การปฏิบัติธรรม

การปฏิบัติธรรมจิต

หมายถึงการเข้าถึงความรอบรู้

กฏความเป็นไปแห่งธรรมชาติความจริง

อันเป็นไปจริงๆในชีวิตจริง

เราหลงทวนกระแสธรรมชาติ

อันเลื่อนไหลไปสู่ความดับสนิท

ตามกฏของธรรมชาติเอง

หลงบุกป่าฝ่าดงกิเลสมายา

ลุ่มหลงทวนกระแสกระแสความจริงอันเกิดดับ

หลงใหลก้าวตามกามตัณหา

บัดนี้เธอกำลังหลงวกวนอยู่ในป่าใหญ่ต้นน้ำ

ด้วยความเพียรพยายามก้าวไปข้างหน้า

ด้วยความพยายามทวนกระแสน้ำ

แห่งธรรมชาติ

กระแสแห่งการเกิดดับของธรรมชาติ

แต่เธอมุ่งแต่การสร้างภพการเกิดใหม่ๆ

แล้วละเลยความดับ

นั้นเองเธอกำลังทวนกระแสธรรมชาติ

อันเกิดขึ้นแล้วต้องดับ

ลุ่มหลงการสร้างภพก่อชาติ

อยู่ในราวป่าแห่งมายาอันมืดมนต์

การปฏิบัติธรรมแท้จริง

คือการไหลรินไปตามธรรมชาติ

ด้วยความรู้แจ้งแห่งความลุ่มหลงมัวเมา

คือความหลงเข้าไปในราวป่า

อันมืดมนต์แห่งมายา

มันไม่เคยได้รับอะไรแท้จริง

เพราะสิ่งที่เธอส้องเสพแสวงหามา

ด้วยความยากลำบาก

สิ่งที่เธอได้รับมันจริงๆ

คือหมอกควันพิษแห่งอุปาทาน

ความชำนิชำนาญการหลงปรุงแต่งความเกิด

อันเป็นไปเพื่อทุกข์

รูปเสียงกลิ่นรสสำผัส

เป็นเพียงความหลงรูปเงาลางเลือน

มันไม่ได้รับอะไรติดมือมาจริงๆ

เสพแล้วจางหายดับไปจนหมดสิ้น

แม้แต่ชีวิตของเธอเองยังหลงเหลือ

เพียงแค่ฝุ่นผงธุลีเปื้อนเปรอะผิวดิน

เธอไม่เคยธำรงค์รักษาสิ่งใดไว้ได้เลย

ในอดีตกาลผ่านมา

คงมีแต่สามัญสำนึกแห่งความหลงผิด

แสวงหาแสวงหาส้องเสพส้องเสพ

ภาพเงาแห่งมายา

เธอคิดเอาเองว่ามันดีวิเศษเลิศเลอ

แต่แท้จริงมันคือดินน้ำลมไฟที่ปราศจากชีวิต

ในความเป็นจริงชีวิตของเธอจริงๆ

มันคืออุปาทานภพ

อันเป็นผลพวงแห่งอวิชชา

มันเกิดจากการปรุงแต่งลุ่มหลงวัตถุ

รูปรสกลิ่นเสียงสำผัส

ซ้ำซ้อนซ้ำซ้อนกัน

ลุ่มหลงมาจากความว่างเปล่า

ด้วยความไม่รู้เท่านั้น

ว่าเดิมแท้มันว่างเปล่า

การเกิดทุกคราวเป็นทุกข์ร่ำไป

เมื่อเธอต้องการดับทุกข์

เธอจงแสวงหาวิชชาอันใสกระจ่าง

ฝั่งตรงข้ามของอวิชชาที่มืดบอด

รับรู้ซึ่งสูญญตาตามความเป็นจริงของเธอ

แล้วกลับคืนสู่สถานะความจริง

อันว่างเปล่าดับสนิทนั้น

ชื่อว่าวิชชา

เมื่อเห็นแจ้งความจริงว่าว่างเปล่าอวิชชาก็ดับ

อุปาทานภพชาติชรามรณะทุกข์ก็ดับ

นั้นคือการดับของตัวตนอย่างสิ้นเชิง

สังขารธรรมที่เหลืออยู่ก็จะพากัน

ทยอยเดินทางสู่ความดับ

ด้วยตัวของมันเอง

เป็นดุจดั่งธรรมชาติอันสิ้นไร้ตัวตน

ไหลรินดุจสายน้ำไหล

พัดพาเศษขยะและมลทิลคือกิเลสตัณหา

ไหลเอื่อยเรื่อยริน

อย่างรู้ตื่นสดชื่นเป็นสุข

สู่ทะเสใสอ้นนิ่งสนิท

แห่งการสิ้นสุดการไหลย้อนคืน

หมายถึงจิตของเธอพร้อมทั้งกิเลสตัณหา

อันเปรียบเหมือนสิ่งปฏิกูลส่วนเกิน

ก็พากันดำเนินไปตามปรกติ

แห่งธรรมชาติความจริง

แห่งความรู้แจ้งความจริง

ดำเนินทางไปบนชีวิตอิสสระเสรี

และเบิกบานเปี่ยมสุข

ไปสู่สูญญตาความดับสนิท

อันแจ่มแจ้งแล้วนั้น

ตามธรรมชาติของสังขารเอง

ที่อนิจจังนำพาไปสู่ความดับเอง

อย่างเห็นแจ้งความเป็นเช่นนั้นเอง


ประภา สันติ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน buddhanature



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

...แม้ต่ำต้อย........ด้อยค่า.............สายตาโลก

จักมิโศก.............หวั่นภัย.............ในทุกข์ถม

รักรับใช้..............ทุกทุก..............ผู้สุข ตรม

เป็นทุกสิ่ง...........ผู้พลาดล้ม.........ขมขื่นใจ