697. เรียนรู้ศาสตร์ OD จาก "สามก๊ก" (ตอนที่ 27)

ผมอ่านสามก๊ก ดูสามก๊กไม่ว่าจากสื่อใดๆ แต่ละครั้งล้วนแล้วแต่ต้องได้คิด ต้องคิดจริงๆ เพราะสามก๊กไม่ใช่วรรณกรรมธรรมดา แน่นอนคนอาจบอกว่ามันคือเรื่องเพิ่มเสริมเติมแต่งไปซะเยอะ ใช่ครับ แต่ต่อให้เป็นนิทานทั้งเล่ม ผมก็ว่าสามก๊กมีอะไรดี เพราะอะไรครับ เพราะมันไม่ใช่พระเอกเจอผู้ร้ายรังแก ต้องต้อสู้ฝ่าฟัน ที่สุดก็เจอหวานใจมาเชียร์ สุดท้ายก็เอาชนะโจรได้ ได้แต่งงานกับนางเอก จากนั้น Happily everafter คือประมาณสุขตลอดไป ...ไม่ใช่ครับ สามก๊กให้เราเห็นภาพแรกและภาพต่อมา และภาพสุดท้ายของพระเอก

คนเราสร้างอนาคตได้ด้วยตนเอง และก็อาจทำลายอนาคตได้ด้วยตนเอง ผมเห็นอย่างนั้นจริงๆ

และอะไรที่จะอธิบายภาพรวมของชีวิตคนในสามก๊กได้ เหรอครับ

นาทีนี้ผมว่าคนน่าจะสรุปเรื่องราวของสามก๊กได้ด้วยสมการหนึ่งสมการ ไม่น่าจะมีใครเกินท่านคาซุโอะ ผู้ก่อตั้งบริษัท Kyocera ท่านผู้นี้เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นวิศวกร ท่านใช้หลักการบริหารแบบคนพุทธ คือเน้นคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ความเพียร ง่ายๆครับ ท่านสามารถสร้างบริษัทจากศูนย์จนไปถึงระดับโลกได้ ที่สำคัญเมื่อ Japan Airline สายการบินแห่งชาติของญี่ปุ่นขาดทุน รัฐบาลเชญท่านเข้าไปแก้ปัญหา ท่านใช้เวลาเพียงสองปี พลิกฟื้นบริษัทจากขาดทุนมาเป็นกำไร โดยไม่เอาเงินเดือนสักบาทเดียว ท่านคิดแต่เพียงที่รับหน้าที่นั้น เพราะท่านคิดว่าถ้าบริษัทนี้ล้มไปคนไม่รู้กี่แสนคนจะเดือดร้อนแสนสาหัส

ผมศึกษาชีวิตท่านแล้วรู้สึกทึ่งมาก ท่านคาซุโอะ ได้พูดไว้อย่างน่าสนใจว่า

สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต (Outcome of life) = ทัศนคติ (Attitude) x ความสามารถ (Ability) x ความพยายาม (Effort)

ท่านสรุปความสำเร็จของท่านไว้ในสมกรข้างบน เท่าที่ผมอ่านระวัติของท่าน ท่านจะพูดถึงสามปัจจัยนี้ตลอด โดยเน้นที่ทัศนคติมากๆ

เอาเป็นว่าต่อให้คุณเก่งและพยายามแค่ไหน ก็ตาม ถ้าทัศนคติเป็นลบ ชีวิตคุณจะเกิดความทุกข์ยากละติดลบอย่างที่สุด เอาจริงแฮะ

ยิ่งมีทัศนะคติลบมาก ยิ่งทำลายชีวิตมากๆ

สมการของท่านอธิบายได้เห็นภาพมากๆ

ทัศนคติดี มีความพยายาม แต่ ขาดความสามารถก็ไปได้ไม่ไกลครับ

อ่านเรื่องสมการชีวิตของท่านคาซุโอะแล้ว ผมว๊าบ เลย เรื่องนี้อธิบายสามก๊กได้ทั้งเล่มเลย น่าทึ่งมากๆ ... ตัวอย่างชัดสุดคือเรื่องของเล่าปี่ มาดูสมการชีวิตของเล่าปี่กัน

คุณจะเห็นว่าเล่าปี่ช่วงก่อนเป็นฮ่องเต้นี่ก่อนเจอขงเบ้งนี่มีทัศนคติดี มีความพยายามแต่ขาดความสามารถ พอเจอขงเบ้ง ครบเลยครับ ได้ทั้งทัศนคติ ความพยายาม ความสามารถ ผลที่เกิดคือได้เป็นฮ่องเต้

ต่อมาได้เป็นฮ่องเต้ กวนอูเตียวหุยถูกฆ่า เลยเกิดทัศนคติอยากแก้แค้น ใครพูดก็ไม่ฟัง ลืมภาพวิสัยทัศน์ ลบมากๆ แถมไม่ฟังใคร ไม่เชื่อขงเบ้ง ที่สุดยิ่งพยายามเท่าไร ก็ยิ่งหายนะ เพราะมันติดลบถึง 2 ปัจจัย สุดท้ายถูกลกซุนเผากองทัพทิ้งทั้งกองทัพ ต้องตรอมใจตายในที่สุด

ส่วนเล่าเสี้ยนเละอีก เพราะไม่มีทั้งสาม Factor ที่สุดสูญพันธ์ุ ราชวงค์ฮั่นล่มสลาย

สมการชีวิตนี้เป็นอะไร ในฐานะคนทำงานต้องหมั่นคิดทบทวนตัวเองครับ

ผมก็เคยมีทั้งสามตัว แต่บางทีก็หายไป ก็จะเห็นชัดว่าชีวิตไม่ได้เรื่อง

เคยเห็นเพื่อนร่วมงานชีวิตคิดลบ ต่อให้มีความสามารถ มีความพยายามแต่เราก็ไม่อยากร่วมงานด้วย ปรากฏว่าปัจจุบันชีวิตเขาไม่ไปไหนจริงๆ อยู่ยากครับ

กราบขอบพระคุณท่านคาซุโอะนะครับ ที่ท่านสรุปทั้งชีวิตท่านให้เห็นอะไรที่มันเรียบง่ายแต่ทรงพลังมากๆ

สมการชีวิตของท่านล่ะ เป็นเช่นไร

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์

www.aithailand.org

สร้าง สาน สลัก สละ

Note:เรื่องราว ปรัชญา เรื่องสมการชีวิตของท่านคาซุโอะ ดูได้จากเล่มนี้ครับ


Picture Reference:

http://www.zimbio.com/pictures/cRYUV3ibnRE/Japan+Airlines+New+CEO+Holds+News+Conference/RBRlIgEWLSR/Kazuo+Inamori

http://tamamushi.livejournal.com/31699.html?thread...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)