จิตบำบัด Active learning

วันนี้ได้เรียนวิชากิจกรรมบำบัดจิตสังคม เรื่อง ประสบการณ์การบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตสังคมในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุฉันได้ฟังประสบการณ์ต่างๆจาก อาจารย์.แพทย์หญิง.สมรัก โดยอาจารย์ให้ตั้งคำถามที่อยากรู้และอาจารย์ตอบเพราะอาจารย์มีประสบการณ์ไนหารรักษาคนไข้ทางจิตเวชมา 20 ปี อาจารย์ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ ในการรับมือและรักษาคนไข้ รวมถึงได้ชี้แนะแนวทางต่างๆให้แก่เรา นอกจากนี้อาจารย์ยังได้เปลี่ยนมุมมองและทัศนคติในการมองคนไข้ทางจิตเวชของฉัน ทำให้รู้ว่าคนไข้เขาก็เป็นคนธรรมดาที่ต้องการความเข้าใจ ความเคารพ ความเห็นอกเห็นใจ และศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

อาจารย์ได้เล่าว่าแต่ก่อนท่านอยากทำงานในฝ่ายเด็กและท่านก็ได้เปลี่ยนไปเริ่มต้นในฝ่ายจิตเวชเมื่อท่านต้องย้ายบ้าน ท่านได้เข้าทำงานในโรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งเปิดรักษาคนไข้ที่มีอาการป่วยทางจิตซึ่งในสมัยก่อนโรงพยาบาลก็ไม่ได้มีความทันสมัยอย่างปัจจุบันแต่ก็ได้มีการปรับปรุงมาเรื่อยๆ ในสมัยนั้นมีคนไข้ล้นโรงพยาบาลเพราะการแพทย์ยังไม่มีความก้าวหน้าเหมือนสมัยปัจจุบันและการกระจายงานที่ไม่คลอบคลุมของหน่วยงานทางสุขภาพ มีปัญหาญาตินำคนไข้มาทิ้งไว้และไม่รับกลับแต่ปัจจุบันคนไข้มีจำนวนน้อยลงและโรงพยาบาลก็มีการรักษาที่ทันสมัยขึ้นรวมถึงยา อาจารย์ได้นำเอาผลงานที่คนไข้ทำมาให้นักศึกษาได้ดู ก็พบว่าคนไข้สามารถทำงานศิลปะ และงานที่เขามีความสามารถได้ เช่นแปลบทความภาษาอังกฤษ ทำพรมเช็ดเท้า ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เปลี่ยนมุมมองของฉันว่าคนไข้ไม่สามารถทำอะไรได้เลยถ้าป่วยทางจิต แต่ในความเป็นจริงแล้วเขายังมีความสามารถที่จะทำงานได้อยู่ เมื่อเขามีอาการที่ดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาและทานยาอย่างต่อเนื่อง

ฉันเข้าใจคนไข้มากขึ้นจากแนวคิดของคนไข้ที่ป่วยเป็นหวัดเมื่อเขาอาการดีขึ้นเขาก็หยุดกินยา แต่โรคทางจิตเวช เขาก็ยังคงต้องกินยาต่อเพื่อควบคุมอาการไม่ให้กำเริบ แต่คนไข้ส่วนมากคิดว่าเมื่ออาการดีขึ้นเขาจะสามารถหยุดยาได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ได้แนวคิดว่าเราควรทำความเข้าใจกับคนไข้ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการรักษาเลยว่าเขาเป็นโรคอะไร มีวิธีการรักษาอย่างไร อาการของโรคเป็นอย่างไร ให้คนไข้เข้าใจในโรค และยอมรับเพื่อดูแลตัวเองเหมือนคนไข้เบาหวาน ถ้าเขารู้ตัวว่าเขาเป็นเบาหวาน เขาก็จะดูแลตัวเอง ทานยาตามกำหนด ควบคุมอาหาร ไม่ละเลยสิ่งที่กระตุ้นให้โรคกำเริบ โรคทางจิตก็เช่นเดียวกันถึงแม้จะหายแล้วแต่ก็ยังต้องกินยาควบคุมอาการ อาจารย์ได้ยกตัวอย่างคนไข้ที่มีอาการดี เขาเคยมีอาการหลงผิดว่าเขาเป็นเจ้าแม่ แต่เมื่อรักษาหายดีเขาก็ดูลสุขภาพเป็นหัวหน้ากลุ่มคอยสนับสนุนให้ข้อมูลให้คำแนะนำว่าอย่าหยุดกินยา ให้กำลังใจแก่คนไข้ทางจิตเวชคนอื่นในกลุ่ม แต่เขาก็ลองหยุดยาเองทำให้อาการเขากำเริบอีก เขาจึงต้องกลับเข้ามารักษาตัวอีกครั้ง กลายเป็นวงจรไปเมื่อคนไข้เข้ามารักษาจนมีอาการดีขึ้นเมื่อเขากลับบ้านและหยุดยาเขาก็จะมีอาการกำเริบจนต้องกลับมารักษาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง

อาจารย์ได้ทำให้ฉันได้รู้ว่าคนไข้มีความผิดปกติทางจิตทำให้เขาอาจทำร้ายผู้อื่นแต่ที่เขาทำร้ายผู้อื่นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแต่เป็นเพราะความกลัว จึงทำให้เขาต้องป้องกันตัว เหตุการณ์นี้ได้ทำให้เรารู้ว่าเราต้องดูแลและรักษาคนไข้ให้เท่าเทียมนกัน ต้องคอยตรวจตราอาการของคนไข้ไม่ควรละเลยเพิกเฉยหรือคิดว่าเขาไม่น่าจะมีอาการอย่างนี้เป็นซึ่งจะเป็นเหตุที่ทำให้เกิดสิ่งที่เกินคาดหมายได้ซึ่งมันอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวผุ้ป่วยเองหรือตัวผู้บำบัด

อาจารย์ได้พบความประทับใจจากการจัดกลุ่มให้ความรู้กับคนไข้ทางจิตที่มีคนไข้และผุ้ปกครองของคนไข้มาร่วมด้วย อาจารย์พบว่าผู้ปกครองยังคงพยายามที่จะช่วยสนับสนุนลูกของเขา เขายังคงมีความหวัง ไม่พยายามมองว่าลูกของเขาเป็นภาระ ในกลุ่มนั้นมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันมีการไปเยี่ยมกันและได้เห็นสภาพแวดล้อมจริงที่คนไข้อยู่ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ได้มีการพัฒนาเกิดการตั้งกลุ่มชมรมขึ้นเพื่อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงกฏหมายต่างๆเช่นประกันสังคมให้ครอบคลุมในเรื่องการรักษาทางจิตเวชซึ่งในแต่ก่อนสิทธิประกันสังคมไม่ครอบคลุมจนกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีการเรียกร้องและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

การทำงานของโรงงานทั่วไปจะเริ่มจากการหาข้อมูลของคนไข้ มีการตรวจสภาพจิตใจของคนไข้และตรวจวินิจฉัยว่าเป้นโรคอะไรและดำเนินการรักษาคนไข้โดยส่วนมากจะรักษาด้วยยา ในคนไข้ที่มีอาการซึมเศร้า หรือมีอาการฟุ้งซ่านวุ่นวายจะใช้วิธีการรักษาโดยเหนี่ยวนำให้เกิดการชักของสมองซึ่งได้ผลดีในคนไข้เป็นอย่างมาก เมื่อคนไข้มีอาการดีขึ้นก็มีการฝึกอาชีพโดยให้คนไข้เลือกอาชีพที่สนใจและพาคนไข้ไปฝึกทักษะและติดต่อโรงงานหรือที่ทำงานให้กับคนไข้ ดดยมีระบบ Support employment เช่นกิจการร้านเพื่อน ที่เปิดโอกาศให้คนไข้ได้ทำงานเช่นเป็นพนักงานขายของ เพื่อเปิดให้คนไข้สามารถก้าวมาใช้ชีวิตในสังคมได้

เราจะช่วยคนไข้จิตเวชได้อย่างไรในบทบาทนักกิจกรรมบำบัด

ในความเห็นของฉันคิดว่ากิจกรรมบำบัดสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยจิตเวชได้โดยเริ่มจาการรักษาเบื้องต้นที่นักกิจกรรมบำบัดสามารถจัดกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียด หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในกลุ่มเพื่อให้เข้าใจในตัวโรคที่คนไข้เป็นอยู่ จากนั้นเมื่อคนไข้มีอาการดีขึ้นนักกิจกรรมบำบัดก็สามารถเข้าไปสอนทักษะหรือเตรียมความพร้อมให้กับคนไข้เพื่อที่จะเตรียมไปทำกิจกรรมถัดไปเช่นทำงาน เมื่อคนไข้มีความสามารถและทักษะแล้ว นักกิจกรรมบำบัดก้จะดูแลในเรื่องการฝึกงานและการจัดหางานและการลงมือทำงาน โดยอาจติดต่อกับโรงงานหรือชุมชนให้คนไข้ได้มีที่ทำงาน การทำงานกับคนไข้ผ่ายจิตต้องใช้ความมั่นใจ ความเชื่อใจในศักยภาพของคนไข้ มีเทคนิคการสื่อสารอย่างเข้าใจ ให้เกียรติคนไข้ ฟังคนไข้เมื่อเขาต้องการระบาย นอกจากนี้ก็มีการดูแลและให้ความช่วยเหลือเมื่อคนไข้ต้องการ เราควรรักษาคนไข้โดยคำนึงถึงเรื่องต่างๆและมองกลับในมุมคนไข้ เคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์ของคนไข้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เมื่อเป็นคนไข้เด็ก



ความเห็น (0)