จงหยุดกล่าวโทษพม่า: ขบวนการโต้ชาวโรฮิงยา ที่จัดขึ้นในกรุงย่างกุ้ง

ที่ย่างกุ้ง--- มีคนประมาณ 300 คน ร่วมกันประท้วงในย่างกุ้งในวันพุธ (ที่ผ่านมา) เพื่อที่จะเรียกร้องให้การกดดันนาๆชาติต่อพม่าในเรื่องวิกฤติการณ์ผู้อพยพชาวเบงคาลีสิ้นสุดลง

ผู้ชุมนุมสวมใส่เสื้อเชิ้ต ที่เขียนว่า "ประชาชนที่อยู่บนเรือ มิใช่ชาวพม่า, จงหยุดกล่าวโทษชาวพม่าซะ" ผู้ชุมนุมออกเดินทางออกไปรอบๆ Kyaikkasan Ground ในเมือง Tamwe ต่างประกาศว่า พม่ามิใช่เป็นต้นเหตุของการอพยพของประชาชนที่อยู่บนเรือจากรัฐอาระกัน และบังคลาเทศ ที่เกิดขึ้นเมื่อ 2-3 เดือนนี้

"ประชาชนที่อยู่บนเรือ มาจากบังคลาเทศ, จงหยุดสร้างเรื่องเกี่ยวกับโรฮิงยา, จงหยุดโกหกเพื่อชาวโรฮิงยา, ไม่มีชาวโรฮิงยาหลงเหลืออยู่ในพม่า" , ผู้ชุมนุมต่างตะโกนข้อความดังกล่าวทั้งเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาพม่า

แตกต่างจากขบวนการขับไล่ชาวโรฮิงยาเมื่อก่อนนี้, สมาคมเพื่อการปกปักเชื้อชาติและศาสนา ซึ่งนำโดยพระชาตินิยมชาวพุทธ, ดูเหมือนว่าจะปัดความรับผิดชอบในเรื่องการเคลื่อนไหว ถึงแม้ว่าจะมีกลุ่มพระที่อยู่ในสมาคมนั้น มีส่วนร่วมอย่างเห็นได้ชัด

ผู้จัดการบอกกับ the Irrawaddy ว่าขบวนการนี้ถูกจัดทำขึ้นโดย Ha Pyar Zar (เป็นชาวอาระกันเพื่อเจดีย์สีทอง (Golden Pagoda)), กลุ่มร่ม ซึ่งนำสมาคมเยาวชนยะไข่แห่งชาติ, เครือข่ายแห่งชาติพม่า, และ Rakhine Rakeda (ปกป้องชาวอาระกัน) มาร่วมกัน

หนึ่งในผู้จัดขบวน ที่ชื่อ Maung Maung Kha กล่าวว่า ผู้ชุมนุมไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล ในการประท้วงหน้าองค์การสหประชาชาติในกรุงย่างกุ้ง

"พวกเราจึงจัดการการประท้วงนี้ขึ้น เพราะว่าพวกเราต้องการจะบอกประเทศเพื่อนบ้านว่าจงหยุดกดดันประเทศเราเกี่ยวกับเรื่องประชาชนบนเรือได้แล้ว", เขาบอกกับ the Irrawaddy"พวกเรายังส่งสารไปยังประเทศไทย (ที่จะจัดการประชุมในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ด้วย) ให้หยุดกล่าวโทษเราได้แล้ว"

"จริงๆแล้ว พวกเราต้องการจะประท้วงองค์การสหประชาชาติ และ UNHCR ด้วย" เขากล่าวเพิ่ม โดยการอ้างอิงไปยังตัวแทนผู้อพยพในองค์การสหประชาชาติว่า "พวกเขาควรจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ดีเสียก่อน ที่จะกล่าวโทษพวกเรา พวกเขาควรจะตรวจสอบเสียก่อนว่าประชาชนที่อยู่บนเรือนี้เป็นใคร"

ในพฤษภาคมวันที่ 19 สื่อมวลชน, UNHCR และ สมาคมผู้อพยพนาๆชาติ ได้กล่าวว่า มีผู้อพยพจำนวน 25,000 คน และมีการเคลื่อนย้ายจากประเทศบังคลาเทศและพม่า โดยการเดินทางทางเรือผ่านทะเลอันดามัน ในช่วงต้นปี 2015 มีการคาดหมายกันไว้ว่า จะมีคนประมาณ 1,000 จมน้ำ

รักษาราชการแทนเลนุการองค์การสหประชาติ ที่ชื่อ Anthony Blinken กล่าวว่า การประชุมสื่อมวลชนในกรุงย่างกุ้ง ในเดือนพฤษภาคม วันที่ 22 สรุปได้ว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้อพยพในทะเลอันดามันมาจากรัฐอาระกัน

"ข้อมูลที่ดีที่สุดของเรา ซึ่งมาจากงานที่พวกเราได้จัดทำกับองค์การสหประชาชาติ มีว่า จำนวนที่มีนัยสำคัญ หรือเป็นบุคคลส่วนใหญ่ จริงๆแล้วมาจากรัฐยะไข่ ซึ่งก็เป็นพวกโรฮิงยา"

พระที่มีอาวุโส ที่ชื่อ U Thuta Nanda กล่าวว่า เขาถูกชักชวนให้ร่วมกับการประท้วงในวันพุธ โดยข้อห่วงใยของเขาที่เชื่อว่า ประชาชนมุสลิมของประเทศพม่าจะมีการเพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากการไหลบ่าของประเทศบังคลาเทศที่เป็นเพื่อนบ้าน เขายังกล่าวอีกว่า ชนกลุ่มน้อยที่เป็นมุสลิมในประเทศพม่า กำลังมีความพยายามในการร่วมปกครองกับพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ พรรค USDP ซึ่งเป็นพรรคที่ตั้งขึ้นโดย พลเอก เตง เส่ง และ พรรค NLD ที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน ทั้งสองพรรคนี้เป็นพรรคที่มีขนาดใหญ่ 2 พรรคในพม่า พวกเขา (มุสลิม) ต้องการจะปกครองเพื่อประเทศให้กลายเป็นมุสลิม

. "พวกเราพบว่า พวกเขามีประมาณ 25% ที่มีอำนาจในทั้งสองพรรคเรียบร้อยแล้ว" พระอาวุโสนั้นพูด "พวกเขา (มุสลิม) มีการกระตือรือร้นในประเทศของเราแล้วในตอนนี้ พวกเขาจะทำลายเจดีย์ และศาสนาพุทธของเรา"

ท่าน U Thuta Nanda ได้กล่าวเพิ่มอีกว่า กองทัพของพม่า จำเป็นที่จะต้องป้องกันรัฐยะไข่ไว้ ถ้ามิฉะนั้นทั้งภูมิภาคจะกลายเป็นมุสลิม

ตามที่ the Pew Research Center พบว่า 3.8 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรในพม่าเป็นมุลิม และจำนวนนี้ยังคงที่ต่อเนื่องถึงปี 2030

จาก

Kyaw Phyo Tha and Yen Snaing. 'Stop Blaming Burma': Anti-Rohingya Rally Held in Rangoon

http://www.irrawaddy.org/burma/stop-blaming-burma-anti-rohingya-rally-held-in-rangoon.html

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (2)

History มีส่วน ทำให้เกิด อคติ ทางชาติพันธ์

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอาจรย์นะคะที่นำเรื่องนี้มาเล่า

วันนี้ (๒๙ พค ๒๕๕๘) จึงเป็นโอกาสดีที่ประเทศในอาเซียนและอื่นๆ รวมทั้งพม่า (ถ้าส่งคนมา) จะได้คุยกันอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้รู้ต้นตอปัญหาที่นำไปสู่การแก้ไข

ถ้าจำไม่ผิด ข้อมูลล่าสุดนั้น ครึ่งหนึ่งมาจากบังคลาเทศ อีกครึ่งมาจากพม่า

ยะไข่เคยอยู่ใต้ปกครองอังกฤษยาวนานกว่าแคว้นอื่น อังกฤษนำคนกลุ่มนี้เข้ามาใช้งานและรบ อังกฤษจึงไม่พูด

สำหรับดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้ไทยตั้งศูนยฺ์รับบุคคลกลุ่มนี้เพราะเกรงว่าจะไม่มีประเทศที่ ๓ รับพวกเขา ประชากรที่รัฐต้องโอบอุ้มในประเทศเราก็มีอยู่ไม่น้อย