ในบทความนี้ ฉันจะเน้นไปที่วิธีการที่ฉันจะพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษให้แก่เยาวชน ที่เรียนภาษาอังกฤษเป็นวิชาเพิ่มเติม (additional language) แบบย่อๆ
ฉันจะนำเสนอทฤษฎีการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสักจำนวนหนึ่ง พร้อมๆกันจะนำเสนอข้อควรพิจารณา (consideration) และ ข้อควรระวัง (caution) จากประสบการณ์การสอนของฉันในการพัฒนาการสอนการฟังในชั้นเรียนให้เข้าใจได้มากขึ้น
ธรรมชาติของการเรียนรู้ (The nature of listening)
Garvie กล่าวว่า การฟังเป็นทักษะการกระตุ้น (active) มากกว่าทักษะการรับ (passive) ด้วยการตระหนักรู้ในเรื่องนี้ ฉันจึงอยากจะเน้นแนวคิด 3 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. ความสำคัญของความเข้าใจ สังกัป (concept) ในเรื่องการฟัง ก็คือ การเกี่ยวข้องกับการการกระตุ้น (active engagement) นั่นแปลว่า ในฐานะที่เป็นผู้ฟัง ผู้ฟังต้องกำลังค้นหาความหมายอยู่เสมอ
2. ความสำคัญของสิ่งที่ Krashen เรียกว่า ตัวป้อนที่เข้าใจได้ หรือที่หยั่งรู้ได้ (comprehensible input หรือ CI) ประเด็นนี้คือ การที่เราจะรับ (acquire) ภาษา เมื่อเรามีความเข้าใจสิ่งที่ผู้คนบอก หรือสิ่งที่เราได้อ่าน ความก้าวหน้าเชิงปัจเจกบุคคล จึงขึ้นอยู่กับตัวป้อน ที่ดำรงอยู่ในภาษา ที่ผู้รับรู้ยังไม่เคยรับ แต่ก็พร้อมที่จะได้รับ
ประเด็นในข้อ 2 นี้ สามารถอนุมานได้ถึง ความสำคัญของการบ่งชี้ระดับภาษาที่เข้ากันได้กับผู้เรียน ซึ่งทำให้ครูต้องรู้เรื่องและเข้าใจเกี่ยวกับความสามารถของผู้เรียน
3. Krashen แนะนำว่า การดำเนินการรับภาษาจะเป็นได้ดีที่สุด เมื่อระดับของความวิตกกังวลของผู้เรียนลดลง และความมั่นใจในตนเองสูงขึ้น
ประเด็นในข้อ 3 นี้เกี่ยวข้องกับการจัดการชั้นเรียนให้มีสภาพแวดล้อมที่ไม่น่ากลัว
ทำไมเราจึงต้องพัฒนาทักษะการฟัง (Why we need to develop listening skill)
หากมีใครบางคน ให้สาร หรือข้อคิดเห็นให้คุณฟัง แน่นอนว่าคุณจำเป็นที่จะต้องเข้าใจสิ่งเหล่านั้น เพื่อที่จะได้โต้ตอบได้
1. การฟังจะต้องมีความหมายที่ใช้ในชีวิตจริง (real-life meaning) Donaldson กล่าวว่า เด็กๆต้องการจุดหมาย (purpose) และแรงจูงใจ (intension) ซึ่งพวกเขาสามารถตระหนักรู้และโต้ตอบได้
2. จากข้อ 1 ทำให้เราสามารถอนุมานได้ว่า พวกครูจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกสื่อ และจุดมุ่งหมายในการฝึกทักษะการฟัง การเลือกสื่อและจุดมุ่งหมายจำเป็นต้องใช้สื่อที่ใกล้เคียงกับสภาพจริงกับเยาวชนเหล่านั้นด้วย
หนังสืออ้างอิง
Wendy Arnold. (2015). Listening for young learners. http://www.teachingenglish.org.uk/article/listening-young-learners?utm_source=facebook-teachingenglish&utm_medium=wallpost&utm_campaign=bc-teachingenglish-facebook
ขอขอบคุณ มีเนื้อหาที่ได้เรียนรู้เยอะมาก และ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งถึง ....การดำเนินการรับภาษาจะเป็นได้ดีที่สุด เมื่อระดับของความวิตกกังวลของผู้เรียนลดลง และความมั่นใจในตนเองสูงขึ้น..ซื่งเรื่องนี้ ผู้ปกครองจำเป็ฯต้องเป็นตัวช่วยอย่างมาก ลำพังเด็กจะมีเองคงยากและ การสร้างความมั่นใจ และ แรงจูงใจก็เช่นกัน ผู้ปกครองจะต้องเข้ามามีบทบาท การศึกษาของเรา ละทิ้งบทบาทนี้ไป และ จำนวนนักเรียนมากๆในห้องเรียน หากการควบคุมไม่ดีพอ โอกาสที่จะรับฟัง หรือเข้าถึงก็น้อยตาม