ชีวิตที่พอเพียง : ๒๔๒๙ ควงสาวเที่ยวอังกฤษ ๒. เดินทาง


คราวนี้เราใช้สายการบิน EVA Air ของไต้หวัน ที่ผมติดใจจากการใช้บริการไปลอนดอน ช่วงต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๗ ที่เล่าไว้ ที่นี่ แต่คราวนี้เรานั่งชั้นประหยัด

๙ น. วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ เรานั่งแท็กซี่เจ้าประจำไปสนามบินสุวรรณภูมิ ไปถึงยังไม่ ๑๐ น. เคาน์เตอร์เช็ค-อินยังไม่เปิด ต้องไปนั่งรอ และมีเวลาแลกเงิน ผมสังเกตว่าธนาคารคิดส่วนต่างระหว่าง ราคาขายกับราคาซื้อเงินต่างประเทศเกือบ 10%

การเดินทางครั้งนี้ ผมพยายามชักชวนให้สาวน้อยเอาของไปให้น้อยที่สุด เอากระเป๋าที่ขึ้นเครื่องได้ทั้งคู่ แต่เช็คอิน รวมสองกระเป๋า ๒๓ กก. เท่านั้น ผมเอาบัตรทองการบินไทยให้เจ้าหน้าที่เช็คอินของ EVA Air ดู เธอจึงออกบัตรเชิญให้ไปนั่งที่ห้องรับรองของ EVA Air ซึ่งเมื่อ ๔ เดือนก่อนปิดปรับปรุง คราวนี้เราจึงได้ใช้ บริการห้องรับรองใหม่เอี่ยม ที่สำคัญคือบริการดีมาก สาวน้อยบอกว่า ดีกว่าของการบินไทย

แต่ก่อนไปที่ห้องรับรองของสายการบิน ผมแวะซื้อกล้องถ่ายรูป Canon Powershot G7 X เขาลดให้ ๑,๕๐๐ บาท เหลือ ๑๘,๑๕๐บาท ผมถามซื้อแบตสำรอง เขาไม่มีขาย กล้องนี้มีคุณสมบัติคล้ายกล้องใหญ่ ประเภท SLR แต่ตัวเล็ก อย่างไรก็ตาม ความหนาและน้ำหนักมากกว่า Canon SX 270 HS ที่ผมใช้อยู่

เครื่องบินเป็น B 777-300ER เหมือนตอนไป ๔ เดือนที่แล้ว ที่นั่งชั้นประหยัด 3-3-3 กว้างขวางสบาย พอสมควรแก่อัตภาพ เราได้ที่นั่ง 56E & G เป็นที่นั่งกลางลำ (Aisle Seats) และค่อนไปทางด้านหลังของเคบิน ช่วงแรกของชั้นประหยัด จึงอยู่ใกล้ห้องน้ำ สะดวกดี แต่ตอนเดินทางผมไม่ค่อยหลับ เพราะฝรั่งเดินตึงๆ มาเข้าห้องน้ำ ทำให้ผมตื่น

เมื่อเครื่องบินขึ้นได้สักครู่ ซึ่งเป็นเวลาประมาณบ่ายสองโมงบ้านเรา เขาก็เสิร์ฟอาหาร ซึ่งไม่ทราบว่า ถือเป็นมื้อไหน เพราะหากคิดตามเวลาที่ปลายทางที่ลอนดอน คือ ๗ โมงเช้า ก็ต้องเป็นอาหารเช้า แต่เรากิน อาหารเที่ยงมาจากห้องรับรองของ EVA Air เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องกินไปตามที่เขาเสิร์ฟ ผมคิดว่า คุณภาพ อาหารและเครื่องดื่มดีปานกลาง

แต่บริการน้ำหอมและโลชั่นในห้องน้ำกินขาด ดีกว่าชั้นธุรกิจของ ANA ที่ผมเพิ่งใช้บริการไปโตเกียว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ผู้โดยสารในชั้นประหยัดเกือบเต็ม สามที่นั่งตรงกลางแถวที่ ๕๖ เต็ม คนที่นั่ง 56D ติดกับสาวน้อย เป็นหนุ่มไทยชื่อเดียว นักศึกษาปริญญาโทที่ LSE จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ มีภูมิลำเนาที่จังหวัด พะเยา เป็นเชื้อสายจีนแท้ และมีทักษะโลกาภิวัตน์สูงมาก ส่วนหนึ่งผ่านกิจกรรมในครอบครัว ที่ทำหน้าที่ พาอาม้าไปเที่ยวต่างประเทศ และมีพี่สาวไปตั้งรกรากที่ วอชิงตัน ดีซี ได้คุยกับคนหนุ่มช่างคุย ได้ความรู้มาก

เครื่องบินดีเลย์ตั้งแต่ที่กรุงเทพ กำหนดถึงสนามบินฮีธโรว์เดิม ๑๙.๑๕ น. ถึงจริงๆ ๒๐ น. เวลา ๒๐.๒๐ น. เราก็ไปเข้าคิวตรวจคนเข้าเมือง เวลา ๒๑.๒๐ น. รถใต้ดินสาย Piccadilly Line จากสนามบินเข้าเมือง ที่เรานั่งก็ออก เราไปต่อ Central Line ที่สถานี Holborn เวลา ๒๒.๓๐ น. เราก็ถึงโรงแรม ibis London Shepherd’s Bush อยู่ใกล้สถานีรถใต้ดิน Shepherd’s Bush นิดเดียว ผมพบว่าตอนต่อรถใต้ดิน ผมยังต้องหิ้วกระเป๋าขึ้นลงบันได ไม่มีบันไดเลื่อนให้ใช้ โชคดีที่กระเป๋าไม่หนักนัก

บนเครื่องบินผมอ่านหนังสือพิมพ์ คู่มือใช้ Canon G7 X และหนังสือ You Have A Brain จบ แล้วอ่านบันทึกชุด การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง รวมแล้วน่าจะนอนได้ ๒ - ๓ ชั่วโมง


วิจารณ์ พานิช

๒๗ เม.ย. ๕๘

ห้อง 302 โรงแรม ibis London Shepherd’s Bush


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)