668. ดูหนังไป..สอนจิตวิทยาบวกไป ตอน "Mad Max"

ไปดูหนังเรื่อง MAD MAX มา สนุกตื่นเต้น นั่งไม่ติด แต่ที่นั่งไม่ติดกว่าคือเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่พระเอกช่วยนางเอก ที่สุดชนะผู้ร้าย แล้วจบลงด้วยความสุข Happy Ending ... (อ้อพระเอกไม่ได้เป็นลูกคนรวย ที่ไม่ต้องทำมาหากินอะไรนอกจากเป็นพระเอกอย่างเดียว)

หนังเป็นเรื่องราวโลกหลังสงครามนิวเคลียร์ ไม่เหลือทรัพยากร ไม่มีน้ำ น้ำมัน อารยธรรมมนุษย์สูญสิ้น เหลือคนอยู่เป็นกลุ่มๆ มีการตั้งตัวเป็นใหญ่ ครอบครองกองกำลังเล็กๆไว้เข่นฆ่าแย่งชิงทรพยากรกันน่ากลัวมาก ตัดภาพไปที่ชนเผ่าเผ่าหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งพาคนหนีออกจากเผ่า ผู้นำหญิงคนนี้เชื่อว่าที่สุดขอบฟ้า ถ้าเธอลุยไปถึงเธอและเพื่อนจะเจอแผ่นดินสีเขียว ระหว่างทางเธอเจอแม็กซ์ ที่กลายมาเป็นพันธมิตรร่วมฝ่าฟัน จนพาคณะหนีพ้นการไล่ล่า และไปจนถึงสุดขอบฟ้า แต่ที่สุดก็พบว่าไม่มีแผ่นดินในฝัน ที่สุดพระเอกว่าจริงๆ แผ่นดินในฝันก็อยู่ในที่ที่จากมานั่นเอง ฟังดูเหมือนบ้า แต่ที่สุดทุกคนก็หันกับไปลุยกับคนที่ไล่ล่า และสามารถเข้าไปยึดครองพื้นที่เผ่าเดิมที่เต็มไปด้วยทรัพยากร แล้วเอามาแจกจ่ายให้คนในเผ่าอย่างยุติธรรม เรื่องก็จบลง

ผมดูเรื่องนี้แล้ว ผมปิ๊งแว๊บทันที่ นี่เป็นเรื่องที่เปิดมุมมองด้านจิตวิทยาบวกเรื่องหนึ่งคือทฤษฎี FLOW ชัดๆ ...เป็นอีกมุมจริงๆ มาดูก่อนมันคืออะไร FLOW Theory ลองดูภาพข้างล่างและคำอธิบายประกอบนะครับ

ทฤษฎีทางจิตวิทยาบวกทฤษฎีหนึ่งคือ FLOW หรือภาวะลื่นไหล ซึ่งเป็น ความสุขประเภทที่มนุษย์จะสุขแบบลืมเวลา เพลิน เพราะได้ทำสิ่งที่ท้าทายมากและก็มีทักษะมากพอที่จะทำสิ่งนั้นได้ เป็นภาวะที่มนุษย์จะทำอะไรได้ผลมาก และมีความสุขมากที่สุด เป็นภาวะที่ในทางจิตวิทยาบวก ถือว่าเป็นสุขภาวะอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่มนุษย์ควรบรรลุเลยครับ ภาวะ FLOW เกิดขึ้นเมื่อมีสมดุลย์ระหว่างทักษะและความท้าทาย ดูในรูปจะเห็น ช่องว่างขาวตรงกลางที่พาดผ่านจุด A1 และ A 4 ที่เรียกว่า Flow Channel พื้นที่ A1 เป็นภาวะที่คนอยู่ในภาวะสับสน เหมือนหมดอาลัยตายอยาก คือประมาณว่าทุกอย่างมันง่าย ไม่ต้องมีอะไรท้าทาย และไม่ต้องใช้ทักษะอะไร A2 เป็นช่วงที่คนรู้สึกเบื่อ เพราะทักษะสูงแต่ความท้าทายต่ำ A3 เป็นช่วงที่คนเราจะรู้สึกตึงเครียด เพราะ อยู่ในช่วงเจอความท้าทายสูง แต่ทักษะไม่พอ ต้องฝึกทักษะเพิ่ม หรือต้องหาเครืองมือ/คน ช่วย

เนื่องจากคนเราสุขทุกข์ไม่แน่นอนดังนั้นในมนุษย์คนเดียวกันคุณจะเห็นว่าเขาเบื่อบ้าง สติแตกบ้าง งงชีวิตบ้าง หรือบรรเจิดไปเลย ก็ไม่ได้มาจากอะไร มาจากการพบสมดุลย์ของทักษะและความท้าทาย หรือไม่ก็เสียสมดุลย์นั่นเอง มาดูเรื่องนี้ใน MAD MAX จะเห็นชัดมากๆ มาเริ่มเลย

คำถามแรกคืออะไรจะเก่งกล้าปานนั้น ผู้หญิงคนเดียวปฏิวัติโลก เลย ใช่ครับเก่งแต่ไม่ได้เก่งข้ามคืน มันคือการสั่งสมความเก่งครับ แรกๆ ถ้าวิเคราะห์ตาม FLOW นางเอกก่อนหนีออกมาก็อยู่ในภาวะ ที่ดูสิ้นหวัง เพราะเหมือนถูกขัง ไม่รู้จะไปไหน ไร้จุดหมาย จะคิดอะไรก็หมดทาง เพราะไม่มีทักษะ เลยอยู่ที่ ภาวะ A1 แต่ต่อมาด้วยการรู้ถึงความเป็นไปได้ว่าจะมีแผนดินสีเขียวเหลืออยู่ เธอจึงตั้งเป้าว่าจะหนีออกมา นี่ไง ตอนนี้เธอขยับตัวเองไปอยู่ที่ A3 คือเริ่มคิดวิตกกังวลว่าจะทำอย่างไร เพราะมีเป้าหมายแต่ขาดทักษะ ..

แล้วทำอย่างไรที่เธอเริ่มเลื่อนมา ที่ A4 พระเอกถามว่าเธอมาได้ยังไง เธอบอกว่า เธอก็เริ่มหาช่องทางหนี โดยการเข้าไปทำอะไรบางอย่างที่ทำให้โอกาสการหนีมีมากขึ้น นั่นคือการเป็นทหาร และเป็นพลขับรถขนส่งเสบียง เธอได้ฝึกร่างกาย ฝึกรบ แถมยังได้ขับรถ เรียกว่าเริ่มเห็นโอกาสรางๆ เธอสั่งสมทักษะมาเรื่อยๆ จนถึงเริ่มเข้าสู่ FLOW คือ A4 นะจุดนี้เอง ที่เธอเริ่มสร้างความท้าทายให้สูงขึ้นด้วยการพาคนหนี เธอกลับมาที่ A4

ความพยายามของเธอเกือบล้มเหลว แต่มาเจอ Max พระเอก ที่ช่วยเอาทักษะการรบมาเสริมพลังกลุ่ม ที่สุดพวกเขาก็เริ่มเลื่อนไปทาง A4 ต่อมาคนในกลุ่มสามารถกล่อมให้ทหารที่กลายมาเป็นเชลยหันมาเป็นพวกเดียวกัน ก็ยิ่งเสริม Skills ของกลุ่มได้ ที่สุดทุกคนก็หลุดการติดตาม ...และดูเหมือนจะ FLOW แล้ว แต่ที่สุด ก็พบว่าไม่มีวันจะเจอแผ่นดินใหม่ ที่สุดก็หันมาสร้างความท้าทานคือกลับไปยึดเมืองเดิม ด้วยทักษะที่มีอยู่ที่สุดทั้งหมดก็สามารถเอาชนะความท้าทายได้


คุณจะเห็นว่า FLOW หรือความสุขของมนุษย์แบบนี้เป็นอะไรที่ไดนามิกมากๆ ไม่ได้อยู่คงที่ และไม่ได้อยู่ดีๆ จะ FLOW จากเรื่องจะเห็นว่า

1. เมื่อเจอความท้าทายสูงมากๆ ต้องหาโอกาสที่จะทำให้เราสามารถสั่งสมทักษะให้ทันกับความท้าทายได้อย่างหนักแน่นและรวดเร็วที่สุด เมื่อพร้อมต้องลุยเลย

2. แน่นอนแม้ทักษะจะไปได้กับความท้าทายแต่บางครั้ง ก็เจออะไรเหนือความคาดหมาย เพราะฉะนั้นต้องมองหาพลังเสริม หรือตัวช่วย ซึ่งก็คือพันธมิตรนั่นเอง ซึ่งก็ต้องดูแลกัน ใช้ใจดูแลนั่นเอง

3. การสร้างความท้าทายหรือกำหนดเป้าหมายใม่ บางครั้งไม่ได้หมายความว่าต้องไปสร้างความท้าทายข้างนอกองค์กรเสมอไป บางครั้งเราสามารถสร้างมันขึ้นใหม่ได้อีกภายในองค์กรนั่นเอง

สองประเด็นแรกผมพูดถึงมาแล้วในตอนก่อนๆ แต่ประเด็นที่สามผมยังไม่ได้ยกตัวอย่างจริงประกอบ

ผมเจอน้องคนหนึ่งกำลังเจอภาวะกำลังเบื่อ เธออยู่ในช่วง A2 คือเบื่อครับ อยากออกจากงาน อยู่เดิมเหมือนเธอลงตัวแล้ว ต่อมามีคนทาบทามให้เธอไปทำงานบริษัทใหม่ ซึ่งแน่นอนไปที่ใหม่เธอจะตกอยู่ในภาวะตึงเครียดหรือ A3 ทันที ทำอย่างไรดี เธอมีทางเลือกสองทางครับ

ถ้าไปที่ใหม่เลย เธอจะเจอ A3 ทันที เธอต้องทำอย่างนางเอกในเรื่องครับ คือต้องพยายามหาโอกาสเพิ่มพูนทักษะ หรือกำลังในที่ใหม่ให้เร็วที่สุด แต่ถ้าเลือกอยู่ที่เดิมทำอย่างไรจะไม่เบื่ออยู่ A2 ไปวันๆ ผมเลยแนะนำให้เธอสร้างความท้าทายใหม่ เช่นเธอาจขอนายเอาความรู้ไปช่วยสังคม เธอทำ HRD อยู่ ทำให้บริษัทจนเก่ง ก็อาจขอนายทำโครงการ CSR เอาความรู้ด้าน HRD ไปช่วยโรงเรียนในท้องถิ่น สร้างโครงการโรงเรียนแสนสุข เป็นต้น เท่านั้นเธอก็จะเหมือนกับนางเอกใน MAD MAX ไปไหนไม่พ้น ก็กลับมาทำที่เดิมให้ดีเป็นสวรรค์ซะเลย

และไม่ว่าเธอจะไปหรืออยู่อย่างลืมหาตัวช่วยนะครับ หากัลยาณมิตร และพันธมิตรมาช่วย ผมเองก็เป็นกัลยาณมิตรให้นางเอกคนนี้อยู่ ซึ่งนอกจากผมเธอก็มีอีกหลายคน หน้าที่ของเธอมีอย่างเดียวคือมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ฝันไว้ และให้เกียรติ ดูแลคนที่มาช่วยเท่านั้น เท่านี้ที่สุดไม่ว่าเธอจะอยู่จุดไหน เธอจะเข้าสู่ FLOW ในไม่ช้า มีความสุขที่เรียกว่างานได้ผลคนเป็นสุขอย่างแน่นอนครับ

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

Note: สำหรับวันนี้ผมขอแนะนำหลักสูตรดีๆ ที่จะทำให้คุณสามารถค้นพบความท้าทายและทักษะใหม่ๆได้ ดีมากจนผมเองก็ต้องไปครับ เจอกัน 19 กค. นี้



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (2)

อ่านแล้วยังต้องศึกษา flow theory

พี่แก้วต้องกลับมาอ่านอีกค่ะ