ชีวิตที่พอเพียง : ๒๓๓๑. ไปลอนดอน ๑. การเดินทาง


ค่ำวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ ผมกลับจากภูเก็ต มานอนค้างที่บ้านหนึ่งคืน สายวันที่ ๗ ก็นั่งแท็กซี่เจ้าประจำไปสนามบินสุวรรณภูมิ ขึ้นเครื่องบินไปลอนดอน เพื่อประชุมคณะกรรมการ เตรียมการณ์การประชุม PMAC 2016 ที่ว่าด้วยเรื่อง Technology & Intervention Assessment ในระบบสุขภาพ ซึ่งมองในมุมหนึ่ง เป็นการขับเคลื่อนระบบ Evedence-Based Health Systems คือเป็นระบบสุขภาพที่มีการ ตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลหลักฐาน และมีระบบสร้าง หรือพัฒนาข้อมูลหลักฐานเอาไว้ใช้ในการตัดสินใจ

ประเทศไทยของเราโชคดีจริงๆ ที่มีการสร้างหน่วยงานหรือองค์กรขึ้นมาทำงานนี้ มีผู้นำที่เข้มแข็ง และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ทั้งๆ ที่อายุยังไม่ครบ ๔๐ ปี คือ นพ. ยศ ตีระวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการ HITAP และเมธีวิจัยอาวุโส สกว.

ผมโชคดีจริงๆ ที่ชีวิตได้เข้าไปร่วมงานกับคนดีและเก่งที่อายุคราวลูกเช่นนี้

คราวนี้ ทางทีม PMAC ทดลองใช้สายการบิน Eva Air ของจีนไต้หวัน ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Star Alliance กับการบินไทย เที่ยวบิน BR 0067 ออกเวลา ๑๓.๓๐ น. เมื่อผม เช็คอิน และถามว่าใช้ เล้าจน์ไหน ก็ทราบว่า เล้าจน์ของอีวา แอร์ ปิดปรับปรุง เช่นเดียวกันกับ ของการบินไทย เขาให้บัตรไปใช้ห้องรับรอง Louis Tavern ที่ผมไม่เคยใช้มาก่อนเลย เขาแนะนำว่ามี ๒ ที่ ห้องเล็กอยู่บริเวณ F ห้องใหญ่อยู่บริเวณ G ผมไปที่ห้องใหญ่อยู่ตรงกันข้าม กับประตูขึ้นเครื่อง G2 เป็นห้องกว้างใหญ่ คนน้อย มีอาหารและเครื่องดื่มมาก รู้สึกว่าจะเน้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นพิเศษ และมี WIFI ให้ใช้ แต่หนังสือพิมพ์และนิตยสารมีไม่มาก สู้เล้าจน์การบินไทยไม่ได้

ผมนั่งอ่านหนังสือ Transformative Learning in Practice ใน Kindle Paperwhite พร้อมทั้งเขียน บันทึกลง บล็อก

เป็นครั้งแรกที่ผมใช้บริการของสายการบิน อีวา แอร์ เมื่อขึ้นเครื่องก็พบรูปแบบการจัดที่นั่ง ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง จัดที่นั่งในชั้นธุรกิจ 1-2-1 ที่นั่ง ในแบบที่แต่ละที่นั่งมีพื้นที่ใช้สอยส่วนตัวกว้างมาก เครื่องบินเป็น B777-300ER

ความประทับใจที่สองคือที่จอวีดิทัศน์กว้าง 16-18 นิ้ว เป็นวงออร์เคสตร้าจีน บรรเลงเพลงสากล ประกอบภาพวิวธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรมจีน มี headphone อย่างดีและฆ่าเชื้อแล้วไว้ให้ใช้ ความประทับใจที่สามคือห้องน้ำที่กว้างขวางและมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน

เมื่อถึงเวลาบริการอาหาร ก็พบว่าอาหารและเครื่องดื่มก็คุณภาพสูง สมคำร่ำลือที่ อ. บุ๋มได้รับมา และทดลองให้เราใช้สายการบินนี้เป็นครั้งแรก รวมทั้งกระเป๋าเล็กๆ ที่บรรจุ travel kit ก็มีของครบและคุณภาพสูง แถมยังแจกชุดนอนให้อีกด้วย

คณะผู้เดินทางชุดของเราพอใจสายการบินนี้กันทุกคน อ. บุ๋มบอกว่าค่าโดยสารถูกกว่าของการบินไทย เกือบสองหมื่น

เมื่อไปถึงสนามบิน ฮีธโรว์ เครื่องบินต้องบินวนรอประมาณ ๑๐ นาที เพราะมีเครื่องบินลงมาก และเมื่อลงแล้ว ก็ต้องไปรอว่าจะเข้าเทียบที่ประตูไหน อีกประมาณ ๕ นาที การตรวจหนังสือเดินทางสะดวก เพราะเขาแจกบัตร Fast Track ให้ผู้โดยสารชั้นธุรกิจ แล้วต้องเดินไปไกลกว่า ๑ กิโลเมตร ไปอีกอาคารหนึ่ง เพื่อรับกระเป๋า เราเดินทางกัน ๕ คน คือ อ. หมออุดม หมอสุวิทย์ อ. บุ๋ม คุณฝน และผม

คุณฝนเตรียมอำนวยความสะดวกต่างๆ มาอย่างดี ติดต่อจองรถรับจ้างมารับที่สนามบิน เมื่อได้กระเป๋าใบใหญ่ เราก็เปิดเอาเสื้อหนาวมาเตรียมรับมือความหนาว ที่หนาวจริงๆ รถแล่นเข้าลอนดอนใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง เพราะรถติดมาก โดยเฉพาะช่วงในเมือง ที่จริงถ้าเดินทางคนเดียว ใช้รถไฟจะเร็วกว่ามาก แต่เดินทางเป็นคณะใหญ่ขนาดนี้ ใช้รถตู้อย่างนี้สะดวกกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ทุลักทุเลกับการขนกระเป๋า

ขากลับ ก็คล้ายๆ กัน เที่ยวบิน BR 0068 ออกเวลา ๒๑.๒๐ น. วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ เรานัดรถรับจ้างของคนไทยมารับเวลา ๑๕.๓๐ น. แนะนำโดยท่านที่ปรึกษา ของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทย ของสำนักงาน ก.พ. รถใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงสนามบินฮีธโรว์

ก่อนรถมารับ เราไปนั่งรอที่โรงแรม ๔๐ นาที คุณฝนเดินไปซื้อเป็ดย่าง โฟร์ซีซั่น ที่เมืองจีน (โซโห) จะเห็นว่า เราไปพักอยู่ใกล้ใจกลางเมืองลอนดอนมาก (ผมกลับมาคิดว่า เสียดายที่ตอนเช้าผมไม่ได้วิ่งไปดูลาดเลา ในโซโหสักเช้า) ปรากฏว่าราคาเพียง ๑๙.๕ ปอนด์ ตอนเราไปกินที่ร้านราคาตัวละ ๒๒ ปอนด์ เขาถอดกระดูก แพ็ค และให้น้ำเป็ดมาอย่างดี แต่ตอนผ่านการตรวจความปลอดภัยที่สนามบิน โดนเจ้าหน้าที่จับน้ำเป็ดโยนทิ้ง โดยไม่ยอมฟังเสียงทัดทานของคุณฝนว่าไม่ถึง ๑๐๐ มิลลิลิตรตามข้อกำหนด เอามาเล่าไว้เผื่อใครจะทำ อย่างเดียวกัน จะได้หาลู่ทางผ่านด่านรักษาความปลอดภัย เพราะเป็ด โฟร์ซีซั่นนี้ ความอร่อยอยู่ที่สามอย่าง คือเป็ดเนื้อมาก ย่างหนังกรอบ และน้ำอร่อย

ผมได้เห็นกระบวนการเอากล่องรถจักรยาน(พับได้) Brompton ที่ อ. บุ๋มซื้อไปฝากคุณนนทิกรสามี ที่เป็น oversize package เช็คอิน และได้ประสบการณ์เช็คอินด้วยเครื่องอัตโนมัติ ที่มันทดแทนคนตรวจลงตรา คนเดินทางออก โดยเครื่องสแกนหนังสือเดินทางแล้วออกบัตรขึ้นเครื่อง และบัตรเชิญใช้บริการเล้าจน์ ของ อ. หมออุดมมันให้ baggage tag ด้วย แต่ของผมมันไม่ให้ แต่ก็ต้องไปให้เจ้าหน้าที่ของสายการบิน รับกระเป๋าอยู่ดี

บัตรเชิญให้เราไปใช้ Air Canada Lounge ซึ่งกว้างขวาง และมีอาหารและเครื่องดื่มให้กินอย่างดี ผมลองดื่มไวน์แดงของชิลี อร่อยมาก

การเดินทางบนชั้นธุรกิจของ อีวา แอร์ ขากลับก็เหมือนขาไป ผมนอนได้ ๒ + ๒ ชั่วโมง คือตื่นไปถ่ายปัสสาวะครั้งหนึ่ง แล้วตาสว่างจึงได้เขียนบันทึกนี้


วิจารณ์ พานิช

๑๑ ธ.ค. ๕๗


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)