..... ธรรมชาติรังแก ...หรือรังแกธรรมชาติ .....

ทั้งหมอกควันพลันผุดไม่หยุดหย่อน .....ไฟป่าร้อนย้อนเอาเผาสะบั้น

... ชลาใสไหลเอื่อยเรื่อยพริ้วผ่าน

สู่ลำธารคดเคี้ยวเสี้ยวไพรสณฑ์

ลงแม่น้ำกว้างไกลใหญ่เชี่ยววน

เหล่าฝูงชนใช้สอยคอยอาบกิน


... แหล่งน้ำซับกับป่าสูงฝูงส่ำสัตว์

ต่างล้วนผลัดพึ่งพาอาศํยสิ้น

ป่าปกรกนกกาพาพื้นดิน

อุดมถิ่นไม้ใหญ่ให้หลากพันธ์


... น้ำรินไหลเป็นสายน้อยคอยกระจาย

รากพืชหลายเก็บกักรักษ์และกั้น

ก่อกำเนิดเกิดผลต้นน้ำนั้น

เรียงเป็นชั้นวันผ่านนานนับปี


...ธรรมชาติสร้างไว้ให้มนุษย์

ประโยชน์สุดมากเหลือเผื่อทุกที่

ถูกตอบแทนโง่งมถมทวี

ป่าที่มีถูกโค่นโล้นเลี่ยนไป


... ภัยพิบัติซัดกลับรับใช้กรรม

จากกระทำย่ำยีที่ป่าใหญ่

ฝนตกหนักพักไม่ได้น้ำไหลไกล

หลากเชี่ยวใส่ท่วมท้นคนหมดตัว


... เขื่อนกั้นแก่งแข่งประจานงานงาบป่า

เหล่าสิงห์สาราสัตว์กำจัดทั่ว

ป่าทั้งผืนถูกกลืนซ้ำทำไม่กลัว

อำนาจชั่วในมือยึดถือครอง


... รวยเพียงหยิบพริบตาเวลาต่อ

พินาศจ่อสู่ประชาพาสยอง

ทั้งภัยแล้งแห้งซ้ำผลกรรมฟ้อง

ฝนไม่ต้องตามฤดูตายหมู่กัน

... ทั้งหมอกควันพลันผุดไม่หยุดหย่อน

ไฟป่าร้อนย้อนเอาเผาสะบั้น

เกิดทุกปีมีคนจุดใครหยุดมัน

ไม่จับกันหรือไรใคร่ถามที


... โลกร้อนเร่าเอาแต่พูดรูดซิปปาก

กลัวลำบากแต่ไม่ทำซ้ำป้ายสี

โทษสิ่งนั้นยันสิ่งโน้นโน่นไม่ดี

วิบัติทีแตกตื่นฟื้นโครงการ


... เห็นแก่ตัวกลัวจนคนในนอก

ชอบกลับกลอกหลอกลวงห่วงแต่ฐาน

คนทั้งโลกคงโชคร้ายถึงวายปราณ

ด้วยการผลาญธรรมชาติจนขาดดุลย์


ผู้ประพันธ์ : วันปีย์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน go to knowledge



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ทั้งสองฝ่าย 5..เหมือนๆโดนชก ไงเจ้าคะ..ก็โดนกลับบ้าง..เป็นไง..อิอิ

เขียนเมื่อ 

เพราะรังแกธรรมชาติ ...ธรรมชาติจึงเอาคืน...จ้าา