วันที่ 30 มิถุนายน 2558 ผมไปร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบาย โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ที่ สกว. ในฐานะที่ปรึกษา โดยมี ศ. ดร. นักสิทธ์ คูวัฒนาชัย เป็นประธาน ได้รับแจกหนังสือประกอบการประชุมโครงการปริญญาเอก กาญจนาภิเษก (RGJ Congress) ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 11 - 13 มิถุนายน 2558 ที่หาดจอมเทียน
ในหนังสือมีบทนำความคาดหวังของ คปก. ข้อความดังต่อไปนี้
เป้าหมายหลักของโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) คือ
- การสร้างบัณฑิตรับปริญญาเอกขึ้นเองภายในประเทศให้มีคุณภาพระดับมาตรฐานสากล
- การยกระดับความสามารถด้านการวิจัยของประเทศ
- ยกระดับความสามารถของอุดมศึกษาของประเทศ
- ประหยัดเงินตราต่างประเทศในการใช้จ่ายเป็นค่าส่งนักศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ
ในการให้ทุน คปก. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยคาดหวังว่า จะเกิดกระบวนการและความ สัมพันธ์ภายในมหาวิทยาลัยต้นสังกัด ของอาจารย์ที่ปรึกษาและนักศึกษาในความดูแล ดังต่อไปนี้
- มีการสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ และการทำวิจัยอย่างขยันขันแข็งทุ่มเท และทำงานหนัก เกิดประชาคม แห่งการเรียนรู้
- มีการลงทุนสร้างเครื่องอำนวยความสะดวกในการค้นคว้าการทดลองและการแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสาร
- เกิดเครือข่ายการเรียนรู้และการวิจัย เชื่อมโยงระหว่างสถาบันระหว่างสาขาวิชาทั้งภายใน ประเทศและเชื่อมโยง กับต่างประเทศ
- เกิดความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์ที่ปรึกษา กับนักศึกษาปริญญาเอกในรูปแบบที่เหมาะสม และเมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างเหมาะสม
- นักศึกษาปริญญาเอกได้ผ่านประสบการณ์เชิงอารมณ์การเผชิญปัญหา การแก้ปัญหาและเอาชนะได้ในที่สุด ประสบการณ์และทักษะที่สำคัญที่สุดคือ ทักษะในการพุ่งสมาธิความสนใจใน เรื่องเดียวเป็นเวลา 3 ถึง 5 ปี
- นักศึกษาปริญญาเอกเกิดฉันทะในการวิจัยและมีทักษะเพียงพอสำหรับสร้างตนเป็นนักวิจัย อาชีพในอนาคต
นอกจากนั้น หวังว่าโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก จะเป็นเครื่องมือสร้างวัฒนธรรม สู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ อีกหลายประการ เช่น การที่เก่งกับศิษย์ที่เก่ง เสาะแสวงหาซึ่งกันและกัน การส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ภายในสถาบัน โดยการหลีกเลี่ยงสภาพที่สมาชิกคิดเหมือนเหมือนกัน ไปหมด (inbreeding of idea) เป็นต้น
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยคาดหวังว่าจะเกิด การยอมรับขึ้นภายในประเทศไทยว่า การได้รับทุนปริญญาเอก กาญจนาภิเษก เป็นเกียรติประวัติของบุคค
ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์พานิช
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
พ.ศ. 2543
ทางโครงการ คปก. จัดพิมพ์ข้อความนี้ ในหนังสือประกอบการประชุม RGJ Congress ทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นต้นมา ไม่เคยเว้นเลย เท่ากับว่า ทาง คปก. ถือข้อความข้างต้น เป็น “วาทกรรมแสดงคุณค่า” (Value Statement) ของโครงการ คปก. ตลอดมา
ทำให้ผมเกิดปิติสุข ว่าอย่างน้อยก็ได้มีส่วนร่วมทำประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยในด้านการขับเคลื่อนโครงการปริญญาเอก กาญจนาภิเษก ให้ประสบความสำเร็จ และสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมไทย โปรดตระหนักว่า มีผู้ร่วมกันสร้างความสำเร็จนี้ หลายคน ที่เด่นๆ คือ ศ. ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต, รศ. ดร. กำจัด มงคลกุล, ศ. ดร. นักสิทธ์ คูวัฒนาชัย, ศ. ดร. อมเรศ ภูมิรัตน, ศ. ดร. วิชัย ริ้วตระกูล เป็นต้น
ชีวิตที่ทำประโยชน์แก่ส่วนรวม ดีกว่าชีวิตที่ก่อความยุ่งยาก เพื่อประโยชน์ของตนเอง ที่เราพบเห็นบ่อยๆ แต่อาจ ลืมคิดไป ว่าคนที่ออกมาสร้างข่าวนั้น ทำเพื่อตนเอง ไม่ใช่เพื่อบ้านเมือง
ผมได้ชี้ให้ที่ประชุมทราบว่า ตอนเริ่มคิดโครงการนี้ ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ ประเทศไทยผลิตบัณฑิตปริญญาเอก ได้ปีละ ประมาณ ๑๐๐ คน ครึ่งหนึ่งเป็นสาขาการศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นผู้ใหญ่บอกผมว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะผลิต บัณฑิตปริญญาเอกมาตรฐานสากล
แต่เมื่อดำเนินการ คปก. ได้ประมาณ ๓ - ๔ ปี คนในวงการอุดมศึกษาก็มั่นใจว่า ประเทศไทยผลิตบัณฑิตปริญญาเอก มาตรฐานสากลได้ โดยมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยได้เปลี่ยนเกณฑ์จบปริญญาเอก ให้ระบุว่าต้องมีผลงานตีพิมพ์ ในวารสาร วิชาการนานาชาติ อย่างน้อย ๑ เรื่อง (เวลานี้ ค่าเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริงคือ ๒.๕ เรื่อง)
เป็นการพลิกกระบวนทัศน์ และสร้างความมั่นใจระดับประเทศ เกี่ยวกับการผลิตดุษฎีบัณฑิตคุณภาพสูงภายในประเทศ มาตรฐานสากล เป็นความสำเร็จใหญ่หลวง
แต่ในขณะเดียวกัน ความสำเร็จนี้ ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโครงการใหญ่ที่สนับสนุนการผลิตบัณฑิตปริญญาเอก คุณภาพย่อมเยาลงมา ที่ใช้เงินมากกว่า คปก. เหตุผลซ่อนเร้นตามการตีความของผม (ซึ่งอาจจะผิด) คือเพื่อเปิดโอกาสให้ มหาวิทยาลัยคุณภาพย่อมเยา ได้เข้าถึงทรัพยากรสนับสนุนการผลิตบัณฑิตปริญญาเอกด้วย หากให้ คปก. เป็นโครงการ ผลิตปริญญาเอกสาย A โครงการที่เกิดคู่ขนานนี้น่าจะเป็นสาย B
แล้วต่อมา การผลิตบัณฑิตปริญญาเอกสาย C ก็ก่อตัวขึ้น และมีความมั่นคง เพราะสนองตลาดความต้องการปริญญาเอก เพื่อมีคำนำหน้าชื่อว่า ด็อกเตอร์ และมีหน้ามีตาในสังคม ศ. ดร. นักสิทธ์ เรียกสายนี้ว่า “สายพาณิชย์” ผมทราบมาว่า ผู้เข้าเรียนต้องลงทุนถึงกว่าหนึ่งล้านบาท
ตอนนี้ สกว. กำลังจัดประเมิน คปก. ครั้งที่ ๕ ซึ่งผมตั้งคำถามว่า ประเมินไปทำไม การประเมินจะมีคุณค่า เพิ่มเติมจากการประเมิน ๔ ครั้งที่แล้วอย่างไร หากเราไม่ระวัง เราจะอยู่ในสภาพที่ ประเมินก็เพราะมีกติกาว่าต้องประเมิน
ผมเสนอให้ประเมิน บัณฑิตศึกษา ๓ สายนี้เปรียบเทียบกัน เพื่อทำความเข้าใจประโยชน์/โทษ ต่อประเทศในภาพใหญ่ สำหรับนำมาออกแบบ คปก. ระยะที่ ๓ (๒) จะยิ่งดี หากประเมินเปรียบเทียบกับการส่งไปเรียนต่างประเทศด้วย
การทำงานใหญ่ขนาดนี้ หนีไม่พ้นการเมืองเรื่องผลประโยชน์และอำนาจ ไม่ว่าสังคมใด แต่สังคมที่ก้าวหน้าเขาตัดสิน กันด้วยข้อมูลหลักฐาน (evidence) บ้านเราใช้วิธีเดา หรือใช้วาทกรรม หรือใช้อำนาจจากตำแหน่ง เราจึงสูญเสียทรัพยากร ไปกับกิจกรรมไร้ค่า หรือคุณค่าต่ำ หรือคอร์รัปชั่น
นอกจากปิติสุข ผมยังได้เรียนรู้สัจจธรรมอีกด้วย
วิจารณ์ พานิช
๑ ก.ย. ๕๘