่ต่างประเทศ ตอนนี้กลับมาแล้ว และเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเดิม..ที่เหมือนกับหนูนี่แหละ..ค่ะ.." ครูประจำชั้นรับฟัง แต่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ให้ไปพบฝ่ายธุรการ เพื่อประสานและสืบค้นเรื่องจากฝ่ายทะเบียนต่อไป..

มายด์..ไปห้องธุรการ ได้พบเจ้าหน้าที่ และบอกความต้องการอีกครั้งว่า จะนำใบรับรองไปสมัครสอบเรียนต่อ..เจ้าหน้าที่คงสงสัยว่าทำไมจึงเพิ่งมาขอรับ..มายด์ต้องอธิบายเกี่ยวกับ..นามสกุล..ของพ่อ เจ้าหน้าที่ทำหน้างงๆ และบอกว่า..เธอ..ลองเล่าไปซิ..มันเป็นยังไง

มายด์..เริ่มต้นอีกครั้ง..." พ่อกับแม่หย่ากัน พ่อแต่งงานใหม่ และเปลี่ยนนามสกุล......" พอเล่าจบ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เจ้าหน้าที่รับสาย และบอกมายด์ว่า ฝ่ายทะเบียนให้มายด์ขึ้นไปพบเดี๋ยวนี้....

ที่ห้องทะเบียน มายด์พบคุณครูผู้ชายที่เคยสอนมายด์และพบครูผู้หญิง ที่มีสีหน้าไม่สู้จะดีนัก พอหันมาเห็นมายด์ ก็ถามขึ้นทันทีว่า..นามสกุลของเธอมีปัญหายังไง เล่าไปซิ..มายด์ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ก็เลยต้องพูดเหมือนเดิมอีก...."พ่อกับแม่หย่ากัน พ่อแต่งงานใหม่และเปลี่ยนนามสกุล จากนั้นไปอยู่ต่างประเทศ......"พูดจบ มายด์รู้สึกเหนื่อยหอบ เหนื่อยใจกับเรื่องใบรับรองเหลือเกิน....

"ยังไง ครูก็ยังต้องขอใบเปลี่ยนชื่อสกุลของพ่อเธอ..." "ครูคะ..แม่บอกว่าพ่อไม่สะดวกที่จะติดต่อเรื่องนี้ให้ค่ะ"..."ตกลงว่า พ่อเธอผิด หรือครูผิดกันแน่..." ครูผู้หญิงกระแทกเสียง จนมายด์รู้สึกกลัว..

มายด์ หันไปมองคุณครูผู้ชาย..ที่นั่งฟังอยู่ด้วย..มายด์เห็นท่านนั่งมองอยู่ เหมือนจะสงสารมายด์ ท่านเคยสอนมายด์เมื่อปีที่แล้ว ท่านพูดขึ้นว่า.."..เธอก็เรียนดีนะ เรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นักเรียนที่มีปัญหา มักจะเป็นพวกที่สอบไม่ผ่าน ยังไม่ได้แก้ ร สงสัยครูต้องปรึกษาท่าน รองฯ แล้วล่ะ เดี๋ยวครูมานะ..."

ระหว่างที่รอ มายด์โทรหาแม่..อันเป็นที่พึ่งสุดท้ายของมายด์เสมอ และแม่ก็ขอคุยกับครูผู้หญิงฝ่ายทะเบียน...."ครูคะ แม่ขอเรียนสายด้วยค่ะ" "ครู..ไม่คุยเรื่องนี้ทางโทรศัพท์ ถ้าแม่เธออยากคุย..ก็ให้มาคุยที่โรงเรียน.."

มายด์..ขออนุญาตไปนั่งรอข้างนอก มายด์เห็นครูผู้ชายยืนคุยอยู่กับท่านรองฯ แล้วเดินเข้าไปในห้องเก็บเอกสาร พักใหญ่ก็ถือแฟ้มออกมา สักครู่..ท่านรองฯผู้อำนวยการ ครูผู้ชาย และครูผู้หญิงฝ่ายทะเบียน รวมทั้งมายด์ด้วย..ก็ได้ข้อยุติ..เป็นที่เข้าใจได้ตรงกัน

ครูผู้ชาย..เปิดเอกสารข้อมูลทะเบียนของโรงเรียน เทียบเคียงกับเอกสารและคำร้องที่มายด์ถืออยู่ และบอกว่า..ตรงกัน โดยเฉพาะ ตอนที่มายด์รายงานตัวเข้าเรียนชั้น ม.๔ พ่อได้กลับมาใช้นามสกุลเดิมแล้ว ซึ่งมายด์ก็ได้ยื่นไว้เป็นหลักฐาน ที่ตรงกับนามสกุลของมายด์ในปัจจุบัน..แต่โรงเรียนไม่ได้แก้ไขข้อมูล และไปใช้ข้อมูลเดิมตอนที่มายด์เข้าเรียน ม.๑...จึงเป็นอันว่า..สามารถแก้ไขได้โดยแก้ทะเบียนเสียใหม่ และออกใบรับรองให้มายด์ได้เลย...

มายด์เล่าให้แม่ฟังด้วยความตื่นเต้นดีใจ ที่จะได้ใบรับรองผลการเรียน ม.๖..มายด์ ประทับใจคุณครูผู้ชายท่านนั้น ที่ยอมเสียเวลาช่วยเหลือมายด์ เป็นธุระช่วยค้นเอกสารหลักฐานให้ ท่านมีน้ำใจ ที่จะรับฟังและแก้ปัญหาให้นักเรียน..

แม่มายด์ก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน..ประทับใจในตัวครู ที่ช่วยลูกสาว..แม่อยากจะไปขอบคุณ ถ้ามีโอกาส แต่ ณ เวลานี้ แม่ทำได้เพียงบอกมายด์ว่า..."..นี่ล่ะ ลูกเอ๋ย หัวใจ..ของความเป็นครูที่แท้จริงล่ะ ปัญหาของหนู..คุณครู..ท่านใช้หัวใจ..รับฟัง............."

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๘





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ...ในความเป็น....ครู

เขียนเมื่อ 

ใช่เลยค่ะ ... ปัญหาต้องใช้ "หัว+ใจ" แก้ไข นะคะ

ดิฉันไม่เห็นด้วยนะคะ ที่จะแก้ปัญหาด้วยหัวใจของครูเพียงอย่างเดียว ต้องแก้ที่ระบบด้วย อย่างน้อยผู้รับผิดชอบก็ควรทบทวนระบบทะเบียน แล้วปรับแก้จุดบกพร่องเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ ยังไม่รวมคำขอโทษที่ควรมีให้เด็กและครอบครัวด้วยค่ะ

อันที่จริง Dr.Ple ก็เสนอแล้วว่าต้อง หัว + ใจ แต่นุ่มนวลไปหน่อย (ฮา)

เขียนเมื่อ 

ปัญหาของหนูคุณครูท่าใช้หัวใจรับฟัง น่ารักจังเลยค่ะ

เขียนเมื่อ 

เชื่อว่าบ้านเมืองเรามีปัญหาแบบนี้ไม่น้อยนะคะ ต้องเรียกว่าเข้าขั้นไร้สาระจริงๆ แทนที่จะใช้หัวสมองคิด และที่สำคัญควรจะคิดว่าตัวเองเป็นน้องมายด์ดู รับรองว่าปัญหานี้จบไปนานแล้ว ลองคิดดูว่าถ้าน้องมายด์เป็นเด็กเกเร เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เรียกว่าเราจะสูญเสียทรัพยากรดีๆของประเทศได้เพราะผู้ใหญ่ที่ทำตามระเบียบโดยไม่คิดถึงสิ่งที่เหมาะที่ควรนะคะ

ชอบจังค่ะ