อาวุธสำคัญของคุณครูคือเสียง

ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีตัวช่วย เช่น ไมโครโฟน ลำโพง ทำให้คุณครูยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องตะเบ็งหรือตะโกนอยู่หน้าชั้นเรียนเวลาสอน แต่อาชีพครูก็ยังเป็นอาชีพหนึ่งที่มีต้องยืนนานๆ และพูดต่อเนื่องเป็นชั่วโมงๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพเสียงได้ นอกจากนี้ครูบางคนยังอาจประสบปัญหาการใช้เสียงและการออกเสียง เช่น เสียงเบาหรือเสียงแหลมเกินไป ซึ่งมีผลต่อการเรียนการสอนและการสร้างความสนใจในชั้นเรียนด้วย

การปรับปรุงวิธีการใช้เสียงนั้น เบื้องต้นต้องเข้าใจก่อนว่าเสียงของคนเราเกิดจาก ลมหายใจออก ที่ดันผ่าน เส้นเสียง ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน จากนั้นลมหายใจออกก็จะถูกอวัยวะต่างๆ ในช่องคอ-ช่องปากกล่อมเกลาให้กลายเป็นเสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ที่ประสมกันกลายเป็นเสียงพูด เสียงที่เปล่งออกมาจะดังหรือเบา ขึ้นอยู่กับความแรงของลมที่หายใจเข้า-ออก ส่วนจะสูงหรือต่ำนั้นขึ้นอยู่กับความถี่ในการสั่นและความตึงของเส้นเสียง

ถ้าต้องการเพิ่มพลังเสียง ให้เสียงดังขึ้น พูดสบาย ฟังสบาย สอนได้ต่อเนื่องไม่เหนื่อยง่าย ไม่ต้องตะเบ็งหรือตะโกนแม้จะไม่ใช้เครื่องขยายเสียง ต้องเริ่มต้นจาก การหายใจ ลองสังเกตดูว่าเวลาเปล่งเสียงพูดเราหายใจเข้าเต็มที่หรือไม่ โดยลองใช้มือจับที่ท้อง (พุง) ของเรา การหายใจที่ถูกต้องเวลา หายใจเข้าท้องจะป่อง หายใจออกท้องจะแฟบ

นอกจากนี้ยังมีแบบฝึกหัดการหายใจเพื่อช่วยการออกเสียงมาให้ลองนำไปฝึกกัน ดังนี้

  • ยืนให้สบาย คนที่ใช้เสียงได้ดี ไม่ว่าจะยืนหรือนั่งอยู่ในท่าใดก็สามารถควบคุมเสียงให้มีพลังได้ แต่สำหรับคนที่เริ่มฝึกหรือมีปัญหาในการออกเสียง ควรเลือกท่ายืนสอนให้เหมาะสมเพื่อช่วยให้หายใจลึกขึ้นและสะดวกขึ้น เริ่มจากยืนให้เต็มเท้า ฝ่าเท้าแยกจากกันกว้างประมาณหัวไหลทั้งสองข้าง ทิ้งน้ำหนักลงบนส้นเท้า ยืนสบายๆ พยายามอย่าเกร็งคอหรือใบหน้า อาจวอร์มกล้ามเนื้อคอและใบหน้าด้วยการเอียงคอซ้าย-ขวา-หน้า-หลังช้าๆ อ้าปากหาว หรือสะบัดมือสะบัดเท้าช่วยด้วยก็ได้ (ถ้านักเรียนไม่เห็น)
  • หายใจให้ลึกๆ หายใจเข้าทางจมูกช้าๆ ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลั้นหายใจไว้ราวๆ 3-4 วินาที แล้วค่อยๆ ระบายลมออกทางปากช้าๆ ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง (อย่าลืมสังเกตพุงนะคะ หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ) เมื่อรู้สึกหายใจได้เต็มปอดมากขึ้นแล้ว อาจเปลี่ยนจากหายใจออกธรรมดาเป็นการพ่นลมเสียง "ฮ่า" ฝึกออกเสียง "ฮู, โฮ, ฮา, เฮ" หรือลองพูดประโยคยาวๆ ดูก็ได้
  • ฝึกคลายกล้ามเนื้อ บางครั้งเหตุผลที่เราไม่สามารถควบคุมลมหายใจเข้า-ออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเราเกร็งคอและหน้ามากเกินไปเวลาพูด (ห่วงสวย?) ลองฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณคอและหน้าด้วยการทำท่าให้ "โอเวอร์" เข้าไว้ เช่น เลิกคิ้ว แล้วอ้าปากกว้างๆ พยายามจินตนาการว่าเครื่องหน้ากำลังขยายออกไปทุกทิศทุกทาง จากนั้นก็หดตา จมูก ปากให้มากระจุกกันอยู่ตรงกลางใบหน้า พยายามจินตนาการว่ากำลังทำหน้าให้เล็กที่สุด ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง แล้วลองสังเกตความความเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อใบหน้าที่เกิดขึ้น
  • เชื่อความรู้สึกตัวเอง เคยฟังและรู้สึกถึงเสียงของตัวเองเวลาพูดมั้ยคะ? ถ้าเราได้ยินและรู้สึกถึงเสียงที่เปล่งออกมา ว่าตอนนี้เสียง(ลม)อยู่ที่ไหน เราก็จะควบคุมมันได้ดีขึ้น เริ่มจากลองหายใจเข้า เม้มปากแล้วฮัมเสียง "ฮืม" เบาๆ ลองทำความคุ้นเคยกับความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในช่องปากและคอ จากนั้นลองฝึกออกเสียง "มา, เม, มี, โม, มู" ช้าๆ ใช้ลมจากช่วงท้อง เพื่อให้ได้เสียงที่ลึกและมีพลังขึ้น จำความรู้สึกในการออกเสียงตอนที่ฝึก แล้วค่อยๆ นำมาปรับใช้เวลาที่พูดหรือสอนจริงๆ

นอกจากการฝึกหายใจแล้ว คุณครูและคนที่ใช้เสียงทำงานเป็นประจำยังต้องดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ไม่ตะเบ็งหรือตะโกน ไม่ฝืนใช้เสียงเมื่อเป็นหวัดหรือไม่สบายด้วย

ลองนำไปฝึกกันดูนะคะ นอกจากสอนสนุกแล้ว จะได้เป็นคุณครูเสียงใสไปด้วยกันไงคะ ^^


คลิปวิดีโอแสดงอวัยวะในช่องปากและระบบทางเดินหายใจ