​ชีวิตที่พอเพียง : ๒๔๕๑. เที่ยว MoMA


คืนวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ผมไปถึงโรงแรม Hampton Inn, 35th Street, New York เวลาประมาณสี่ทุ่มครึ่ง เข้านอนตอนสองยาม หลับยาวถึงหกโมงเช้าก็ตื่นลงไปวิ่งที่ 6th Avenue และรอบๆ โรงแรม

กลับมากินอาหารของโรงแรม แล้วนั่งทำงาน เขียนบันทึกชุด ขอบฟ้าใหม่ในเรื่องความรู้ จนเที่ยง ก็กินอาหารที่สาวน้อยเตรียมไปให้จากบ้าน แล้วเปิดไอโฟน ๖ ดู Google Map หาตำแหน่งของ MOMA (Museum of Modern Art) พบว่าเดินไปตาม 6th Avenue จากถนน ๓๕ ไปถึงถนน ๕๓ ระยะทาง ๑ ไมล์ ใช้เวลาเดิน ๒๕ นาที

เดี๋ยวนี้จะไปไหนถาม Google Map ได้สะดวกมาก ถามเส้นทางและระยะทางและบอกว่าจะเดินไป หรือนั่งรถส่วนตัว หรือนั่งรถขนส่งสาธารณะเขาบอกเส้นทางและเวลาที่ใช้ได้หมด

ผมเคยเขียนบันทึกการไปชม MOMA เมื่อเกือบ ๘ ปีที่แล้ว ที่นี่ และเล่าการไปเที่ยวนิวยอร์กทั้งหมดไว้ ที่นี่

ไปคราวนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมี audio guide ให้ยืมฟรี แต่เขาไม่รับบัตร ID ที่เป็นพาสปอร์ต ผมจึงอดยืม แต่สามารถใช้ free Wifi ของพิพิธภัณฑ์ เข้าเว็บไซต์ของเขา และเข้าไปชมภาพหรือศิลปวัตถุแบบอื่นๆ พร้อมคำอธิบายเป็นเสียงได้ ทำให้การเข้าชมยิ่งมีรสชาติ เหมาะยิ่งสำหรับคนไม่มีพื้นฐานทางศิลปะอย่างผม

ผมกลับมาพบที่โรงแรมว่าสามารถ download App MoMA ลง iPhone เอามาดูภาพและคำอธิบาย ที่ไหนก็ได้ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ การชมพิพิธภัณฑ์จึงก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง

ผมพบว่าภาพที่มีชื่อเสียงมากๆ หลายภาพยังอยู่ที่เดิม แต่ก็มีศิลปวัตถุที่นำสมัยมากขึ้น ที่เขาจัดแสดง พิเศษชื่อ One Way Ticket : Jacob Lawrence’s Migration Series and Other Works น่าสนใจมาก เป็นการใช้ศิลปะสะท้อนสภาพชีวิตคนดำ ในช่วงที่มีการอพยพขึ้นเหนือระลอกใหญ่ สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ ส่วนนี้เขาห้ามถ่ายรูป แต่ก็มีภาพทั้ง ๖๐ ภาพให้ดูได้ทางเว็บไซต์ ที่นี่

นิทรรศการเรื่อง Uneven Growth ก็น่าสนใจมาก แสดงผลการวิจัยแนวทางพัฒนามหานคร ๖ แห่งในโลก เสียดายที่ไม่มีกรุงเทพ

ส่วนนิทรรศการ Yoko Ono : One Woman Show, 1960 – 1971 ผมดูไม่รู้เรื่อง มันโมเดิร์นเกินไป มีวิธีการแสดงออกแปลกๆ แต่ผมก็ได้ความรู้ว่าการที่ศิลปินนำเอาวิธีการใหม่ๆ มาแสดงออกความรู้สึก นึกคิดของตน วงการศิลปะในตะวันตกเขาก็ยอมรับเหมือนกัน ผมเพิ่งรู้ว่าที่ Yoko Ono มีชื่อเสียงส่วนหนึ่ง เพราะเธอแต่งงานกับ John Lennon

วิธีไปเที่ยว แล้ว capture วิธีเข้าถึงความหมายของงานศิลปะที่ผู้คนยกย่อง ด้วย App เอามาฟัง คำอธิบายทีหลัง ทำให้ผมได้ความรู้ว่า รูปที่เราดูไม่รู้เรื่องนั้น วงการศิลปะเขายกย่องเพราะศิลปินสามารถสะท้อน ความคิดภายในของเขาออกมาได้ชัดเจน ดังกรณีภาพชื่อ The Starry Night ของ Vincent van Gogh นั้น ทาง MoMA เขาอธิบาย ดังนี้ ซึ่งใน App ของผมมีเสียงให้ฟัง ช่วยผ่อนคลายสายตาคนตาไม่ดีอย่างผม

ผมเดินชมบ้าง นั่งบ้าง ถ่ายรูปบ้าง เปิดไอโฟนฟังคำอธิบายบ้าง ด้วยความสำราญใจ แล้วออกไปเดินชมบรรยากาศที่ Sculpture Garden ที่คนนั่งพักผ่อนอยู่เต็ม เพราะเป็นวันอากาศดี อุณหภูมิขึ้นไปถึง ๒๘ ผมใช้เวลาที่ MoMA สามชั่วโมง แล้วเดินกลับโรงแรม

ค่าเข้า ๑๘ ดอลล่าร์ในอัตราผู้สูงอายุที่มี ID ยืนยัน อัตราปกติ ๒๕ ดอลล่าร์



ที่หน้าพิพิธภัณฑ์


วันนี้คิวซื้อตั๋วไม่ยาวมาก


ภาพชื่อ Dance 1 ของ Henri Matisse 1909 วาดใหม่ๆ โดนวิจารณ์ป่นปี้ ๑๐๐ ปีให้หลังคนชื่นชม


The Park 1910 โดย Gustav Klimp


ภาพโสเภณี Les Demoiselle d'Avignon 1907 โดยปิกาสโซ


Washerwomen 1888 โดย Paul Gauguin


Diary of a Seducer 1945 โดย Arshile Gorky


Canyon 1959 โดย Robert Rauschenberg


ในห้อง Pop Art


ในห้อง Sculpture after Minimalism


ในห้อง Uneven Growth


ในสวนประติมากรรม


วิจารณ์ พานิช

๒๖ พ.ค. ๕๘

ห้อง ๑๑๐๒ โรงแรม Hampton Inn, ถนน 35, นิวยอร์ก

580713, ชีวิตที่พอเพียง, นิวยอร์ก-วิจารณ์, New York, USA, MOMA, นิวยอร์ก, พิพิธภัณฑ์

รูป MoMA

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

พิพิธภัณฑ์ไทยน่าจะนำเทคโนโลยีมาช่วยให้ได้อย่างนี้นะคะ ปัจจุบันที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงแค่ QR code ของของแต่ละชิ้น ซึ่งผู้ชมต้องนำแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์ที่มี QR reader app ส่อง code เพื่อนำเข้าสู่ข้อมูลของของต่อไป