การรักษาโรคเรื้อรังแนวใหม่ อาทิ เช่น โรคเบาหวาน โรคติดเชื้อ เอช ไอ วี ผลจะดีต่อผู้ป่วยมากในกรณีเข้าสู่การรักษาป้องกันโดยเร็ว ทำให้การดำเนินโรคช้าผู้ป่วยมีโอกาสเจ็บป่วยที่รุนแรงถึงชีวิตและ/หรือปรากฏภาวะแทรกซ้อนน้อยลง แนวทางปฏิบัติการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย 2557 แนะนำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีทุกรายได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสโดยไม่ขึ้นกับซีดีสี่ (CD4) เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาได้เร็วขึ้น แต่ในกรณีที่ CD4 มากกว่า 500 เซล/ลบ.มม. ผู้ป่วยต้องเข้าใจถึงประโยชน์และผลข้างเคียงของการรักษา มีความยินดีและมุ่งตั้งใจรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ
ในกรณีผู้ติดเชื้อเอชไอวีตามแนวทางปฏิบัติ ปี 2558 DHHS ประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำให้ผู้ป่วยเริ่มรักษาด้วยยาต้านไวรัสประสิทธิภาพสูง (HAART) ดังตารางด้านล่างนี้1
สูตรที่ DHHS แนะนำเป็นสูตรแรกเป็นยากลุ่มเอ็นไอเอสทีไอเบส(INSTI-Based Regimen)ได้แก่ Dolutegravir Elvitegravir Raltegravir และพีไอเบส(PI-Based Regimen)ได้แก่ Darunavir ซึ่งทั้งสองกลุ่มเป็นสูตรที่ยังไม่มีและ/หรือเป็นยาที่เข้าถึงได้ยากในประเทศไทย ดังนั้นสูตรเอ็นเอ็นอาร์ทีไอเบส(NNRTI–Based Regimen) ดูจะเป็นทางเลือกที่ดี อย่างไรก็ดี สูตรตำรับที่แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย 2557 แนะนำเป็นสูตรแรกเป็นสูตรทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงแต่มีข้อจำกัดในการใช้จึงต้องเลือกให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย 25572 แสดงตามตารางด้านล่างนี้
ซึ่งผู้ป่วยที่เริ่มใช้ Tenofovir (ทีโนโฟเวียร์) ต้องตรวจการทำงานของไตทุกรายและถ้ามีการทำงานของไตบกพร่องอาจเปลี่ยนไปใช้ ยากลุ่ม NRTI อื่น เช่น ซิโดวูดีน(zidovudine) อาบาคคาเวียร์(Abacavir) แต่Abacavir เป็นยาที่ใช้ยาต้องมีการตรวจยีนและใช้ได้เฉพาะคนที่ HLA-B*5701เป็นลบ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้ยารุนแรง แต่ไม่ได้มีการตรวจดังกล่าวในโรพงพยาบาลทั่วไป ดังนั้นยาทางเลือกที่จะใช้ทดแทน Tenofovir ตามแนวทางฯ จึงเป็น Zidovudine อย่างไรก็ดีกรณีที่ผู้ป่วยมีข้อจำกัดการใช้ยาทั้งสองรายการ คงต้องหันกลับมามองยากลุ่ม NRTI ที่เหลืออื่นๆด้วยเช่นกัน
อ้างอิง
1. DHHS 2015
2. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย 2557


บ้านเรามียารักษาไม่มากนะครับ
ปกติมีแต่ยาสมุนไพรแต่ไม่มีใครทดลองและยอมรับครับ
ขอบคุณพี่มดมากๆ
หายไปนานมาก คิดถึงๆๆ
Love Foundation มูลนิธิเพื่อรัก จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการ ให้คำปรึกษา ตรวจเลือด คัดกรอง HIV และซิฟิลิส
รวมทั้งยาเพร็พ (PrEP) ยาต้านฉุกเฉิน (PEP) สำหรับทุกเชื้อชาติ อายุ อาชีพ
โดยท่านจะได้รับการดูแลด้วยความเอาใจใส่และเป็นมิตรอย่างเท่าเทียม
ท่านจะได้รับคำปรึกษาที่ถูกต้องโดยแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญและมากประสบการณ์
โทร 052001119 http://www.lovefoundation.or.th/th
FB : https://www.facebook.com/Lovefoundationth