สั่ง*เสียก่อน*ตาย

พ่อจากพวกเราไปตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2547..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/571158

11 ปี แล้ว เรายังจำได้ดี

พ่อป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง เมื่ออายุประมาณ 60 ปี

ตอนหลังเบาหวาน หัวใจเข้ามาแทรกแซง สุดท้ายมีภาวะไตวายเรื้อรัง ตอนพ่ออายุประมาณ 80 ปี

พ่อตัดสินใจไม่รักษา โดยการล้างไต

พ่อยอมมาหาหมอเป็นระยะ เพื่อประคับประคองตัวเองไม่ให้ทุกข์ทรมานจนเกินไป

พ่อบอกว่า ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ถ้าล้างไต พ่อก็เดือดร้อน ทรมาน แม่ก็เดือดร้อน ทรมานเช่นกัน

ถึงแม้ว่า พวกเราบอกพ่อว่า ไม่เดือดร้อนหรอก เราจะหาผู้ดูแลมาฝึกและจะกลับไปดูแลที่บ้านของพ่อ

แต่พ่อบอก พ่อตัดสินใจแล้ว

..

เมื่ออาการเริ่มกำเริบหนักขึ้น พ่อรู้เรื่องเป็นบางวันและบางวันก็ไม่รู้เรื่อง

เพราะอาการ uremia

แต่พ่อบอกเราว่า... พ่อจะไม่รักษาโดยการล้างไต

พ่อมีชีวิตมาถึงวันนี้...ก็เป็นกำไรแล้ว

พ่อบอกว่า ....

"พ่ออายุเกิน 80 ปี ถือว่าเป็นกำไรแล้ว ไม่ควรวิ่งหนีความตาย

ถ้าต้องเจาะล้างท้อง แม่ก็จะลำบาก พ่อก็ไม่มีความสุข

ขอกลับมาอยู่ที่บ้านสวน อยู่กับธรรมชาติ"


พ่อสั่งเสียและบอกพวกเรา...

"ถ้าพ่อตาย ไม่อยากให้ตั้งศพหรือเก็บไว้นานเกิน 3 วัน ถ้าเก็บไว้นานลูกๆจะลำบาก ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก ไม่ต้องขอพระราชทานเพลิง ให้ยุ่งยากกับคนอื่นๆ ไม่ต้องฟุ่ยเฟือย คอยให้ลูกหลานมาครบคน มีเท่าไรก็ทำเท่านั้น ตายแล้วเผา ให้ทำที่วัดจันทร์ แล้วให้ไปลอยอังคารที่แม่น้ำโขงทั้งหมด ไม่ต้องเหลือกระดูกหรืออื่นใด พ่อปรึกษากับพระครูอาทรฯไว้หมดแล้ว ท่านจะช่วยดูแลทุกอย่าง หลังจากนั้นลูกหลานมีเวลาเม่ื่อใด ก็ค่อยทำบุญสุนทานส่งไปให้ก็พอ"

"หมดห่วงแล้ว สังขารก็ทรุดโทรม ลูกก็พึ่งพาตนเองได้แล้ว ห่วงก็แต่แม่เพราะอยู่ด้วยกันมา 50 ปีแล้ว สุขทุกข์มาด้วยกัน ถ้าพ่อตาย แม่ก็คงลำบากบ้าง แต่คิดว่าลูกๆคงดูแลแม่ให้ได้"

"พ่อทำหนังสือไว้แจกงานศพแล้ว ในช่วงที่พ่อมีสติอยู่ ถ้าพ่ออาการหนัก ไม่ต้องพาพ่อไป รพ ไปก็รักษาไม่ได้ อย่าทำให้คนอื่นๆลำบากเพราะพ่อ แต่ถ้าพ่อหมดสติไป ก็แล้วแต่ลูกจะพิจารณา"

เราก็ถามพ่อว่า ทำไมพ่อถึงให้ลูกพิจารณา

พ่อไม่ได้ตอบ

แต่เราคิดเองว่า ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ ถ้าลูกทำใจไม่ได้ ก็ให้ลูกตัดสินใจเอง

....

หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ต่อมา

พ่อนอนเป็นส่วนมาก ไม่มีร้องครวญคราง ไม่กินอะไร พลิกตัวไม่ได้

เราก็ให้พยาบาล PCU ใกล้บ้าน มาฉีดกลูโคสให้

แล้ววันใกล้สุดท้ายมาถึง พยาบาลฉีดยาไม่ได้ หาเส้นไม่ได้

เรารีบกลับบ้านไปหาพ่อ เราพยายามฉีดกลูโคสให้ แต่เราก็ทำไม่ได้

พ่อนอนอย่างเดียว เราคอยดูแลไม่ให้พ่อปากแห้ง ไม่ให้มีแผลกดทับ

เช็ดตัว ให้พ่อสุขสบาย

พ่อไม่ร้องครวญครางใดๆ

พ่อคงไม่เจ็บปวด จนจากไปในวันถัดมา

....

ในวันรุ่งขึ้น...ในพิธีรดน้ำศพ

พวกเราได้ยินเสียงพ่อกล่าวคำอำลา... ในพิธีศพของพ่อเอง

เสียงเทปนั่นเอง พ่ออัดเทปไว้..

พวกเราฟัง แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้

ทำไมพ่อเราถึงทำได้ขนาดนี้

เตรียมตัวตายอย่างสมศักดิ์ศรีอย่างนี้

ถึงเราจะป็นพยาบาล เราก็ยังไม่คิดว่า คนเราจะทำใจได้ถึงเพียงนี้

....

ในวันลอยอังคารที่แม่น้ำโขง

เราขอกระดูกพ่อไว้ เพื่อเก็บไว้ในที่เก็บกระดูกบรรพบุรุษ

เราขอสิ่งเดียว ที่เราทำให้พ่อตามคำสั่งเสียได้ไม่หมด

แต่พวกเราถือว่า ...กระดูกพ่อเป็นศูนย์รวมใจให้ลูกหลานกลับมาพบกันอย่างน้อยปีละครั้ง

ในวันสงกรานต์ของทุกปี

ทั้งหมดนี้

เป็นคำสั่งเสีย.. ก่อนจากไป

.....

แก้ว บันทึก

13 มิถุนายน 2558 เวลา 20.46น.