บ้านแม่ : ธรรมชาติเมื่อหน้าร้อนปนฝน

หลังฝนตกท้องฟ้าโล่ง มองเห็นเทือกเขาอยู่ไกลๆ ภายในสวนมีนกบินและส่งเสียงร้องให้ได้ยิน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2558 ดิฉันไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายกเหมือนทุกเดือน เดินทางคนเดียวอีกเช่นเคย ออกจากบ้านพักที่กรุงเทพฯ เกือบ 08.30 น. การเดินทางสะดวกดี รถวิ่งได้เรื่อยๆ ไม่มีติดขัด ระหว่างทางเห็นสีสันสดใสของดอกหางนกยูงเป็นระยะๆ เลยบ้านนาไปเห็นรังนกกระจาบปรากฏที่ต้นไม้ริมถนนที่เคยเห็น (อ่านที่นี่) แสดงว่าฤดูกาลนี้นกกระจาบกลับมาทำรังใหม่หรือซ่อมรังเดิมแล้ว นกกระจาบกลับมาที่ต้นไม้ต้นเดิม แต่เราไม่รู้ว่าเป็นนกกระจาบตัวเดิมไหม

เหลือระยะทางอีกประมาณ 5 กิโลเมตรกว่าๆ จะถึงบ้านแม่ ฝนก็เริ่มตกลงมาเล็กน้อย พอถึงบ้านแม่ก็ตกแรงขึ้นหน่อย แต่ไม่นานก็หยุดไปแล้วมีแดดออก

น้องสาวของแม่ที่เหลืออยู่คนเดียวและครอบครัวเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเยี่ยมแม่ แม่จำไม่ได้หรอกว่าใครเป็นใคร วันนี้แม้แม่จะหลงแต่อารมณ์ไม่หงุดหงิด จ้องหน้าดิฉันแล้วถามว่า “คนนี้ลูกใคร” บอกซ้ำหลายครั้งว่าลูกแม่ ชื่อนั้นชื่อนี้ แม่ก็บ่นว่าลูกตัวเองแท้ๆ ก็จำไม่ได้ แม่จำชื่อและนามสกุลของตนเองได้ดี ถามทีไรก็จะตอบได้ถูกต้องทุกครั้ง แม่มักจะถามดิฉันว่าเอาเรือมาหรือไง เวลาจะลากลับก็จะบอกเหมือนทุกครั้งว่า “แล้วมาเยี่ยมแม่อีกนะ” เมื่อชวนไปกรุงเทพฯ แม่ก็จะบอกว่าไปไม่ไหว

แม่กินข้าวได้ดี ช่วงนี้กินข้าวต้มครั้งละไม่มากนักแต่จะกินบ่อยครั้ง บอกได้ว่าจะขับถ่าย ลุกนั่งเองได้ เวลาที่คนเอาเงินมาให้ก็รู้และจะบอกให้เอาเก็บใส่กระเป๋าเงินให้ด้วย

หลังเที่ยงแดดออกจนพื้นดินแห้งดีแล้ว ดิฉันจึงเข้าไปสำรวจในสวน หลังฝนตกท้องฟ้าโล่ง มองเห็นเทือกเขาอยู่ไกลๆ ภายในสวนมีนกบินและส่งเสียงร้องให้ได้ยิน ทั้งนกกระยาง นกกระแตแต้แว๊ด และน่าจะมีนกปากห่างด้วย เพราะตัวมีขนาดใหญ่กว่านกกระยางมาก เวลาบินหัวเขาดูจะก้มลง


เทือกเขาไกลๆ งามเหมือนภาพวาด


นกกระจาบกลับมาทำรังที่ต้นมะขามเทศต้นเก่า มีทั้งรังของนกตัวผู้และรังของนกตัวเมีย บางรังที่มีการซ่อมแซมก็จะเห็นหญ้าส่วนที่เพิ่มเติมยังเป็นสีเขียวอยู่


รังนกกระจาบบนต้นมะขามเทศ


ช่วงนี้ร้อนและฝนยังน้อย ต้นหญ้าในสวนจึงยังไม่โต น้ำในบ่อต่างๆ ลดลงไปบ้าง ต้นบัวจึงดูงาม มีใบจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ยังมีดอกให้เห็น ต้นกล้วยน้ำว้ามีลูกหลายเครือที่ใกล้จะแก่แล้ว ส่วนที่สุกและนก/สัตว์อื่นกินไปจนหมดเครือก็มีให้เห็น


ใบบัวมากมาย


ภายในสวน


มะพร้าวน้ำหอมต้นที่ไม่สูงมากที่เราเคยเก็บมากินเป็นมะพร้าวอ่อน ส่วนที่แก่ก็ใช้สำหรับเอามาคั้นกะทิซึ่งจะได้กะทิที่มีกลิ่นหอมมาก นั้น ตอนนี้ตายเสียเกือบหมดแล้ว คงจะต้องหาต้นมาปลูกกันใหม่

ต้นกรรณิการ์ที่เอาไปจากบ้านพักที่นครศรีธรรมราชเติบโตดีมาก รวมทั้งต้นมะม่วงที่ดิฉันเพาะเมล็ดเองตามวิธีการที่อ่านจากเว็บไซต์ ได้เพาะเมล็ดมะม่วงน้ำดอกไม้ต้นเก่งจากสวนของเรา 3 เมล็ด มะม่วงอกร่อง 3 เมล็ด ทั้งหมดขึ้นอยู่ 2 เมล็ด มั่นใจว่าเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ต้นหนึ่งแน่ๆ อีกกระถางหนึ่งแทงขึ้นมาสองต้น ไม่แน่ใจว่าเป็นมะม่วงอะไร ต้องรอดูกันไป


ต้นกรรณิการ์


ต้นมะม่วงที่เพาะจากเมล็ด


เกือบบ่ายสอง ดิฉันจึงได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ เพราะถ้าเย็นมากรถจะติดแถวด่านธัญบุรี


ทุ่งนาก่อนถึงดงละคร มองเห็นเทือกเขาเดียวกัน


แวะซื้อหน่อไม้ที่ร้านริมทางที่บ้านนา มีแต่หน่อไม้หวาน 3 กก. 100 บาท เอามาต้มส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งทำเป็นหน่อไม้ดอง ตอนหั่นหน่อไม้รู้สึกว่าไม่ค่อยอ่อนเท่าไหร่ อาจจะต้องรออีกระยะหนึ่งถึงจะมีหน่อไม้จำนวนมากๆ ตอนนี้แถวบ้านแม่และดงละครยังไม่มีหน่อไม้ออกขาย เพราะฝนยังน้อย


วัลลา ตันตโยทัย

บันทึกเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน DM KM Facilitator



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

มีความสุข ที่พอเพียงเป็น ธรรมดาธรรมชาติ ดี นะเจ้าคะ บ้านเราๆเมืองไทย..

มีดอกไม้บนระเบียงมาฝากเจ้าค่ะ..