ทิศทั้ง 6 กับการปฎิบัติหน้าที่ของ นพ.สมพนธ์ นวรัตน์

Dr. Ple
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ทิศทั้ง ๖ คือ หน่วยของสังคมที่เล็กที่สุด .... แต่สำคัญที่สุดและทรงอานุภาพที่สุด.

ในงานศพของ คุณย่าแก้ว นวรัตน์ คุณแม่ของ นพ. สมพนธ์ นวรัตน์ จำนวน ๕ คืน ตั้งแต่คืน วันเสาร์ที่ ๑๐-๑๕ มกราคม ๒๕๕๘ มีผู้คนช่วยงานมากมาย ผู้เขียนเคยอ่านเรื่อง ทิศทั้ง 6 ซึ่งในสมัยพุทธกาลก็เป็นมาแล้ว …พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสพระธรรมเทศนาเรื่อง ทิศ ๖" เอาไว้ใน สิงคาลกสูตร ...ในพรรษาที่ ๑๖ แล้วใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จนกระทั่งครอบคลุมไปทั่วแผ่นดินชมพูทวีปในเวลาต่อมา

ทิศ ๖ คือ หน่วยของสังคมที่เล็กที่สุด .... แต่สำคัญที่สุดและทรงอานุภาพที่สุด ...หากบุคคลในแต่ละทิศปฏิบัติตนตามหน้าที่ .... ซึ่งมีอยู่ประจำทิศได้สมบูรณ์จริงๆ แล้ว ย่อมสามารถที่จะฉุดสังคมส่วนใหญ่ ให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม ได้อย่างอย่างชนิดฉับพลันค่ะ


องค์ประกอบของทิศ ๖

ทิศ ๖ ของใคร...ก็ประกอบด้วยตัวของคนนั้นเองเป็นแกนกลาง... แล้วแวดล้อมด้วย... บุคคล อีก ๖ กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มล้วนมีความสัมพันธ์กับตัวของเขา ตามฐานะและหน้าที่ที่แตกต่างกันไป คือ


๑. ปุรัตถิมทิส แปลว่า ทิศเบื้องหน้า ได้แก่ บิดา มารดา
คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้มีอุปการคุณคนแรก ของเรา เพราะว่าท่านก้าวเข้ามารับผิดชอบต่อชีวิตของเราก่อนใครๆ ในโลก และทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชีวิต เลือดเนื้อ รวมทั้งความเป็นคน เราได้มาจากท่านทั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงจัดให้ท่านทั้งสองมาอยู่ข้างหน้า เป็นทิศเบื้องหน้าของเรา


๒. ปัจฉิมทิส แปลว่า ทิศเบื้องหลัง ได้แก่ ภรรยาหรือสามี ถ้าตรงกลางเป็นผู้ชายทิศเบื้องหลังก็เป็นภรรยา ถ้าตรงกลางเป็นผู้หญิงทิศเบื้องหลังก็เป็นสามี แต่ถ้าตรงกลางเป็นเด็ก หรือเป็นผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงาน ทิศเบื้องหลังก็ไม่มี ไม่มีก็ไม่ต้องมี อยู่คนเดียวอย่างนี้แหละดีแล้ว

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนำภรรยาหรือสามีมาไว้ข้างหลัง เพราะไม่ว่าจะเป็นสามีหรือภรรยา ซึ่งบางทีก็ก่อบุตรขึ้นมาอีก ล้วนถือว่าเป็นกำลังเสริม เป็นผู้ติดตาม คอยสนับสนุนช่วยเหลืออยู่ข้างหลังทั้งสิ้น เนื่องจากเรื่องบางเรื่องไม่สามารถทำแทนกันได้


๓. ทักขิณทิส แปลว่า ทิศเบื้องขวา ได้แก่ ครูบาอาจารย์
ครูบาอาจารย์เป็นบุคคลสำคัญกับชีวิต ของเราอีกท่านหนึ่ง เพราะท่านสอนเราตั้งแต่ ให้รู้จักการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ ให้รู้จักการ รักษาเนื้อรักษาตัวให้พ้นจากภัยอันตรายต่างๆ ตลอดจนสอนให้รู้จักการทำมาหากิน ท่านจึงเป็นทักขิไณยบุคคล คือบุคคลที่พวกเราต้องเคารพกราบไหว้บูชา


๔. อุตตรทิส แปลว่า ทิศเบื้องซ้าย ได้แก่ มิตรสหาย … มิตรสหายที่คบค้าสมาคมกันมาตั้งแต่เด็กจนโตนี่เอง ที่เป็นผู้คอยช่วยเหลือให้เราข้ามพ้นอุปสรรคและภัยอันตรายต่างๆ ในเวลาเดียวกันก็ยังเป็นกำลังสนับสนุน ให้เราสามารถบรรลุความสำเร็จอีกด้วย
ทิศเบื้องซ้ายนี้เอาจริงๆ เข้ากลับกลายเป็น ทิศที่ใหญ่ที่สุด เพราะตลอดชีวิตของคนเราต้องเกี่ยวข้องคบหากับผู้คนมากมาย เพราะฉะนั้น ใครมีทิศเบื้องซ้ายน้อยก็จะเข้าตำรา "นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน" บินก็ไม่ขึ้น โตก็ไม่ได้ เตรียมจะเป็นนกปิ้ง เตรียมจะเป็นนกย่าง กำลังเตรียมตัวตายเสียแล้ว ถ้าใครสำรวจตรวจสอบดูแล้วพบว่า ตัวเอง มีเพื่อนน้อยละก็ รีบกลับไปแก้ไขเสีย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะเดือดร้อน


๕. เหฏฐิมทิส แปลว่า ทิศเบื้องล่าง ได้แก่ คนรับใช้ ลูกน้อง
ใครมีลูกน้องมากๆ ก็เบาแรงกาย คือไม่ต้องทำงานหนัก ไม่หนักแรงกายจนเกินไป แต่ว่าอาจจะหนักแรงใจบ้างถ้าฝึกเขาไม่เป็น ซึ่งก็โทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัวเราเอง
แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่าทิศเบื้องล่างนี้เอง ที่คอยเป็นฐาน เป็นกำลัง เป็นที่มาแห่งทรัพย์สินเงินทอง สำหรับเอามาใช้เป็นกองเสบียง ในการหล่อเลี้ยงชีวิตของเรา และแน่นอน เราจะมีทรัพย์มาใช้ในการสร้างบุญสร้างบารมีได้มากน้อยเท่าไร ก็มาจากทิศเบื้องล่าง เพราะฉะนั้นอย่าได้มองข้ามทิศเบื้องล่างกันทีเดียว


๖. อุปริมทิส แปลว่า ทิศเบื้องบน ได้แก่ พระภิกษุสงฆ์ สมณชีพราหมณ์ ทั้งหลาย
เราชาวพุทธก็มีพระภิกษุสงฆ์เป็นผู้นำทางจิตใจ เพราะท่านเป็นผู้ที่สูงด้วยคุณธรรม อีกทั้งยังเป็นผู้ชี้ทิศ และเป็นแหล่งผลิตศีลธรรมอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.kalyanamitra.org/





สรุปได้ว่า... มนุษย์/คนเราเป็นสัตว์สังคม .... เมื่อมีงานศพเกิดขึ้นกับครอบครัวใด ..... ก็ต้องมีกลุ่มบุคคล ทั้ง 6 ทิศ ... มาช่วยเหลือเกื้อกูลกันนะคะ ... งานถึงจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนะคะ ...งานของ คุณย่าแก้ว นวัตน์ ... คุณแม่ของ นพ.สมพนธ์ นวรัตน์ ก็เช่นเดียวกัน ... ได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลทั้ง 6 ทิศ ดังกล่าวข้างต้น งานจึงสำเร็จ ตามหลักคำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงตรัสพระธรรมเทศนาเรื่อง ทิศ ๖ ไว้นะคะ และ ทิศทั้ง ๖ คือ หน่วยของสังคมที่เล็กที่สุด .... แต่สำคัญที่สุดและทรงอานุภาพที่สุด ...หากบุคคลในแต่ละทิศ...ปฏิบัติตนตามหน้าที่...ซึ่งมีอยู่ประจำทิศได้ สมบูรณ์จริงๆ แล้ว ...ย่อมสามารถที่จะฉุดสังคมส่วนใหญ่ ...ให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม ได้อย่างอย่างชนิดฉับพลัน ค่ะ


ขอบคุณค่ะ

๒๐ มกราคม ๒๕๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมศรี นวรัตน์ ศิษย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม...ที่พร้อมจะทำให้สังคมน่าอยู่ หรือ ไม่น่าอยู่ก็ได้จ้ะ....แล้วคุณมะเดื่อจะโทรหาอีกครั้งนะจ๊ะพี่หมอเปิ้น

เขียนเมื่อ 

สาธุครับ

ได้เรียนรู้เรื่องธรรมมะจากการจากไปด้วยเลย

ขอบคุณพี่เปิ้นมากครับ

เขียนเมื่อ 

...ในความอาลัยอาวรณ์ในสิ่งที่พลัดพราก มนุษย์หยิบยื่นความช่วยเหลือ มีน้ำใจ ปลอบใจกัน...อบอุ่นนะคะ

จริงที่สุดเลยคะ คุณหมอ ทุกอย่างมันต้องสร้างคะ รวมทั้งสิ่งที่เราเรียกว่า "บารมี"

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ พี่ๆๆ เพื่อนๆๆ น้องๆๆ ที่ให้กำลังใจนะคะ

  • ขจิต ฝอยทอง
  • คุณ ผุสดี มุหะหมัด
  • เพชรน้ำหนึ่ง
  • Dr. Ple
  • tuknarak
  • บุษยมาศ
  • คุณมะเดื่อ
  • Pojana Yeamnaiyana Ed.D.