ชีวิตที่พอเพียง :๒๔๒๗. ปราการอุดมคติ


หนังสือแปล ปราการอุดมคติ แปล (โดยเจริญเกียรติ ธนสุขถาวร) จากนวนิยายอมตะ The Citadel (ที่แต่งโดยนายแพทย์ Archibald Joseph Cronin) เป็นหนังสือเล่มใหญ่ปกแข็ง อ่านสนุกวางไม่ลง

ตามปกติผมไม่ชอบอ่านนวนิยาย แต่นวนิยายเรื่องนี้ให้ความรู้มาก บอกสภาพสังคมอังกฤษเมื่อร้อยปีก่อน ว่าเศรษฐกิจส่วนหนึ่งอยู่ที่เหมือง อ่านแล้วได้ภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเมืองชนบทที่เป็นชุมชนเหมือง และวิถีราชการ ที่บางส่วนช่างเหมือนสภาพราชการไทยสมัยนี้

ผมชอบเรื่องราวในนวนิยาย ที่หมอ แอนดรูว์ แมนสัน นอกจากทำงานดูแลผู้ป่วย (โดยสมัยนั้น หมอเดินไปตรวจและติดตามผล การรักษาผู้ป่วยที่บ้าน เหมือนกับหมอที่ชุมพรสมัยผมเป็นเด็ก) แล้ว ยังศึกษาต่อเนื่องด้วยตนเอง จนสอบวุฒิบัตรอายุรแพทย์ ได้ และยังทำวิจัยปัญหาสุขภาพทางปอดที่เกิดจากฝุ่นละอองแร่ในเหมือง จนได้รับปริญญาเอกเกียรตินิยม เป็นตัวอย่างของการเรียนรู้ จากการทำงาน ที่ผมชื่นชมยิ่ง

ช่วงที่นายแพทย์แมนสันเริ่มมีชื่อเสียง จากผลงานวิจัยโรคปอดที่เกิดจากฝุ่นแร่ในเหมือง และได้รับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยเวลส์ ที่ คาร์ดิฟฟ์ และได้รับเชิญให้ไปรับงานของหน่วยงานนโยบายในลอนดอน แต่ช่วง ๖ เดือนแรกได้รับคำสั่งให้ไปตรวจความเรียบร้อยของ “ผ้าพันแผล” ตามเหมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ผมตีความว่า ผู้เขียนหมายถึงไปตรวจสภาพความเรียบร้อยของระบบดูแลสุขอนามัยของพนักงานเหมือง เขาไปพบสภาพ “ผักชีโรยหน้า” คือเขาไปพบว่าบางเหมืองบอกเจ้าหน้าที่ให้ไปร้านขายยา ขอซื้อผ้าพันแผลเดี๋ยวนั้น เพื่อให้มีผ้าพันแผลชนิดที่ถูกต้อง ให้เขาตรวจ อังกฤษตอนต้นศตวรรษที่ ๒๐ ช่างเหมือนประเทศ “มายส” ในยุคศตวรรษที่ ๒๑ เสียจริง

เนื่องจากเป็นเรื่องชีวิตแพทย์ ผมจึงอ่านสนุกเป็นพิเศษ เพราะเรื่องราวบอกสภาพของความรู้ และวิชาชีพแพทย์ สมัยร้อยปีก่อน ที่ผมนึกเปรียบเทียบกับสภาพในเมืองไทย เป็นช่วงสมัยรัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงประสานงานกัลมูลนิธิร็อกกี้เฟลเล่อร์ ปฏิรูประบบการศึกษาแพทย์พอดี

แต่นั่นไม่ใช่หัวใจสำคัญของสาระระหว่างบรรทัดของนวนิยาย ต้องอ่าน บทกล่าวนำ โดย นพ. วิชัย โชควิวัฒน จึงจะเข้าใจชัดเจนว่า นวนิยายเรื่องนี้ สะท้อนภาพความเน่าเฟะในวงการแพทย์ของประเทศอังกฤษ ที่แพทย์แสวงหา ผลประโยชน์ร่วมกัน แบบ “ทำนาบนหลังผู้ป่วยและญาติ” โดยอาศัยความไม่รู้เท่าทันของคนที่ไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ นวนิยายเล่มนี้ต้องเผชิญกับการต่อต้าน โดยวงการวิชาชีพแพทย์ และในที่สุดนำไปสู่การปฏิรูประบบสุขภาพของสหราชอาณาจักร

ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่านั้น นวนิยายเรื่องนี้สะท้อนความเป็นจริงในชีวิตมนุษย์ ที่สำนึกผิดชอบชั่วดี ต้องต่อสู้กับธรรมชาติฝ่ายต่ำ ของมนุษย์ และด้วยความเป็นปุถุชน คนเราย่อมเพลี่ยงพล้ำต่อกิเลสตัณหาได้ ในบางช่วงชีวิต แต่คนที่ฝึกฝนตนเองดีแล้ว จะสามารถเอาชนะธรรมชาติฝ่ายต่ำได้ในที่สุด แม้จะต้องเจ็บปวดกับการเผชิญตวามจริงแห่งชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า

ยิ่งกว่านั้น ผมตีความว่า หนังสือเล่มนี้บอกเราว่า อย่าคิดว่าระบบต่างๆ ในสังคม เป็นระบบที่ถูกต้องเหมาะสมตลอดไป ระบบมีแนวโน้มจะล้าสมัยตกยุค จึงต้องการกลไกที่เปิดโอกาสให้แนวคิดหรือหลักการใหม่ๆ ท้าทายระบบ และทำหน้าที่วิวัฒนาการระบบ

ขอขอบคุณ โครงการหนังสือเพื่อสังคม ที่ส่งหนังสือเล่มนี้มาเป็นอภินันทนาการ



วิจารณ์ พานิช

๒๕ เม.ย. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

A Muggle
IP: xxx.7.207.50
เขียนเมื่อ 

ผมยก "The Citadel" ของ A. J. Cronin (พิมพ์ครั้งแรกปี 1937) ให้เป็นนิยายที่เกี่ยวกับหมอและวงการแพทย์ที่ดีที่สุดที่ผมเคยอ่าน ผมหยิบขึ้นมาอ่านแล้วอีกหลายครั้ง

เท่าที่ทราบ สำนวนแปลของคุณเจริญเกียรติ ธนสุขถาวร ไม่ใช่เป็นการแปลครั้งแรก มีแปลเป็นไทยมาแล้วอย่างน้อยอีก 4 ครั้ง (อาจจะไม่ได้แปลจากฉบับเต็มทุกสำนวน)

1. "กำแพงเงิน" ของ จูเลียต (คุณชนิด สายประดิษฐ์ ภรรยาของ ศรีบูรพา ผู้แต่ง "ข้างหลังภาพ") ฉบับนี้น่าจะเป็นสำนวนแปลที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

2. "หลักชีวิต" โดย พจน์ เดชา

3. "หมอคนบาป" โดย นรชาติ

4. "เดอะซิตาเดล" โดย สายธาร

โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่านิยายเรื่องนี้มีอิทธิพลกับนิยายไทยอมตะเกี่ยวกับหมอเรื่อง "เขาชื่อกานต์" ของคุณสุวรรณี สุคนธา ซึ่งเขียนเมื่อปี พ.ศ. 2513 เป็นอย่างมากครับ