หลังออกไปวิ่งออกกำลังกาย เวลา ๖.๐๐ - ๖.๓๐ น. ในถนนในหมู่บ้าน ผมกลับมานั่งที่ระเบียงบ้าน เพื่อเข้าสู่ "ห้องเรียน" ส่วนตัว ที่ระเบียงบ้าน วันนี้ผมอยู่คนเดียว เพราะสาวน้อยไปเยี่ยมหลานที่สิงคโปร์

ผมสร้างสมอง ที่อิสระจากกรอบความคิดเดิมๆ ของตัวเอง ด้วยการดื่มวิสกี้ไทย แล้วอ่านหนังสือเรื่อง Transformative Learning in Practice ใน Kindle Paperwhite พร้อมกับเขียน บล็อก เรื่อง "เรียนเพื่อเปลี่ยนแปลง : 2. ทำนุบำรุง Transformative Learning" (ซึ่งจะลง บล็อก ในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๘) พร้อมกับฟังข่าววิทยุ FM 100.5 รายการ Good Morning ASEAN โดยคุณวีรวรรณ วรรุต และคุณ... คุยกับคุณทรงฤทธิ์ โพนเงิน เรื่อง Transparency และต่อมาคุยกับคุณนิสิต ไชยภัค ผอ. เขตการศึกษาขั้นพื้นฐาน จ. สตูล เรื่องการฝึกภาษา รูมี หรือมลายูกลาง แก่นักเรียนที่ บ้านควน จ. สตูล

ฟังข่าวนี้แล้ว ผมคิดในใจว่า ควรมีการทำวิจัย และเขียนผลการวิจัย เพื่อบอกแก่สังคมว่า ที่ชายแดนใต้ มีการริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขของคน ที่ชายแดนสองประเทศ อย่างไรบ้าง

การผลิตความรู้เชิงสังคม เป็นส่วนหนึ่งของวิถีสังคมตามปกติในยุคปัจจุบัน เพราะในสังคมปัจจุบัน พื้นที่ของข้อมูลข่าวสาร ควรแบ่งปันอย่างพอเหมาะ ระหว่างข้อมูลข่าวสารของราชการ และข้อมูลข่าวสาร ของราษฎร์การที่มีการสร้างนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีของคนทั่วไป โดยคนเล็กคนน้อยที่ไม่มีอำนาจ แต่มีความ สร้างสรรค์ กล้าลงมือทำ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนของตน โดยไม่รอคำสั่งจากหัวหน้า

ผมปิดวิทยุ เมื่อมีข่าวตามปกติ แล้วเขียน บล็อกต่อ



วิจารณ์ พานิช

๗ ธ.ค. ๕๗